เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
Business บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
Economic เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
“สุชาติ” รื้อถอนหาดฟรีด้อม คืนหาดทราย ของขวัญปีใหม่คนไทย
Economic “สุชาติ” รื้อถอนหาดฟรีด้อม คืนหาดทราย ของขวัญปีใหม่คนไทย
“พิพัฒน์” เร่ง 2 โปรเจ็กต์ทล. 4 เชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย
Economic “พิพัฒน์” เร่ง 2 โปรเจ็กต์ทล. 4 เชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย
‘องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน’ กังวล สื่อไทยใต้อิทธิพลจีน สู่มณฑลไท่กั๋ว
World ‘องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน’ กังวล สื่อไทยใต้อิทธิพลจีน สู่มณฑลไท่กั๋ว
เปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ใช่แค่ ‘โซลาร์รูฟท็อป’
สามัญสำนึก เปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ใช่แค่ ‘โซลาร์รูฟท็อป’
แฮรี่ เคน
คุยกับเอกราช แฮรี่ เคน
“สวนสยาม”ตรวจสอบเครื่องเล่นสวนสนุก-สวนน้ำ พร้อมเปิด 19 พ.ย.นี้
Real Estate “สวนสยาม”ตรวจสอบเครื่องเล่นสวนสนุก-สวนน้ำ พร้อมเปิด 19 พ.ย.นี้
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
ขยะภูเก็ตล้นเมือง 1.2 ล้านตัน เทศบาลประกาศงดรับขยะไม่มีกำหนด เร่งปรับพื้นที่ฝังกลบ
เศรษฐกิจภูมิภาค ขยะภูเก็ตล้นเมือง 1.2 ล้านตัน เทศบาลประกาศงดรับขยะไม่มีกำหนด เร่งปรับพื้นที่ฝังกลบ
ดูทั้งหมด

เอสซีจีขยายผลจัดงาน ESG Symposium 2023 ที่อินโดนีเซียครั้งแรก 

08 พ.ย. 2566 | 11:47น.
Vivi Yulaswati

เอสซีจีขยายผลความร่วมมือเพื่อความยั่งยืนในอาเซียน จัด ESG Symposium 2023 ที่ประเทศอินโดนีเซียเป็นครั้งแรก 

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 เอสซีจีจัดงาน ESG Symposium 2023 ที่ประเทศอินโดนีเซียเป็นครั้งแรก เป็นการต่อยอดความร่วมมือด้านความยั่งยืนสู่ภูมิภาค จากเวที ESG Symposium ในประเทศไทย โดยงาน ESG Symposium 2023 Indonesia จัดภายใต้แนวคิด “ความร่วมมือเพื่ออินโดนีเซียที่ยั่งยืน” (Collaboration for Sustainable Indonesia)

เพื่อส่งเสริมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เร่งการบรรลุเป้าหมายการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ ลดความเหลื่อมล้ำ ตามกลยุทธ์ ESG 4 Plus และมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2060 ตามเป้าหมาย Nationally Determined Contributions (NDC) ของอินโดนีเซีย

ทั้งนี้งานดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาสังคม และคนรุ่นใหม่กว่า 500 คน รวมพลังนำอินโดนีเซียสู่ความยั่งยืน ผ่านการแสดงวิสัยทัศน์ นโยบาย และนวัตกรรมเทคโนโลยี อาทิ โครงการด้านพลังงานสะอาด เชื้อเพลิงทดแทนจากขยะมูลฝอย โซลูชั่นพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ นวัตกรรมระบบบำบัดน้ำเสีย และแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการจัดการป่าไม้และการวัดปริมาณคาร์บอนเครดิต เป็นต้น

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากวิกฤตการณ์โลก เนื่องจากมีประชากรจำนวนมากและมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันอินโดนีเซียกำลังเผชิญกับปัญหาระดับชาติ เช่น มลพิษทางอากาศ ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น การจัดการขยะ และความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ

“ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ รวมถึงภาคอุตสาหกรรมที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว การดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนจึงเป็นภารกิจที่จำเป็นต้องทำไม่ใช่ทางเลือก อินโดนีเซียมีเป้าหมาย NDC การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2060 องค์กรธุรกิจจึงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว”

ESG symposium

นางวีวี ยูลาสวาตี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกิจการทางทะเลและทรัพยากรธรรมชาติ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุนในธุรกิจเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว เช่น กระทรวงวางแผนการพัฒนาแห่งชาติ ได้ดำเนินโครงการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาการอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs)

ทั้งนี้ การดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์ ESG จะพัฒนาแนวทางใหม่ ๆ ในการช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มคุณค่าให้ธุรกิจ

นางลักษมี เทวันติ อธิบดีฝ่ายควบคุมการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ กระทรวงสิ่งแวดล้อมและป่าไม้ เน้นย้ำถึงสามความท้าทายที่โลกกำลังเผชิญ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและมลพิษ โดยกลยุทธ์ ESG เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในการสร้างโลกที่ยั่งยืน และมีความสมดุลยิ่งขึ้น

“การร่วมมือกันคือกุญแจสำคัญในการเอาชนะความท้าทายดังกล่าว โดยรัฐบาลอินโดนีเซีย มุ่งมั่นร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมพัฒนาวิธีที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ของเอสซีจี ย้ำว่า การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเอสซีจีพร้อมร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ สนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย NDC ของประเทศอินโดนีเซีย เช่น ร่วมกับอำเภอซูกาบูมี จังหวัดชวาตะวันตก พันธมิตรทางธุรกิจ และชุมชน จัดตั้งโรงผลิตเชื้อเพลิงจากขยะ (Refuse-Derived Fuel) แห่งแรกในซูกาบูมี เพื่อแก้ปัญหาขยะให้เป็นพลังงานทางเลือก ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

และร่วมมือกับจังหวัดชวาตะวันตกและชุมชน แก้ปัญหาน้ำเสียและส่งเสริมสุขอนามัย ในโครงการ Reinvented Toilet หรือห้องน้ำพร้อมระบบบำบัดของเสียที่สามารถฆ่าเชื้อโรคแบบครบวงจร ตลอดจนแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและความเป็นอยู่

โดยมอบทุนการศึกษา SCG Sharing the Dream ให้แก่เยาวชนต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 กว่า 4,000 ทุน เพื่อให้มีศักยภาพพร้อมพัฒนาประเทศต่อไป รวมทั้งพัฒนาอาชีพชุมชน 70 แห่งในซูกาบูมี ให้มีรายได้ยั่งยืน

“เราคนเดียวไม่อาจสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้ ต้องอาศัยความร่วมมือและการทำงานจากหลากหลายมุมมองและความเชี่ยวชาญ ผมขอเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันเพื่อสร้างอินโดนีเซียให้เป็นสังคมที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นต่อไป”

ESG SYMPOSIUM 2023

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ESG อินโดนีเซีย เอสซีจี