เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.62 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.62 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เกมอนุรักษนิยม (หมดอายุ)  เขย่าเครือข่าย ‘อำนาจสีน้ำเงิน’
Politics เกมอนุรักษนิยม (หมดอายุ)  เขย่าเครือข่าย ‘อำนาจสีน้ำเงิน’
จุดคอขวดอีกแห่ง นอกเหนือจาก ‘ฮอร์มุซ’
World จุดคอขวดอีกแห่ง นอกเหนือจาก ‘ฮอร์มุซ’
เปิดที่มา ‘ไท่หยาง ซาง’ ปริศนาเงินพันล้านโยงคริปโตพัง
Tech เปิดที่มา ‘ไท่หยาง ซาง’ ปริศนาเงินพันล้านโยงคริปโตพัง
เปิดโปรไฟล์ว่าที่ซีอีโอบินไทย มือประสาน-บริหารทุกวิกฤต
Business เปิดโปรไฟล์ว่าที่ซีอีโอบินไทย มือประสาน-บริหารทุกวิกฤต
KFC ไทย รีเฟรชแบรนด์-สาขา-เมนู ย้ำผู้นำตลาดไก่ทอด
Business KFC ไทย รีเฟรชแบรนด์-สาขา-เมนู ย้ำผู้นำตลาดไก่ทอด
น้ำท่วมดอกเบี้ยขึ้น ‘ทองซึมยาว’ โบรกเกอร์แนะซื้อเก็บลุ้นปลายปี
Finance น้ำท่วมดอกเบี้ยขึ้น ‘ทองซึมยาว’ โบรกเกอร์แนะซื้อเก็บลุ้นปลายปี
วรรณภา ตั้งบรรยงค์ New Chapter ‘อมรรัชดา กรุ๊ป’
Automotive วรรณภา ตั้งบรรยงค์ New Chapter ‘อมรรัชดา กรุ๊ป’
‘เอกนิติ-ประธานเฟด’ ร่วมประชุม IMF เปิด 12 ต.ค. ดึงทั่วโลกจับตาไทย
Finance ‘เอกนิติ-ประธานเฟด’ ร่วมประชุม IMF เปิด 12 ต.ค. ดึงทั่วโลกจับตาไทย
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 0.42% อยู่ที่ 85,491 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 0.42% อยู่ที่ 85,491 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

คุ้มได้-คุ้มเสีย “กรณี 3 ขอ” ดึงเงินกองทุนชราภาพแสนล้านสู้วิกฤต

14 พ.ค. 2565 | 06:43น.
กองทุนชราภาพ

 

นับจากมติคณะรัฐมนตรี อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่…) พ.ศ. … เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2565 โดยปรับปรุงแก้ไขสิทธิประโยชน์กองทุนประกันสังคม กรณีชราภาพ ให้ผู้ประกันตนสามารถนำเงินกรณีชราภาพบางส่วนออกมาใช้ก่อน (ขอเลือก ขอคืน และขอกู้) รวมทั้งการเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีอื่น อาทิ เพิ่มเงินทดแทนกรณีขาดรายได้กรณีทุพพลภาพ จากร้อยละ 50 ของค่าจ้างเป็นร้อยละ 70 ของค่าจ้าง ทั้งยังเพิ่มจ่ายเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร จากเดิม 90 วัน เป็น 98 วัน เป็นต้น

ที่สำคัญ ยังมีการแก้ไข ด้วยการขยายอายุขั้นสูงของผู้ประกันตนที่เป็นลูกจ้าง จากเดิม “อายุ 60 ปีบริบูรณ์” เป็น “อายุ 65 ปีบริบูรณ์”

ฉะนั้น เมื่อพิจารณาจากรายละเอียดสำหรับการปรับปรุงแก้ไขสิทธิประโยชน์กองทุนประกันสังคม กรณีชราภาพ ให้ผู้ประกันตนสามารถนำเงินกรณีชราภาพบางส่วนออกมาใช้ก่อน จึงแบ่งออกเป็น 3 กรณี คือ

หนึ่ง กรณีให้ผู้ประกันตนที่มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ สามารถเลือกรับเงินบำนาญชราภาพ หรือเงินบำเหน็จชราภาพ (ขอเลือก)

สอง กรณีให้ผู้ประกันตนสามารถนำเงินกรณีชราภาพบางส่วนมาใช้ก่อนมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ (ขอคืน)

สาม ผู้ประกันตนสามารถนำเงินกรณีชราภาพบางส่วนไปเป็นหลักค้ำประกันการกู้เงินกับธนาคาร หรือสถาบันการเงินได้ (ขอกู้)

ผลตรงนี้ จึงทำให้เกิดคำถามตามมามากมายว่า งานนี้ “คุ้มได้” หรือ “คุ้มเสีย” เพราะจากคาดการณ์ของสำนักงานประกันสังคมอธิบายว่า จะมีผู้ใช้สิทธินำเงินกรณีชราภาพบางส่วนออกมาใช้ก่อนประมาณ 5 ล้านคน ตกคนละ 30,000-50,000 บาท ขณะที่สำนักงานประกันสังคมจะต้องดำเนินการสำรองเงินจำนวนสูงถึง 150,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้กองทุนประกันสังคมสูญเสียรายได้จำนวน 6,750 ล้านบาท พร้อมทั้งเสียผลตอบแทนการลงทุนในอัตราร้อยละ 4.5 เป็นเวลา 1 ปี

ไม่นับรวมการเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีอื่น ๆ ที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกประมาณ 1,300 ล้านบาท อาทิ ประโยชน์ทดแทนในกรณีทุพพลภาพ 500 ล้านบาท, ประโยชน์ทดแทนในกรณีคลอดบุตร 300 ล้านบาท และประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร 500 ล้านบาท

เบื้องต้น “ดร.บวรนันท์ ทองกัลยา” นายกสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย หรือ PMAT เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การปรับปรุงแก้ไขสิทธิประโยชน์กองทุนประกันสังคม กรณีชราภาพ 3 ขอ ได้แก่ 1.ขอเลือก :มีสิทธิเลือกรับเงินบำนาญชราภาพ หรือเงินบำเหน็จชราภาพ เมื่อนำส่งเงินสมทบครบเงื่อนไขการได้รับเงินบำนาญชราภาพแล้ว 2.ขอคืน : สามารถนำเงินกรณีชราภาพที่ตนสมทบอยู่ในกองทุนประกันสังคมออกมาใช้ก่อนบางส่วน และ 3 ขอกู้ : นำเงินกรณีชราภาพบางส่วนไปเป็นหลักประกันการกู้เงินกับสถาบันการเงิน ล้วนมีข้อดี และข้อเสียทั้งสิ้น

“สำหรับข้อดี คือเป็นมาตรการเฉพาะกิจที่สามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนด้านรายได้ของคนทำงานในช่วงที่ประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจในช่วงโควิด-19 แต่ข้อเสีย คือความกังวลในระยะยาว ว่าต่อไปสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุในประเทศไทยจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และจะส่งผลกระทบต่อการดูแลสุขภาพในระยะยาว คำถามจึงเกิดขึ้นว่า รัฐจะดูแลคนกลุ่มนี้ให้มีสวัสดิภาพที่ดีอย่างไร ในเมื่อมีการใช้เงินกองทุนมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจำนวนมาก ตรงนี้ไม่เพียงส่งผลให้เงินกองทุนลดลง ยังทำให้สิทธิประโยชน์น้อยลงด้วยหรือไม่”

ทั้งนี้ สิทธิขั้นพื้นฐานของคนไทย โดยเฉพาะผู้สูงวัย ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยยังชีพ หรือบัตรสวัสดิการต่าง ๆ ภาครัฐยังให้ในอัตราค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะเบี้ยผู้สูงอายุ อยู่ในระดับต่ำเพียง 600-1,000 บาทต่อคนต่อเดือนเท่านั้น ฉะนั้น หากเปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนเลือกใช้สิทธิประโยชน์ 3 ขอ จึงทำให้อดมองไม่ได้ว่าระยะยาว ภาครัฐจะดูแลคนกลุ่มนี้อย่างไร ตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง

“ผมมองว่าภาครัฐคงต้องหาทางเพิ่มอัตราการจ่ายเงินให้ผู้สูงอายุมากขึ้นในอนาคต ที่สำคัญ ภาครัฐต้องเปลี่ยนมุมมองเรื่องการทำงานสำหรับผู้สูงอายุด้วย ว่าทำอย่างไรจึงจะให้มีการจ้างงานถึง 65-70 ปี เพื่อสร้างประโยชน์และคุณค่าให้แรงงานสูงวัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นตามสภาพคนสูงวัย หรือการจ้างการทำงานระยะสั้น วันละ 3-4 ชั่วโมง รวมทั้งการรับงานไปทำเป็นรายชิ้น เป็นต้น”

“เพราะสิทธิ 3 ขอ โดยเฉพาะในส่วนของขอคืน ที่จะนำเงินบางส่วนออกมาใช้ก่อนประมาณ 30% หรือประมาณ 30,000-50,000 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ผมมองว่าคงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่ระยะยาว ผู้ประกันตนคงต้องกลับมาเป็นหนี้อีก เพราะดั่งที่ทุกคนทราบ ตอนนี้เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจประเทศไทย เงินเฟ้อ น้ำมัน และต้นทุนค่าใช้จ่ายล้วนเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น การที่ผู้ประกันตนนำเงินตรงนี้ออกมาใช้ก่อน จึงเป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด และดูจะเป็นเรื่องคุ้มเสียมากกว่า”

ขณะที่ “แกรม บัคเลย์” ผู้อำนวยการสำนักงานแรงงานระหว่างประเทศ ประจำประเทศไทย กัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กล่าวว่า การปฏิรูประบบประกันสังคมเป็นสิ่งจำเป็น แต่ไม่แนะนำให้มีการสร้าง หรือเพิ่มระบบใหม่เข้ามา เนื่องจากระบบที่สร้างขึ้นมาใหม่จะดึงทรัพยากรจากระบบต่าง ๆ ที่มีอยู่เดิมมาใช้ และต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีก 30 ปี กว่าผู้ประกันตนในโครงการ หรือระบบใหม่จะสะสมเงินให้ได้สิทธิประโยชน์ที่เพียงพอ

“การเรียกร้องให้ผู้ประกันตนสามารถเลือกรับเงินบำเหน็จก่อนกำหนด โดยไม่รอรับเงินบำนาญ หรือการให้ผู้ประกันตนสามารถใช้สิทธิประโยชน์เป็นหลักประกันเงินกู้เพื่อแก้ปัญหาทางการเงินที่เกิดจากการระบาดของโรคโควิด-19 จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรได้รับการอนุมัติอย่างยิ่ง เพราะผู้รับประโยชน์ส่วนใหญ่จะใช้เงินบำเหน็จของตนทั้งหมดภายใน 5-10 ปีแรก และหลังจากนั้นต้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลเพิ่มเติม ตรงนี้ก็จะกลับมาสร้างปัญหาใหญ่หลวงมากต่อผู้ประกันตน ต่อระบบ และต่อประเทศชาติ โดยรวมอีกครั้ง”

ฉะนั้น จึงต้องขอให้ “ผู้ประกันตน” พิจารณาเรื่องนี้กันให้ดี ๆ พยายามศึกษาให้รอบด้าน เพราะยังมีเวลาตัดสินใจอีกยาวนาน


 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กองทุนชราภาพ ประกันสังคม