รพ.มาสเตอร์พีช คาดปี 2566 มูลค่าตลาดศัลยกรรมไทยแตะ 40,000 ล้าน

โรงพยาบาลมาสเตอร์พีซ

รพ.มาสเตอร์พีชชี้ภาพรวมอุตสาหกรรมศัลยกรรมไทยยังคึกคัก คาดปี 2566 ดันมูลค่าตลาดความงามโต 40,000 ล้านบาท ลุยทำศูนย์หัตถการ ยกคิ้ว-ดึงหน้า-ดึงคอ สู่มาตรฐานระดับโลก รองรับลูกค้าไทยและต่างประเทศ

วันที่ 16 มิถุนายน 2566 นางสาวลภัสรดา เลิศภานุโรจ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) (MASTER) ในนามโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช เปิดเผยถึงภาพรวมอุตสาหกรรมศัลยกรรมความงามในไทยปัจจุบันยังเป็นที่นิยมอย่างมาก

ทั้งนี้คาดว่าในปี 2566 มูลค่าตลาดศัลยกรรมความงามไทยจะมีมูลค่าสูงถึง 40,000 ล้านบาท ขณะที่ปี 2565 มูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 30,000 ล้านบาท เนื่องจากเป็นปีที่สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย

ชี้ศัลยกรรมย้อนวัย เทรนด์หนึ่งของโลก

ในขณะที่ศัลยกรรมย้อนวัยเป็นหนึ่งในเทรนด์ของโลก ที่ไม่จำกัดเพศ อายุ อาชีพ โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชจึงเปิดศูนย์หัตถการ ยกคิ้ว-ดึงหน้า-ดึงคอ โดยเฉพาะ เพื่อรองรับลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศ โดยการยกคิ้ว-ดึงหน้า-ดึงคอ ถือเป็นหัตถการที่ฮอตฮิตอันดับสองของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช รองจากหัตถการด้านเสริมจมูก ถือเป็นโอกาสอันดีในการผลักดันเป็นศูนย์ยกคิ้ว-ดึงหน้า-ดึงคอ สู่มาตรฐานระดับโลก

ปัจจุบันโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช มีอาคารสำนักงานและอาคารบริการทางการแพทย์บนพื้นที่ 7,200
ตารางเมตร มีพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 12,000 ตารางเมตร มีห้องผ่าตัด 17 ห้อง และเตียงพักฟื้น 37 เตียง
ทีมแพทย์ 42 คน มีพนักงานทุกระดับรวมกว่า 700 คน

รพ.มาสเตอร์พีช คาด มูลค่าตลาดศัลยกรรมไทยแตะ 40,000 ล้านบาท

สำหรับความสำเร็จที่ทำให้มาสเตอร์พีชเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ในฐานะผู้นำ Specialty Hospital มาจากความเชื่อเรื่องผลงาน เหมือนกับชื่อคำว่า Masterpiece คือ ผลงานชิ้นเอก
ผลงานที่อยู่บนหน้าตา อยู่บนรูปร่างของแต่ละบุคคล

ด้านการบริหารจัดการแพทย์ ดำเนินการแบบ Top Star หรือ FC ( Fan Club) ของแพทย์ ด้วยความชำนาญเฉพาะคือจุดแข็งที่ทำให้คนกลับเข้ามา ซึ่งหากสังเกต มาสเตอร์พีชไม่ได้ใช้ดาราดังในการโปรโมต แต่จะใช้กลุ่ม Influencer และ Key Opinion Leader (KOL) เท่านั้น โดยบริษัทไม่ได้เสียค่าใช้จ่าย แต่เกิดการบอกต่อและ สร้างความเชื่อมั่น จนนำไปสู่การตัดสินใจเลือกทำศัลยกรรมกับโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช

นางสาวลภัสรดา กล่าวต่อว่า หลังจากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ กลุ่มนักลงทุนหรือผู้ถือหุ้นได้รู้จักธุรกิจเสริมความงามเพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่ไม่ค่อยมีใครรู้เรื่องธุรกิจนี้ถ้าไม่ใช่คนที่ตั้งใจจะทำ รวมถึงโรงพยาบาลมีความพร้อมมากขึ้นทั้งจำนวนแพทย์ ที่จากเดิมมี 39 คน ปัจจุบันมี 42 คน และจำนวนห้องผ่าตัดที่เดิมมี 7 ห้อง รองรับคนไข้ได้ 35 เคส/วัน ขณะที่ปัจจุบันมีห้องผ่าตัดเพิ่มขึ้นมาเป็น 17 ห้อง รองรับคนไข้ได้ 50 เคส/วัน เมื่อ capacity เพิ่มขึ้น รายได้ก็มากขึ้นตามไปด้วย

“เตียงผ่าตัด 1 เตียง สามารถรับคนได้ได้ 2-3 เคส/วัน ทั้งนี้แล้วแต่หัตถการ เช่น ถ้าทำจมูกอาจจะได้วันละ 2 เคส เพราะใน 1 เคสใช้เวลาทำหัตถการ 6 ชั่วโมง แต่ถ้าเคสนั้นทำยากจะใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง ส่วนการยกคิ้วจะใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง แต่ถ้าเป็นเคสที่ทำยากก็จะใช้เวลา 4-6 ชั่วโมง ดังนั้นสามารถทำหัตถการดังกล่าวได้ 4 เคส/วัน” นางสาวลภัสรดา กล่าว

สำหรับด้านรายได้ นางสาวลภัสรดา กล่าวว่า หากย้อนกลับไปในช่วงแรก ๆ ที่มีการเปิดให้บริการ รายได้โรงพยาบาลเริ่มต้นจาก 100 ล้านบาท เป็น 200 ล้านบาท และ 400 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่ก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์อยู่ที่ 600 ล้านบาท จากนั้นในปีที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ซึ่งเรามีความพร้อมมากขึ้น รายได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 1,500 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 100% ทั้งนี้ หลังจากจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์แล้วตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตปีละ 40% ในเวลา 3 ปี (ปี 2566-2568)

โดยกลยุทธ์ที่จะทำให้รายได้เติบโตปีละ 40% ได้นั้น เนื่องจากจุดแข็งของมาสเตอร์พีชคือแพทย์ที่นอกจากจะมีความเชี่ยวชาญแล้วยังเป็นแพทย์ที่ทำหน้าที่เหมือนอินฟลูเอ็นเซอร์ เมื่อมีข่าวกระแสอะไรเกิดขึ้นในโซเชียลมีเดีย แพทย์จะทำคอนเทนต์หรือไลฟ์สดเพื่อให้ความรู้ทันที ทำให้แพทย์แต่ละคนมีฐานแฟนคลับหรือคนติดตาม อีกทั้งมาสเตอร์พีชมีการปรับกลยุทธ์การตลาดทางโซเชียลมีเดียทุก ๆ 3 วัน

โรงพยาบาลมาสเตอร์พีซ

ยกคิ้ว ดึงหน้า ดึงคอ กำลังเป็นที่นิยม

ด้านรองศาสตราจารย์ นายแพทย์ถนอม บรรณประเสริฐ หนึ่งในคณะแพทย์ของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช กล่าวว่า ปัจจุบันการทำศัลยกรรมยกคิ้ว-ดึงหน้า-ดึงคอ กำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมความงาม เพราะนอกจากทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ เทคนิคทางการแพทย์ในปัจจุบันยังปลอดภัย และเป็นธรรมชาติ โดยเทคนิคเฉพาะของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช ด้วยการยกคิ้ว-ดึงหน้า ผ่านกล้องเอนโดสโคป ทำให้มีแผลเล็ก บวมช้ำน้อย ฟื้นตัวไว และไร้รอยแผลบนใบหน้า เปรียบเทียบกับการผ่าตัด ยกคิ้ว-ดึงหน้าแบบเดิม โดยทั่วไปจะใช้วิธีการผ่าตัดดึงผิวหนังในบริเวณที่หย่อนคล้อยให้ตึงกระชับ ไม่ได้ดึงไปถึงชั้นกล้ามเนื้อผิวหนังภายในบริเวณใบหน้า

แต่สำหรับเทคนิคใหม่ของศูนย์หัตถการ ยกคิ้ว-ดึงหน้า-ดึงคอ ของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช เรียกว่า
‘ปฏิบัติการโกงอายุ’ ผสมผสานระหว่างเทคนิคการดึงหน้าแบบผ่าตัดส่องกล้อง เข้ากับการผ่าตัดดึงหน้าในชั้นกล้ามเนื้อ ระดับ SMAS เพื่อจะสามารถดึงชั้นกล้ามเนื้อที่ลึกที่สุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มเทคนิค
FACIAL FAT CONTOURING เข้าไปด้วย ช่วยแก้ไขปัญหาจุดบกพร่องบนใบหน้าเฉพาะจุดของแต่ละบุคคลด้วยการจัดแต่ง แก้ไขไขมันของผู้ที่ทำศัลยกรรมเอง ให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด

สำหรับเทรนด์การทำศัลยกรรมความงามที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. ทำจมูก 2. ทำตาสองชั้น 3. ดูดไขมัน 4. ส่องกล้องยกคิ้ว และ 5. เสริมหน้าอก


คุณชูชัย ชัยฤทธิเลิศ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจมพีช กรุ๊ป เจ้าของร้าน เจมส์ พีช บาย ชูชัย (Gen Peace by Chuchai) กล่าวว่า รู้สึกดีที่เลือกโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช ที่เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางศัลยกรรมความงามแห่งแรกที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ mai จากการตัดสินใจ ยกคิ้ว-ดึงหน้า-เสริมหน้าผากครั้งนี้ มั่นใจถึงศักยภาพของโรงพยาบาลที่มีมาตรฐาน ด้วยทีมแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย หลังจากยกคิ้ว-ดึงหน้าเสร็จ ผลลัพธ์ที่ได้ถูกใจมาก หน้าดูเด็กลงเป็น 10 ปี