คุณหญิงเทวี ศูนย์กลางดวงใจ “เจียรวนนท์” เบื้องหลังเจ้าสัวธนินท์ ผู้บ่มเพาะทายาทธุรกิจซีพี

คุณหญิงเทวี เจียรวนนท์
คุณหญิงเทวี เจียรวนนท์

นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของตระกูล “เจียรวนนท์” และกลุ่มซีพี เมื่อคุณหญิงเทวี เจียรวนนท์ ภรรยานายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (ซีพีกรุ๊ป) ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2566 ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ณ บ้านพักในหมู่บ้านวินด์มิลล์ บางนา เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2566 สำหรับกำหนดบำเพ็ญกุศล จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน-6 กรกฎาคม 2566

คุณหญิงเทวี เจียรวนนท์ นามสกุลเดิม “วัฒนลิขิต” เกิดวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2483 สมรสกับ นายธนินท์ เจียรวนนท์ มีบุตรธิดา 5 คน ได้แก่ นางวรรณี (เจียรวนนท์) รอสส์ นายสุภกิต เจียรวนนท์ นายณรงค์ เจียรวนนท์ นายศุภชัย เจียรวนนท์ และนางทิพพาภรณ์ (เจียรวนนท์) อริยวรารมย์

คุณหญิงเทวี ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.) ประถมาภรณ์มงกุฏไทย (ป.ม.) และตติยจุลจอมเกล้า (ต.จ.) ทั้งเป็นผู้อุทิศตนให้กับสังคม ดูแลครอบครัวไม่ขาดตกบกพร่อง เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต ทั้งน้อมนำพระบรมราโชวาทและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการอบรมสั่งสอนบุตรหลาน โดยมีความศรัทธา ใฝ่ทำนุบำรุงในพระพุทธศาสนา เปี่ยมด้วยความเมตตา ช่วยเหลือสังคม ผู้ด้อยโอกาส จึงเป็นที่รักของทุกคน และได้รับยกย่องจากสังคมในฐานะแม่ดีเด่น และสตรีไทยดีเด่น

เมื่อปี 2560 คุณหญิงเทวี เข้ารับพระราชทานโล่เชิดชูเกียรติ สตรีดีเด่นประเภทส่งเสริมศาสนกิจและสังคม ในวันสตรีไทยปี 2560 ในการนั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อิสริยยศในขณะนั้น) เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงเปิดงาน พร้อมพระราชทานโล่เชิดชูเกียรติสตรีไทยดีเด่น และเยาวสตรีดีเด่นประเภทต่าง ๆ 

คุณหญิงเทวี เจียรวนนท์ เข้ารับพระราชทานโล่เชิดชูเกียรติสตรีดีเด่นประเภทส่งเสริมศาสนกิจและสังคม จากบทบาทของการเป็นภรรยานักธุรกิจชั้นนำระดับประเทศ การเป็นแม่ที่เลี้ยงดูบุตรให้เติบโตประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เป็นคนดี มีคุณธรรม บำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ รวมถึงการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และการส่งเสริมการศึกษาที่ดีให้แก่เยาวชนที่ขาดโอกาสได้มีความรู้คู่คุณธรรมมาอย่างยาวนาน

ในโอกาสนั้น คุณหญิงเทวีกล่าวว่า “ดิฉันรู้สึกสำนึกในมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ได้รับพระราชทานโล่เชิดชูเกียรติสตรีดีเด่นจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันนี้ เป็นความภาคภูมิใจของดิฉันและครอบครัว และเป็นเกียรติประวัติของตระกูลเจียรวนนท์ ดิฉันเห็นว่าผู้หญิงทุกคนมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นแม่ ที่เป็นศูนย์กลางของครอบครัวในการสร้างความรัก ความอบอุ่น ดูแลให้ลูก ๆ เติบโตขึ้นไปเป็นคนดีของสังคม

ขณะที่หลักธรรมทางศาสนาก็ถือเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวให้ทุกคนเป็นคนดี มีศีลธรรม และนอกจากนี้ ยังต้องปลูกฝังการนึกถึงสังคมส่วนรวม หมั่นทำความดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับผู้อื่น ที่ผ่านมาดิฉันได้ให้การส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมสังคมด้านพุทธศาสนา และการศึกษาแก่เยาวชนที่ขาดโอกาส โดยนำหลักธรรมมาบ่มเพาะควบคู่การให้ความรู้เพื่อให้เขาเติบโตเป็นคนดีของสังคม”

ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปีที่ครองคู่กับนายธนินท์ คุณหญิงเทวีได้ทำหน้าที่ภรรยาที่ดี แบ่งเบาภาระของสามีซึ่งเป็นนักธุรกิจที่มีความรับผิดชอบสูง ด้วยการสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ดูแลครอบครัว เป็นแม่ที่ใส่ใจบ่มเพาะบุตรธิดาให้เติบโตมีการศึกษาที่ดี เป็นคนดี มีคุณธรรม ซื่อสัตย์ มุ่งมั่นตั้งใจทำงานด้วยความรับผิดชอบ มีความกตัญญูต่อบุพการีและผู้มีพระคุณ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้อื่น จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ บำเพ็ญตนสร้างสรรค์ประโยชน์สู่สังคม และตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน

ณรงค์ เจียรวนนท์ กรรมการ บมจ.ซีพี ออลล์ ทายาทคนที่ 3 เคยเขียนถึงบิดามารดาในหนังสือ “ความสำเร็จ ดีใจได้วันเดียว” ของเจ้าสัวธนินท์ ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชน เมื่อเดือนกันยายน 2562 ความตอนหนึ่งว่า

“ในฐานะผู้นำครอบครัว คุณพ่อให้เกียรติคุณแม่มาก ด้วยความที่คุณพ่อเป็นนักธุรกิจต้องเดินทางไปที่นั่นที่นี่อยู่บ่อย ๆ ลูก ๆ จึงใช้เวลาอยู่กับคุณแม่เป็นหลัก คุณพ่อจะให้เกียรติคุณแม่มาก ให้ความไว้วางใจดูแลลูก ๆ เวลาจะสอนลูกก็จะปรึกษากับคุณแม่ให้ได้ข้อสรุปก่อน จึงจะสอนลูก ท่านทั้งสองจึงเข้าใจกันดี”

ทิพพาภรณ์ (เจียรวนนท์) อริยวรารมย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (DTGO) และประธานกรรมการ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) เขียนถึงมารดาไว้ในหนังสือเล่มเดียวกันว่า

“…ท่านเป็นคนน่ารัก อารมณ์ดี ทำอาหารเก่ง ทำงานบ้านก็เก่ง เป็นคุณแม่ที่สนุก มีกิจกรรมทำกับลูก ๆ ตลอด คอยสอนแนวคิดและปรัชญาดี ๆ สอนมารยาท การเคารพผู้ใหญ่ การวางตัว ปลูกฝังให้ลูก ๆ รักและเคารพคุณพ่อมากกว่าตัวคุณแม่เอง”

“แต่เมื่อถึงคราวที่ต้องจริงจังขึ้นมา ทุกคนก็ต้องเชื่อฟัง บอกให้หยุดก็ต้องหยุด คุณแม่จึงเป็นทั้งศูนย์กลางดวงใจและกาวรักษาใจของทุกคนในครอบครัว นอกจากนี้ ลูก ๆ ทั้ง 5 คนจะได้ยินเสมอว่า สิ่งที่คุณพ่อและคุณแม่มีให้กับพวกเราคือความรู้ ให้ตั้งใจเรียนหนังสือ”

“ความประหยัดและรู้จักออมเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คุณแม่สอนลูก ๆ ไว้อย่างชัดเจน และยังมีวิธีปลูกฝังค่านิยมความประหยัดให้กับลูก ๆ ควบคู่ไปด้วย เราจะได้เงินค่าขนมไปโรงเรียนน้อยกว่าเพื่อน ๆ ในชั้นเรียน และคุณแม่สอนให้รู้จักออมเงินแข่งกัน พอถึงสิ้นเดือน ลูก ๆ จะเอาเงินในกระปุกออกมานับว่าได้เท่าไหร่ แล้วท่านก็จะเอาธนบัตรมาแลกโดยให้จำนวนเงินที่สูงขึ้น เช่น นับเงินเหรียญได้ 88 บาท แลกได้แบงค์ 100 บาท เราก็มีความภูมิใจว่า ถึงจะได้เงินไปโรงเรียนน้อยกว่าคนอื่นแต่มีเงินออมมากกว่าคนอื่น”

“การทำเช่นนี้ทำให้ลูก ๆ รู้สึกสนุกสนานกับการแข่งขัน ไม่เครียดกับการได้เงินใช้น้อยกว่าเพื่อน แถมยังมีเงินรางวัลเพิ่มให้ด้วย ซึ่งบีเชื่อว่าการสอนในวันนั้น ทำให้ทุกวันนี้ ลูก ๆ ทุกคนรู้จักคุณค่าของเงินและรู้จักการใช้เงิน”

“ความกตัญญูและความปรองดองในวงศ์ตระกูล เป็นสิ่งที่ลูก ๆ ได้เห็นแบบอย่างจากทั้งคุณพ่อและคุณแม่ คุณพ่อจะนับถือพี่ ๆ ของท่านมาก คุณแม่ก็จะรักและสนิทกับพี่น้องมากเช่นกัน ทุกวันหยุดท่านจะพาลูก ๆ ไปบ้านคุณตาคุณยาย หรือชวนคุณตาคุณยายมาที่บ้าน ทำให้เด็ก ๆ ได้เจอกัน ได้เล่นกับญาติ และได้เห็นตัวอย่างความปรองดองของผู้ใหญ่ไปพร้อม ๆ กัน”

“คุณแม่สอนว่า พี่น้องเหมือนแขนขา อย่าตัดทิ้ง ตีกันเองก็เจ็บตัวเองแล้ว คนจีนโบราณก็ถือว่า ถ้าสิ้นพ่อกับแม่ไปแล้ว พี่ชายคนโต พี่สาวคนโตก็เปรียบเหมือนพ่อกับแม่”


“คำสอนต่อมาที่ลูก ๆ ทุกคนได้รับจากคุณพ่อคุณแม่คือ เรื่องการปฏิบัติตนต่อผู้อื่น ทั้งความอ่อนน้อมถ่อมตน ให้เกียรติ ไม่ดูถูกคนอื่น เอาใจเขามาใส่ใจเรา และต้องช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้าน คนขับรถ เราต้องยกมือไหว้ เรียกพี่เรียกน้า แล้วจะงอแงอาละวาดกับพี่เลี้ยงไม่ได้ คือ อะไรที่เราไม่ชอบก็อย่าทำกับคนอื่น…”