เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คลังจัดสินเชื่อบ้าน “คนละหลัง PLUS” หนุนผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางมีบ้าน กู้ไม่เกิน 3 ล้าน คิดดอกเบี้ย 2 เรต
Finance คลังจัดสินเชื่อบ้าน “คนละหลัง PLUS” หนุนผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางมีบ้าน กู้ไม่เกิน 3 ล้าน คิดดอกเบี้ย 2 เรต
เกษตรฯ ชู “ข้าวคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ดึงกลไกการเงิน-ตลาดเอกชน หนุนรายได้เกษตรกร
Economic เกษตรฯ ชู “ข้าวคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ดึงกลไกการเงิน-ตลาดเอกชน หนุนรายได้เกษตรกร
อนุทิน คุย รองนายกฯรัสเซีย ดัน Thai-EAEU FTA ร่วมมือเกษตร-พลังงาน-เทคโนโลยี
Politics อนุทิน คุย รองนายกฯรัสเซีย ดัน Thai-EAEU FTA ร่วมมือเกษตร-พลังงาน-เทคโนโลยี
“Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026”ชูความสำเร็จ-ผนึกพลังดีไซเนอร์ไทย
Biz Movement “Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026”ชูความสำเร็จ-ผนึกพลังดีไซเนอร์ไทย
สมเด็จพระเทพฯ บวงสรวงพระราชรถ และพระยานมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระเทพฯ บวงสรวงพระราชรถ และพระยานมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระพันปีหลวง
เมืองไทยประกันชีวิต รุกตลาดสายมู! ส่ง 8 แพ็กตามคำทำนาย เจาะวัยทำงาน
Finance เมืองไทยประกันชีวิต รุกตลาดสายมู! ส่ง 8 แพ็กตามคำทำนาย เจาะวัยทำงาน
ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณขายออก 66,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณขายออก 66,750 บาท
พระราชินี เสด็จฯ พระราชทานรางวัล นักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งหญิง ชิงแชมป์เอเชีย
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี เสด็จฯ พระราชทานรางวัล นักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งหญิง ชิงแชมป์เอเชีย
เปิด 12 หลักการ Bangkok Blueprint สกัดภัยการเงิน-ไซเบอร์
Finance เปิด 12 หลักการ Bangkok Blueprint สกัดภัยการเงิน-ไซเบอร์
หัตถการยุคใหม่มาแรง หนุน THE KLINIQUE GROUP เติบโตเด่น
Business หัตถการยุคใหม่มาแรง หนุน THE KLINIQUE GROUP เติบโตเด่น
ดูทั้งหมด

เทรนด์สูงวัยเจอหลุมดำเศรษฐกิจ เร่งเปลี่ยนวิถีชีวิตสู่ “Self Care Trend”

11 ต.ค. 2566 | 17:59น.
เทรนด์สังคมสูงวัย

ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสุขภาพฟันธง ปัญหาเศรษฐกิจเป็น “หลุมดำ” ของเทรนด์สูงวัย แนะคนไทยรับมือก่อนวิกฤตจะซ้อนวิกฤตในอีก 10 ปีข้างหน้า คนแก่เต็มเมือง รายได้ลดลง ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตสู่ Self Care Trend ชี้รัฐต้องดันนโยบายรองรับอย่างจริงจังและรวดเร็ว โดยมี “ญี่ปุ่น-สิงคโปร์” เป็นกรณีศึกษา

ในงาน SUSTAINABILITY EXPO 2023 (SX2023) มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่สุดในอาเซียน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีเสวนาหัวข้อ “Aging Society to Self Care Trend” ซึ่งมีประเด็นน่าสนใจ

อีก 7 ปีคนแก่จะเพิ่มพรวด

ศ.ดร.เกื้อเกียรติ ประดิษฐ์พรศิลป์ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการดูแลผู้สูงอายุ กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ปี 2564 ไทยมีประชากรผู้สูงอายุ 18.7 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 22.1 ของประชากรทั้งหมด คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 ในปี 2573 นั่นหมายถึงในอีก 7 ปีข้างหน้า สังคมไทยจะมีผู้สูงวัยมากถึง 24.3 ล้านคน

“การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ซึ่งทรัพยากรด้านการดูแลรักษาสุขภาพในไทยยังมีข้อจำกัด เราจึงต้องเร่งปรับเปลี่ยนแนวทางการดูแลรักษาสุขภาพให้สอดคล้องกัน”

เช่น ส่งเสริมการดูแลสุขภาพตนเอง (self care) ผู้สูงอายุควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพของตนเอง และดูแลสุขภาพตนเองได้ โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เริ่มจากรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา สูบบุหรี่ ฯลฯ

พัฒนาระบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุแบบองค์รวม (integrated care) เพื่อบูรณาการด้านสุขภาพและสังคมสำหรับผู้สูงอายุให้มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทุกมิติ เช่น บริการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน (home hospice care) บริการดูแลผู้สูงอายุแบบพักค้าง (day care) ฯลฯ

ส่งเสริมบทบาทของครอบครัวและชุมชนในการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่ง 2 หน่วยนี้มีบทบาทสำคัญมาก ทั้งเรื่องการดูแล การให้ความรู้ความเข้าใจ จะช่วยให้ผู้สูงอายุอยู่อย่างมีคุณภาพและเหมาะสม

“เราต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการดูแลรักษาสุขภาพของผู้สูงอายุให้สอดคล้องกับสังคมดังกล่าวด้วย ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันสร้างสังคมผู้สูงอายุที่มีคุณภาพและมีความสุขอย่างยั่งยืน” ศ.ดร.เกื้อเกียรติกล่าว

อายุ 60 ปีจะเพิ่มปีละ 1 ล้านคน

รศ.ดร.นิพิฐ พิรเวช ที่ปรึกษาคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิด้านระบบสุขภาพ มองว่า ความท้าทายเรื่องเศรษฐกิจในภาพรวม ถือเป็นปัญหาและโจทย์ใหญ่ของเทรนด์สูงวัยที่ทุกคนอาจนึกไม่ถึง เพราะจำนวนคนรุ่นใหม่ที่จะเติบโตขึ้นจะไม่ทันกับจำนวนผู้สูงวัยที่จะมีมากขึ้นทุก ๆ ปี

“โดยเฉพาะพื้นฐานภาวะเศรษฐกิจไทยนั้นก็น่าห่วง ผมมองว่า GDP จะเติบโตได้ไม่เกิน 1-2% อย่างเก่งก็โต 3% ภายใน 2 ปีนี้ ขณะที่หนี้สาธารณะเรามีมากถึง 16 ล้านล้านบาท หรือ 90% ของจีดีพี เพราะเราไม่สามารถสร้างรายรับได้พอเท่ากับรายจ่าย ทุกวันนี้เรามีคนทำงานในระบบประมาณ 40 ล้านคนเศษ แม้เราไม่มีหนี้เลย แต่ประหนึ่งเราก็มีหนี้ ตกครัวเรือนละ 5 แสนบาท”

เท่ากับว่า อนาคตคนไทยจะมีรายได้คงที่หรือน้อยลง สวนทางกับค่าครองชีพที่พุ่งขึ้น คนจะบ่นปัญหาของแพง แม้ประหยัดแล้วก็ยังตึงตัว รัฐบาลจึงต้องเร่งสร้างงาน สร้างรายได้ และบริหารจัดการราคาสินค้าให้พอเหมาะพอควร

จากปัญหาเศรษฐกิจจึงกลายเป็นหลุมดำของเทรนด์สูงวัย เพราะโจทย์มีว่า เราจะทำอย่างไรให้ครัวเรือนมีชีวิตที่ดี มีคุณภาพ ปัญหาช่องว่างระหว่างวัยกำลังเกิดขึ้นในสังคม แม้แต่ในบ้านของเราเอง เด็กใหม่เกิดน้อย คนแก่มีมากขึ้น

“สิ่งที่คนรุ่นใหม่จะช่วยได้คือดูแลคนในบ้าน ดูชีวิตก่อนป่วย ต้องเปลี่ยนวิถีใหม่ มีวินัย จะได้ห่างไกลโรคยอดฮิต 8 โรค หรือ NCD เบาหวาน หัวใจ ความดันสูง หลอดเลือด ฯลฯ เพราะเป็นบ่อเกิดของโรคไม่ติดต่อแต่เรื้อรัง ต้องนอนป่วยติดเตียง เป็นภาระใหญ่แก่คนในครอบครัวและภาครัฐในอนาคต”

จากข้อมูลพบว่า นับจากปี 2565 เรื่อยไปถึง 10 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุ 60 ปีเพิ่มขึ้นตกปีละ 1 ล้านคนเศษ ผู้สูงวัยจะเต็มบ้านเต็มเมือง แต่รายได้รวมจะไม่พอต่อการครองชีพและค่ารักษา เป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตในอีก 10 ปีข้างหน้า ประชากรฐานรากกระทบอยู่แล้ว ภาวนาว่าอย่าให้กระทบประชากรชนชั้นกลางเลย

อยากร้องขอให้คนรุ่นใหม่หรือลูกหลานช่วยดูแลกันและกัน นี่คือจุดเริ่มต้นของ self care trend อย่าปล่อยปละละเลย การบริโภคต้องลดเค็มลดหวาน เพราะ 50% ของอาหารคือปัญหาของ NCD

ผู้สูงอายุต้องดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ไม่พึ่งพาผู้อื่นหรือระบบบริการสุขภาพมากเกินไป เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลมีราคาแพง ผู้สูงอายุเองก็ต้องการลดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะด้านการรักษาพยาบาล แนวทางการดูแลอย่างยั่งยืนจึงสำคัญมาก

“หลักการง่ายแต่ปฏิบัติถือเป็นเรื่องยาก คนในครอบครัวจึงมีผลต่อการสร้างพฤติกรรมใหม่ ๆ ที่ดีขึ้น ผู้สูงอายุอยู่ที่บ้านก็ทำกายบริหาร โยคะ เต้นแอโรบิก เลี่ยงอาหารไขมันสูง พักผ่อนให้พอ นอนหลับให้ดี 7-8 ชั่วโมงต่อวัน ตรวจสุขภาพเป็นประจำ ไม่ป่วยก็พบแพทย์ได้ ตรวจเช็กความดันโลหิต น้ำตาลในเลือด ภาครัฐก็ต้องสนับสนุนนโยบายและบริการเหล่านี้”

ปัญหาที่พบบ่อย ผู้สูงอายุมักติดนิสัยรับประทานอาหารรสหวาน มัน เค็ม ตนจึงเสนอวิธีให้ครอบครัวช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ต้องทำ อย่าหยุด

ดร.นิพิฐกล่าวเสริมว่า รัฐต้องสนับสนุนนโยบายและบริการด้านการดูแลผู้สูงอายุ ส่วนเอกชนควรพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อให้การดูแลมีประสิทธิภาพ ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและบรรเทาภาระงบประมาณภาครัฐด้านสวัสดิการชราภาพในระยะยาว

ที่สำคัญ การดูแลสุขภาพที่ดีไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินแพง ๆ เราสามารถดูแลสุขภาพด้วยตนเอง ใช้ความรู้และทักษะ สุดท้ายเราควรวางแผนชีวิต เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

ดูกรณีประเทศญี่ปุ่นและสิงคโปร์ชัดเจนมาก รัฐวางแผนบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ทำให้ธุรกิจด้านเทคโนโลยีสุขภาพ (HealthTech) และเทคโนโลยีการแพทย์ (MedTech) เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านการดูแลผู้สูงอายุ

ประเทศไทยก็เช่นกัน ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับผู้สูงอายุก็เติบโตราว 1 แสนล้านบาท เฉพาะธุรกิจดูแลผู้สูงอายุมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านบาท หรือเติบโต 1.5 เท่าของทุกปี

อายุยืนต้องมีความสุข

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า แนวคิด longevity หรือความยืนยาวของชีวิต เป็นเป้าหมายที่ควรส่งเสริมให้เกิดขึ้น แต่ไม่ได้หมายถึงการมีชีวิตยืนยาวเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีชีวิตที่มีคุณภาพและมีความสุข ซึ่งมี 2 องค์ประกอบหลัก คือ health span และ life span

“health span คือ ช่วงชีวิตที่มีสุขภาพที่ดี ยังไม่มีการเสื่อมของร่างกายตามวัย ส่วน life span คือ ช่วงชีวิตตั้งแต่เกิดจนถึงเสียชีวิต เฮลท์สแพนจะสำคัญกว่าไลฟ์สแพน เนื่องจากการมีชีวิตยืนยาว แต่มีเฮลท์สแพนที่สั้น ก็อาจไม่ได้มีชีวิตที่มีความสุข”

สิ่งที่ รศ.นพ.ฉันชายเสนอแนะนั้น สามารถนำมาปรับใช้เพื่อส่งเสริม longevity ให้กับทุกคนได้ เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสม รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์และการรักษาโรคใหม่ ๆ เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตที่ยั่งยืนละยืนยาวอย่างมีคุณภาพได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สังคมสูงวัย หลุมดำ