เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Politics “พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
ดูทั้งหมด

คุยกับเศรษฐา : ‘จอ’ โครงสร้างพื้นฐาน สังคมวัยเกษียณ

06 ธ.ค. 2568 | 17:11น.
จอ วัยเกษียณ
คอลัมน์ : คุยกับเศรษฐา
ผู้เขียน : เศรษฐา ทวีสิน

เราคุ้นกับวาทกรรม “เด็กติดจอ” จนเผลอมองข้ามอีกครึ่งของสังคมผู้สูงวัยที่วันนี้ใช้หน้าจอไม่น้อยกว่าเด็ก ทีวี สตรีมมิ่ง มือถือ แท็บเลต หลายบ้านเปิดพร้อมกันทั้งวัน เพื่อคุยกับลูกหลาน เช็กไลน์กลุ่มเพื่อน ดูข่าว สั่งของ นัดหมอออนไลน์

ความจริงคือ “จอ” กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมสำหรับวัยเกษียณแล้ว และโจทย์สาธารณะไม่ใช่ “เลิกจอ” แต่คือ “ออกแบบจอ” ให้ปลอดภัย ใช้ง่าย และเพิ่มคุณภาพชีวิต โดยไม่โยนภาระให้ครัวเรือนลำพัง

ตอนผมเป็นนายกรัฐมนตรี ผมย้ำเรื่องคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในวาระสาธารณะ-ทั้งวันผู้สูงอายุและวันครอบครัว ว่ารัฐบาลต้องยืนข้างครอบครัวไทย ให้ผู้สูงวัยมีชีวิตที่ดีและปลอดภัย ไม่ใช่แค่คำอวยพรครั้งคราว แต่ต้องลงมือกับโครงสร้างบริการจริง วันนี้เราต้องใส่มิติดิจิทัลเข้าไป เพราะ “หน้าจอ” ไม่ได้เป็นเพียงช่องทางบันเทิง แต่เป็น “พื้นที่ชีวิต” ที่เกี่ยวกับสิทธิ การเงิน และความปลอดภัย

ด้านมืดของ “จอ” เราเห็นกันชัด ข่าวผู้สูงอายุถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเสียหายหลักแสนหลักล้านเกิดถี่ขึ้น และล่าสุดครีเอเตอร์ “พยูนบูด” เล่าว่าคุณพ่อเกือบสูญเงินก้อนใหญ่จากการลวงหลายชั้น-ไม่ใช่แค่ “เผลอกดลิงก์” แต่มีการเร่งให้โอน อ้างหน่วยงานทางการ และพยายามให้ “ยืมเพิ่ม” โชคดีที่เอะใจทันบางส่วน กรณีแบบนี้ตอกย้ำว่า “โลกบนจอของผู้สูงวัย” คือแนวรบของความปลอดภัยการเงินและสิทธิในทรัพย์สินที่รัฐต้องลงไปยืนจริง ๆ ไม่ใช่ปล่อยให้ครอบครัวแบกเอง

ขณะเดียวกัน จอก็มีด้านสว่างที่ควรเก็บรักษา

วิดีโอคอลทำให้ปู่ย่าตายายยังรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวทุกวัน ไลน์กลุ่มเพื่อนช่วยพิงใจ และชวนทำกิจกรรมสุขภาพ การจองคิวแพทย์-ติดตามสิทธิรักษาพยาบาลผ่านออนไลน์ลดต้นทุนเวลา การเรียนรู้สั้น ๆ ช่วยกระตุ้นสมอง และสร้างความภูมิใจเล็ก ๆ ในแต่ละวัน ประโยคสำคัญคือ “ข้อดีเหล่านี้จะเกิดขึ้นจริง เมื่อระบบปลอดภัยและใช้งานง่าย” ถ้าภาษาเตือนภัยซับซ้อนเกินไป ตัวหนังสือเล็ก ลิงก์ปลอมหน้าตาคล้ายทางการ หรือขั้นตอนยืนยันตัวตนยุ่งยาก-คุณภาพชีวิตก็กลับหัวในพริบตา

ที่ผ่านมาเราเริ่มยกระดับการคุ้มครองอาชญากรรมออนไลน์ จัดระบบร้องเรียน-ระงับ-อายัดเงินแบบวันสต็อปผ่าน 1441 ประสานตำรวจ-ธนาคารเพื่อ “หยุดเลือด” ในไม่กี่นาทีทอง และธนาคารแห่งประเทศไทยกับธนาคารพาณิชย์ก็ขยับเรื่องเพดานโอนและการยืนยันตัวตนสำหรับกลุ่มเสี่ยง ทิศทางนี้ถูกต้อง แต่ต้อง “ทำให้ถึง” โดยยึดหลักว่า ความปลอดภัยควรเป็นดีฟอลต์ของระบบ ไม่ใช่เช็กบ็อกซ์ที่ผู้สูงวัยต้องไปค้นหาเอง

จากนี้ หากอยากให้ “จอ” เป็นเครื่องมือคุณภาพชีวิต ไม่ใช่ดาบสองคม ผมขอเน้น 2 งานสำคัญที่ต้องทำให้จบเป็นระบบ และเติม “เลเยอร์สังคม” เพื่อให้ครบทั้งโครงสร้างและกิจวัตรจริง

1) หลักสูตรถาวร “สูงวัยดิจิทัลอุ่นใจ” ต้องมีการเรียนจาก “สถานการณ์จำลอง” ที่คนสูงวัยเจอทุกวัน เช่น ลิงก์ปลอมแจ้งพัสดุ เพจข่าวปลอมหน้าตาคล้ายทางการ โดยรูปแบบการสอนต้องกระชับ ทำซ้ำได้ ส่งผ่านสถานที่ เช่น ศูนย์ผู้สูงอายุ อบต./เทศบาล โรงพยาบาล สถานีตำรวจ วัด ชมรมผู้สูงวัย ให้ พม.-ดีอีเอส-สธ./สปสช.-อปท.-ธนาคาร ร่วมทำชุดบทเรียนกลางรายไตรมาส มีแบบฝึกมาตรฐานประเทศ เช่น สอนตั้งค่ามือถือให้ปลอดภัย ตั้งลิมิตโอน วิธีอายัดเงินผ่าน 1441 วิธีแยกข่าวปลอม-ข่าวจริง

สำคัญสุดคือต้องวัดผล “เชิงพฤติกรรม” ได้ เช่น สัดส่วนผู้ตั้งลิมิตโอนเพิ่มขึ้น อัตราคลิกลิงก์เสี่ยงลดลง เวลาแจ้ง 1441/ธนาคารสั้นลง และ “ยอดเงินที่อายัดคืนได้” เพิ่มขึ้น ทำเป็น KPI ระดับจังหวัด-อำเภอ-ท้องถิ่น และตั้งงบฯประจำ ไม่ใช่แคมเปญฤดูกาล

นอกจากนี้ ควรจัดกิจกรรมข้ามรุ่น ให้ลูกหลานเป็น “ครูดิจิทัล” เดือนละครั้งในชุมชน มีการบ้านง่าย ๆ ให้ลองทำกันดู แบบนี้ได้ทั้งความปลอดภัยและความสัมพันธ์ในครอบครัว

2) “ดีฟอลต์ปลอดภัย” สำหรับธุรกรรมออนไลน์ผู้สูงวัยต้องแก้ที่ค่าเริ่มต้นของระบบ รัฐควรจับมือ ธปท.-กสทช.-ผู้ให้บริการการเงิน กำหนดมาตรฐานค่าเริ่มต้นที่ใช้เหมือนกันหมด เช่น

o เพดานโอนเริ่มต้นต่ำ สำหรับกลุ่มเปราะบาง พร้อมช่องทางยกเพดานที่เข้าถึงง่าย

o ดีเลย์เพื่อความปลอดภัย เมื่อโอนไปบัญชีใหม่/อุปกรณ์ใหม่ ให้มีช่วงหน่วงสั้น ๆ เพื่อให้ 1441 ขอระงับได้ทัน ตั้ง KPI “ยอดเงินคืนประชาชน” เป็นตัวตั้ง

o ป้ายเตือนมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ ก่อนโอนครั้งแรกไปบัญชีไม่คุ้น ต้องมีข้อความเตือนอ่านง่าย พร้อมปุ่มโทร.1441 ในแอปทันที

o เชื่อม 1441-ธนาคาร-ตำรวจแบบ End-to-End โทร.ครั้งเดียว เดินเรื่องอายัด-แจ้งความ-เก็บหลักฐานให้จบในที่เดียว

ยกระดับมาตรฐาน UX ผู้สูงวัย ให้เป็นเกณฑ์อุตสาหกรรม-ตัวอักษรใหญ่ปรับง่าย ปุ่ม “สแกนลิงก์เสี่ยง” หน้าแรก และบล็อกเบอร์/โดเมนเสี่ยงแบบอัตโนมัติ (ยกเลิกได้ถ้าต้องการ)

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่โครงการแฟนซี แต่คือ “งานออกแบบสังคมดิจิทัล” ให้ผู้สูงวัยมีประสบการณ์ใช้งานที่ปลอดภัยและมีความหมาย ไปด้วยกันกับแนวทางที่ผมย้ำมาตลอด

ยกขีดความสามารถครัวเรือน สร้างระบบคุ้มครองประชาชน และใช้ดิจิทัลเพื่อให้คนส่วนใหญ่ “มีอำนาจมากขึ้น” ไม่ใช่ “เสี่ยงมากขึ้น”

ท้ายที่สุดผมไม่เชื่อว่าเราควร “เลิกจอ” ผมเชื่อว่าเราควร “ออกแบบจอ” ให้เป็นพื้นที่ที่ผู้สูงวัยได้คุยกับหลาน เข้าวัดออนไลน์ ฟังดนตรี ดูหนัง อ่านหนังสือ ร่วมวงเพื่อน และทำธุรกรรมอย่างอุ่นใจ โดยมีรัฐยืนอยู่ข้างหลัง ไม่ใช่ยืนบนโพเดียมสั่งสอน ถ้าเราทำสองเรื่องนี้ให้จริง แล้วเติมกิจวัตรข้ามรุ่นเข้าไป ความกลัวเรื่อง “ติดจอ” จะค่อย ๆ แปรเป็น “คุณภาพชีวิตบนจอ” ที่จับต้องได้สำหรับทุกบ้าน