เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ 67,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ 67,450 บาท
คิกออฟ ! ไทยเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank “เอกนิติ” คาดเงินสะพัด 2,250 ล้าน-สร้างโอกาสดึงดูด FDI
Economic คิกออฟ ! ไทยเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank “เอกนิติ” คาดเงินสะพัด 2,250 ล้าน-สร้างโอกาสดึงดูด FDI
“IMF–World Bank” หนุนหุ้นเด่น 2 ธีม รับเงินสะพัด 2 พันล้าน-FDI
Finance “IMF–World Bank” หนุนหุ้นเด่น 2 ธีม รับเงินสะพัด 2 พันล้าน-FDI
แบงก์กรุงเทพ แจ้งปิดปรับปรุงระบบชั่วคราว เช้าวันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค.นี้
Finance แบงก์กรุงเทพ แจ้งปิดปรับปรุงระบบชั่วคราว เช้าวันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค.นี้
‘อนุทิน‘ พร้อมให้ซักฟอก ต.ค. ชี้ พ.ย.บินขึ้นเวทีเอเปค เชื่อใจ พท.ไม่ปล่อยมือ
Politics ‘อนุทิน‘ พร้อมให้ซักฟอก ต.ค. ชี้ พ.ย.บินขึ้นเวทีเอเปค เชื่อใจ พท.ไม่ปล่อยมือ
สั่งใต้พร้อมรับอุทกภัย แม้พัก บกปภ.ช.ช่วง IMF World Bank 2026 เยียวยาแล้ว 1.35 แสนครัวเรือน
Politics สั่งใต้พร้อมรับอุทกภัย แม้พัก บกปภ.ช.ช่วง IMF World Bank 2026 เยียวยาแล้ว 1.35 แสนครัวเรือน
“ผ้าไทย-อาหารไทย” สองทุนวัฒนธรรมไทย บนเวที IMF-World Bank สู่สายตาโลก
SD “ผ้าไทย-อาหารไทย” สองทุนวัฒนธรรมไทย บนเวที IMF-World Bank สู่สายตาโลก
‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ขายหุ้น THAI เกือบเกลี้ยงพอร์ต! หลังถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่
Finance ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ขายหุ้น THAI เกือบเกลี้ยงพอร์ต! หลังถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่
หุ้นไทยวันนี้ กรอบ 1,570-1,590 จุด จับตาประชุม IMF-World Bank
Finance หุ้นไทยวันนี้ กรอบ 1,570-1,590 จุด จับตาประชุม IMF-World Bank
วันหยุด 13 ตุลาคม 2569 ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย
News วันหยุด 13 ตุลาคม 2569 ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย
ดูทั้งหมด

130 ปี พระองค์วรรณ ภารกิจ “ประชาชาติ” บนความเปลี่ยนแปลง

25 ส.ค. 2564 | 10:54น.
สาโรจน์ มณีรัตน์ : เรื่อง

หากนับเนื่องจากวันที่ 25 สิงหาคม 2434 มาจนถึง 25 สิงหาคม 2564 “พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์” หรือ “พระองค์วรรณ” พระนามเดิมคือ “หม่อมเจ้าวรรณไวทยากร” ซึ่งเป็นพระราชโอรสใน “พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์” กับ “หม่อมหลวงต่วนศรี (มนตรีกุล) วรวรรณ” ก็จะมีสิริพระชันษา 130 ปี

เป็น 130 ปีที่ไม่เพียงพระองค์ทรงเคยดำรงตำแหน่งอดีตรองนายกรัฐมนตรี หากยังเคยเป็นประธานสมัชชาองค์การสหประชาชาติ, อดีตนายกราชบัณฑิตยสถาน, ผู้ร่วมสถาปนาสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

ทั้งยังทรงเสนอให้คณะรัฐมนตรีสมัยนั้นจัดตั้งโรงเรียนการเมืองชั้นสูง หรือที่รู้จักกันในเวลาต่อมา คือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง

โดยปี 2506-2514 “พระองค์วรรณ” ทรงดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วย

กล่าวกันว่า พระปรีชาสามารถของ “พระองค์วรรณ” ทรงมีความรอบรู้ในศาสตร์หลายแขนง โดยเฉพาะทางด้านการทูตและการต่างประเทศ จนกลายเป็นที่ยอมรับในระดับโลก

ขณะเดียวกัน ยังทรงเป็นผู้วางกฎเกณฑ์ในการบัญญัติศัพท์ภาษาต่างประเทศด้วยคำบาลี-สันสกฤต

โดยเฉพาะการบัญญัติคำศัพท์สมัยนั้น ที่แม้จะผ่านวันเวลามายาวนาน แต่คำศัพท์ยังใช้อยู่ในปัจจุบัน อาทิ อัตโนมัติ (automatic), รัฐธรรมนูญ (constitution), ประชาธิปไตย (democracy), โทรทัศน์ (television), วิทยุ (radio) และอื่น ๆ อีกมากมาย

ฉะนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ “พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์” จะได้รับการประกาศพระเกียรติคุณ โดยองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ในฐานะปูชนียบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมระดับโลกเมื่อปี 2534

ปี 2534 ที่ “พระองค์วรรณ” สิริพระชันษาครบ 100 ปีพอดี

แต่ทว่า ในอีกบทบาทสำคัญที่เกี่ยวข้องกับงานหนังสือพิมพ์ ซึ่งหนังสือ “ประวัติศาสตร์การพิมพ์ในประเทศไทย สยามพิมพการ” ที่มีสำนักพิมพ์มติชนเป็นผู้จัดพิมพ์ เคยกล่าวความตอนหนึ่งอันเกี่ยวเนื่องกับการออกหนังสือพิมพ์ประชาชาติ

ในช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2475 ดังที่ “พระองค์วรรณ” ประทานสัมภาษณ์ว่า…เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงใน พ.ศ. 2475 ฉันเห็นว่าไม่ใช่เปลี่ยนแปลงการปกครองเท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตคนไทยทีเดียว

“เพราะทำให้ฉันระลึกถึงการเปลี่ยนแปลงในฝรั่งเศส ฉันจึงได้บัญญัติศัพท์ใหม่คือคำว่า ปฏิวัติ พร้อมกันก็คิดออกหนังสือพิมพ์เพื่อรับความเปลี่ยนแปลง หนังสือพิมพ์ประชาชาติออกมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงหลักมูลคือวิถีชีวิตของประชาชนชาวไทย

พึงเข้าใจว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย หรือที่เราเรียกกันว่า ประชาธิปไตย ในการเปลี่ยนแปลงที่จะให้เป็นสันตินั้น ฉันได้คิดคติพจน์ให้กับหนังสือพิมพ์ประชาชาติว่า บำเพ็ญกรณี ไมตรีจิต วิทยาคม อุดมสันติสุข”

“ทั้งนี้ เพราะฉันมีความเข้าใจว่าในเรื่องสิทธินั้น ทุกคนก็เรียกร้องตามหลักประชาธิปไตย หรืออำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชนอยู่แล้ว แต่สิทธิและหน้าที่เป็นของคู่กันที่เราทุกคนปรารถนา และหนังสือพิมพ์ประชาชาติก็ได้ปฏิบัติตามคติพจน์ที่ว่านั้น”

โดยมี “กุหลาบ สายประดิษฐ์” เป็นบรรณาธิการฉบับปฐมฤกษ์เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2475

กล่าวกันว่า กองบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ประชาชาติ ยุค “กุหลาบ” ต่างเต็มไปด้วยพี่ เพื่อน น้องในวงการนักประพันธ์หัวก้าวหน้าที่มาจาก “คณะสุภาพบุรุษ” ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น มาลัย ชูพินิจ, สนิท เจริญรัฐ, เฉวียง เศวตะทัต, อบ ไชยวสุ, โชติ แพร่พันธุ์ และอื่น ๆ อีกมากมาย

โดยนัยหนึ่งนอกจากบทบาทของนักหนังสือพิมพ์ที่มุ่งปวารณาตัวเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและส่วนรวมเป็นหลัก หากยังมีจุดยืนหลักที่อยู่เคียงข้างประชาธิปไตย จนทำให้ผู้มีอำนาจรัฐสมัยนั้นถึงกับสั่งปิดหนังสือพิมพ์ถึง 2 ครั้ง

ขณะเดียวกัน ในบทบาทของบรรณาธิการอย่าง “กุหลาบ” ก็เริ่มทดลองด้วยการนำงานวรรณกรรมมาสร้างความบันเทิงให้กับผู้อ่านด้วย ไม่ว่าจะเป็น “ผู้ชนะสิบทิศ” ที่มี “ยาขอบ” (โชติ แพร่พันธุ์) เป็นผู้ประพันธ์ หรือ “ข้างหลังภาพ” ที่มี “ศรีบูรพา” (กุหลาบ สายประดิษฐ์) เป็นผู้ประพันธ์ ก็ล้วนเคยตีพิมพ์มาก่อนในหนังสือพิมพ์ประชาชาติทั้งสิ้น

จนทำให้เกิดความนิยมในกลุ่มผู้อ่านเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากบทนำ, บทความ, คอลัมน์ที่มุ่งเสนอประเด็นความรู้ ความเข้าใจเรื่องระบอบประชาธิปไตยอย่างตรงไปตรงมา

หากอำนาจของวรรณกรรมกลับสร้างปรากฏการณ์จนทำให้แฟนานุแฟนติดตามอ่านเป็นจำนวนมาก จนถึงขนาดมาต่อแถวรอกันถึงหน้าโรงพิมพ์เพื่อซื้อหนังสือพิมพ์ประชาชาติจากแท่นพิมพ์เลยทีเดียว

แต่ “ประชาชาติ” ยุค “กุหลาบ” ดำเนินการมาเพียงระยะหนึ่ง เพราะผู้มีอำนาจรัฐสมัยนั้นไม่พอใจอย่างมาก ที่สุดหนังสือพิมพ์ประชาชาติจึงค่อย ๆ หายไปจากแผงหนังสือ

จนเมื่อ “ขรรค์ชัย บุนปาน” ประธานกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ในปัจจุบันคิดจะทำหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ จึงพาคณะทำงานเข้าเฝ้า “พระองค์วรรณ” เพื่อขอประทานอนุญาตชื่อหนังสือพิมพ์ประชาชาติมาทำหนังสือพิมพ์ตามอุดมการณ์ที่ยึดประโยชน์และประเทศชาติเป็นสำคัญ

ในหนังสือ “ประวัติศาสตร์การพิมพ์ในประเทศไทย สยามพิมพการ” กล่าวความตอนหนึ่งที่ “พระองค์วรรณ” ประทานคำอวยพรแก่ “ขรรค์ชัย” และคณะทำงานหนังสือพิมพ์ประชาชาติรายสัปดาห์เมื่อปี 2516 ความว่า…ไม่ขัดข้องที่พวกเธอมาขออนุญาตใช้ชื่อประชาชาติออกเป็นหนังสือใหม่ครั้งนี้ยินดีอนุญาตให้ เพราะเหมาะกับภาวะเหตุการณ์ทุกอย่าง ขอให้สมหวัง พบกับความสำเร็จ

ขณะเดียวกัน “ขรรค์ชัย” ก็ได้เขียนบทนำในหนังสือพิมพ์ประชาชาติรายสัปดาห์ฉบับปฐมฤกษ์ ดังความบางส่วนว่า…คณะผู้จัดทำหนังสือพิมพ์ประชาชาติรายสัปดาห์ ต่างมีความปลื้มปีติสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่ง ขณะเดียวกัน ก็น้อมรับคติพจน์นั้นมารำลึกไว้

มิใช่เพื่ออยากเห็นหนังสือประชาชาติ หรือคำว่า ประชาชาติคงอยู่ แต่สิ่งที่เรา, คณะผู้จัดทำปรารถนาต้องการคือ ประชาชาติ อันหมายถึงคนไทยทั้งมวลที่ต้องอยู่ตลอดไป

ตลอดเวลาที่ประชาชาติรายสัปดาห์วางแผง เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2516 จากนั้นในอีก 9 เดือนต่อมาคณะผู้จัดทำก็ออกหนังสือพิมพ์ประชาชาติรายวัน เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2517 ก่อนที่จะออกมารวมประชาชาติรายวัน เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2518

ตามมาด้วยหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2519 และหนังสือพิมพ์เข็มทิศธุรกิจ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2520 ทุก ๆ ฉบับต่างผจญวิบากกรรมในการนำเสนอข่าวจากผู้ปกครองรัฐตลอดมา

กระทั่งภายหลังรวมประชาชาติรายวันจึงกลายมาเป็นหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจราย 3 วัน ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ธุรกิจฉบับแรก ๆ ที่ใช้กระดาษปอนด์ขาว ทั้งยังแบ่งแยกเนื้อหาออกเป็นข่าวธุรกิจประเภทต่าง ๆ ตามรูปแบบของหนังสือพิมพ์ในปัจจุบัน

ที่ไม่เพียงจะยึดคติพจน์ตามที่ “พระองค์วรรณ” ประทานพรมา หากยังเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มผู้อ่านในปัจจุบัน โดยยึดสโลแกนที่ว่า…เตือนคุณล่วงหน้า ทุกคำ ทุกข่าว ทั้งนั้น เพื่ออยากบอกผู้อ่านทุกคนว่า

ไม่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะแปรเปลี่ยนไปเช่นไร ?

เศรษฐกิจจะดิ่งเหวแค่ไหน ?

ประชาธิปไตยจะเบ่งบานหรือไม่ ?

หรือภาครัฐจะแก้ปัญหาเรื่องมหันตภัยไวรัสร้ายล้มเหลวอย่างไร ?

“ประชาชาติธุรกิจ” จะยืนอยู่เคียงข้างผู้อ่านตลอดมาและตลอดไป โดยเฉพาะกับการปรับรูปแบบการนำเสนอข่าวให้เข้าไปอยู่ในโหมดออนไลน์ขณะนี้

ในขณะที่ “ราก” ของ “ประชาชาติธุรกิจ” ล้วนเกิดจากต้นธารทางความคิดของ “พระองค์วรรณ” ในการก่อกำเนิด “ประชาชาติ” ตั้งแต่ปี 2475 เพื่อต้องการเป็นหนังสือพิมพ์เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง

ซึ่งเหมือนกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคมพลวัตขณะนี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประชาชาติธุรกิจ