เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เปิดกงสุลใหญ่สหรัฐ จ.เชียงใหม่ ดันภาคเหนือสู่ศูนย์กลางความร่วมมือ

24 ม.ค. 2569 | 16:42น.

เปิดอาคารสถานกงสุลใหญ่สหรัฐ เชียงใหม่ แห่งใหม่อย่างเป็นทางการ มูลค่า 8,500 ล้านบาท ตอกย้ำความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางความร่วมมือในระดับภูมิภาค

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า สหรัฐอเมริกา เปิดอาคารสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ แห่งใหม่อย่างเป็นทางการ โดยมีนายไมเคิล เจ. รีกาส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายบริหารธุรการและทรัพยากร, นายฌอน เค. โอนีลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย และนายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม เข้าร่วมอย่างคับคั่ง

นายฌอน เค. โอนีลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า บทบาทของอาคารสถานกงสุลใหม่แห่งนี้ ในฐานะศูนย์กลางที่ปลอดภัยและทันสมัยในการให้บริการชาวอเมริกันกว่า 21,000 คนทั่วภาคเหนือของไทย ตลอดจนการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายชาวไทย ในการทำให้ทั้งสองประเทศมีความปลอดภัยขึ้น แข็งแกร่งขึ้น และมั่งคั่งขึ้นกว่าเดิม

โดยปีนี้ จะฉลองครบรอบ 250 ปีสหรัฐอเมริกา จึงถือเป็นโอกาสที่ดีในการเปิดอาคารใหม่แห่งนี้ ทั้งนี้ สหรัฐฯ มีสถานกงสุลในเชียงใหม่มานานกว่า 75 ปี ซึ่งอาคารใหม่แห่งนี้ มีมูลค่าการลงทุนราว 273 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นเงินไทยมากกว่า 8,500 ล้านบาท) และที่สำคัญของอาคารแห่งนี้คือ เป็นสัญลักษณ์ที่จะคงอยู่ตราบนานของมิตรภาพระหว่างสหรัฐฯ กับไทย

นางคีเลีย คัมมินส์ กงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การเปิดสถานกงสุลใหญ่แห่งใหม่นี้ ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่สะท้อนถึงความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของเชียงใหม่และภาคเหนือของไทย ต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา ทั้งในมิติทางการทูต เศรษฐกิจ และความร่วมมือระยะยาว โดยสถานกงสุลไม่ได้ทำหน้าที่เพียงการให้บริการด้านกงสุลเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบายและความร่วมมือในระดับภูมิภาค

บทบาทสำคัญของสถานกงสุลใหญ่แห่งใหม่นี้คือ การยกระดับการให้บริการและการทำงานของสหรัฐฯ ในภาคเหนือ ด้วยการออกแบบอาคารที่ทันสมัย และวางระบบการทำงานที่นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ ซึ่งจะช่วยให้การบริการต่างๆมีประสิทธิภาพสำหรับชาวอเมริกัน กล่าวคือ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถ ทั้งในด้านการอำนวยความสะดวกแก่พลเมือง การติดต่อประสานงาน และการขับเคลื่อนภารกิจทางการทูตของสหรัฐฯ ใน 15 จังหวัดภาคเหนือของไทย รวมถึงสนับสนุนความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายชาวไทย ในการปกป้องพลเมืองของเรา โดยการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ และเสริมสร้างความมั่งคั่ง โดยส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ

นางคีเลีย กล่าวต่อว่า เชียงใหม่และภาคเหนือของไทยมีบทบาทสำคัญต่ออนาคตของความร่วมมือไทย–สหรัฐฯ ทั้งในด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นวัตกรรม การศึกษา และการแลกเปลี่ยนระดับประชาชน สถานกงสุลแห่งใหม่นี้จะเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงความร่วมมือเหล่านี้ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน มิติด้านเศรษฐกิจและการลงทุนยังเป็นอีกประเด็นสำคัญ ที่สหรัฐฯ มองเห็นศักยภาพของเชียงใหม่และภาคเหนือ ในฐานะพื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ แหล่งนวัตกรรม และฐานการลงทุนใหม่ ที่อาจมีบทบาทมากขึ้นในห่วงโซ่เศรษฐกิจระหว่างประเทศในอนาคต

ขณะเดียวกัน ด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สถานกงสุลใหญ่แห่งใหม่นี้ จะเป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ กับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยในภาคเหนือ ทั้งในรูปแบบการแลกเปลี่ยนนักศึกษา งานวิจัยร่วม และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อรองรับเศรษฐกิจฐานความรู้

นอกจากนี้ ในมิติของความสัมพันธ์ระดับประชาชน สถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ วางบทบาทให้เป็นพื้นที่เชื่อมโยงกิจกรรมทางวัฒนธรรม การแลกเปลี่ยน และความร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศในระดับรากฐาน

สำหรับสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำเชียงใหม่แห่งใหม่ ได้รับการออกแบบให้รองรับภารกิจทางการทูตและการให้บริการที่ทันสมัย การออกแบบอาคารสไตล์โมเดิร์นอเมริกา (Modern American Architecture) เน้นความเรียบง่าย ผสมผสานกับสไตล์โมเดิร์นล้านนา สอดคล้องกับแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สถานกงสุล เชียงใหม่