Skip to content

“กรีนบัส” อ่วม น้ำมันพุ่งแบกต้นทุนเพิ่มเดือนละ 4 แสน จ่อลดเที่ยววิ่งประคองธุรกิจ

11 มี.ค. 2569 | 15:18น.
“กรีนบัส” อ่วม น้ำมันพุ่งแบกต้นทุนเพิ่มเดือนละ 4 แสน จ่อลดเที่ยววิ่งประคองธุรกิจ

ยักษ์ใหญ่รถโดยสารภาคเหนือ “กรีนบัส” เผยวิกฤตพลังงานพ่นพิษ ทำต้นทุนพุ่งลิตรละ 2 บาท แบกภาระเพิ่มเดือนละ 4 แสนบาท หลังสิ้นสุดสัญญาราคาน้ำมันพิเศษ งัดกลยุทธ์ควบรวมเที่ยววิ่งประคองธุรกิจ พร้อมประกาศแผนทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ เปลี่ยนเป็นรถ EV ยกแผงกลางปี 69 หวังลดพึ่งพาน้ำมันในระยะยาว

ดีเซลพ่นพิษ ต้นทุนพุ่ง 20%

นายกฤษฏิภาชย์ ทองคำคูณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรีนแคปปิตอล จำกัด ในเครือกรีนบัส ผู้ให้บริการธุรกิจขนส่งรถโดยสารประจำทางสายเหนือ (Green Bus) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่า บริษัทกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนอย่างหนัก เนื่องจากปัจจุบันไม่ได้สิทธิประโยชน์จากการซื้อน้ำมันในราคาล่วงหน้า (Forward Price) ทำให้ต้องซื้อน้ำมันตามราคาตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ส่วนต่างราคาน้ำมันจากหน้าปั๊มเพิ่มขึ้นถึงลิตรละ 2 บาท หรือคิดเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นกว่า 20% โดยปริมาณน้ำมันที่ต้องใช้ต่อเดือนราว 80,000 ลิตร ส่งผลให้บริษัทมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 400,000 บาทต่อเดือน

ทั้งนี้ นอกจากภาระด้านราคา การนำรถบัสขนาดใหญ่เข้าเติมน้ำมันตามสถานีบริการทั่วไปยังเป็นอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากพื้นที่คับแคบและต้องรอคิวนาน นำไปสู่ “ค่าเสียเวลา” ที่กระทบต่อตารางการเดินรถและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการอย่างเลี่ยงไม่ได้

นายกฤษฏิภาชย์ ทองคำคูณ

ปรับแผนเน้น “Load Factor” ตรึงราคา

นายกฤษฏิภาชย์ กล่าวว่า ในระยะเร่งด่วน กรีนบัสได้ปรับกลยุทธ์การเดินรถเพื่อรักษาสภาพคล่อง โดยเน้นการบริหารจัดการอัตราส่วนบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการ “ควบรวมหรือยกเลิกเที่ยววิ่ง” ในช่วงเวลาที่มีผู้โดยสารน้อย (Low Occupancy) เพื่อให้ทุกเที่ยวการเดินรถมีความคุ้มค่าที่สุด

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังจำเป็นต้อง “ตรึงราคาค่าโดยสาร” ไว้ในระดับเดิม โดยไม่สามารถปรับราคาขึ้นได้ทันทีตามราคาน้ำมันที่สูงขึ้น เนื่องจากต้องได้รับการอนุมัติจากกรมการขนส่งทางบก ซึ่งควบคุมโครงสร้างราคาเพื่อไม่ให้กระทบประชาชนเกินไป หรือเป็นการเพิ่มภาระให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ ประกอบกับภาวะการแข่งขันสูงและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่จำกัด ทำให้การขึ้นราคาอาจส่งผลให้ผู้โดยสารลดลง แม้จะอยู่ภายใต้ภาวะกดดันด้านต้นทุนอย่างมากก็ตาม โดยปัจจุบันยอดผู้โดยสารในเส้นทางหลัก (เชียงใหม่-เชียงราย-พะเยา) และเส้นทางข้ามภาค ยังคงแข็งแกร่งด้วย Load Factor เฉลี่ยสูงถึง 80-85%

ทุ่มงบเปลี่ยนสู่ EV ยก Fleet

นายกฤษฏิภาชย์ กล่าวต่อว่า สำหรับแผนการทรานส์ฟอร์มธุรกิจระยะยาว กรีนบัสเตรียมเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีครั้งใหญ่ มุ่งสู่การเป็นพลังงานสะอาดเต็มตัว โดยมีแผนนำรถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) เข้ามาประจำการแทนรถน้ำมันทั้งหมด ประกอบด้วย รถนิบัส EV จำนวน 30 คัน รถบัสขนาดใหญ่ (12 เมตร) จำนวน 10 คัน โดยคาดว่าจะเริ่มมีการส่งมอบและจัดอบรมพนักงานได้ในช่วงกลางปี 2569 ซึ่งมั่นใจว่าจะช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานได้อย่างยั่งยืน และเป็นการยกระดับมาตรฐานการเดินทางในภาคเหนือให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม