ภาคเหนือตอนบนยังไม่พ้นขีดอันตราย เผยภาพรวม 4 จังหวัดเชียงใหม่-เชียงราย-ลำพูน-แม่ฮ่องสอน จมฝุ่นพิษระดับสีแดงเข้มต่อเนื่อง 22 วันรวด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดข้อมูลจากหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม ชี้ให้เห็นถึงความวิกฤตของมลพิษในปีนี้ที่แม้ปริมาณวันเกินมาตรฐานจะลดลง แต่ความรุนแรงกลับพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์
สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) รายงานคุณภาพอากาศบริเวณภาคเหนือตอนบน (เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน) ณ วันที่ 17 เมษายน 2569 พบว่าพื้นที่ภาคเหนือตอนบนจมอยู่ในมลพิษระดับสีแดงเข้มต่อเนื่อง โดยพบค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงระดับสีแดงใน 4 จังหวัดหลัก ได้แก่ เชียงราย (193.2 มคก./ลบ.ม.) แม่ฮ่องสอน (182.7 มคก./ลบ.ม.) เชียงใหม่ (156.4 มคก./ลบ.ม.) และลำพูน (148.6 มคก./ลบ.ม.)
โดยทั้ง 4 จังหวัด จมมลพิษต่อเนื่องมาแล้วราว 22 วัน ซึ่งเมื่อนับถอยหลังไปจะพบว่าสถานการณ์ฝุ่นพิษในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน เริ่มวิกฤตและเกินค่ามาตรฐานต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2569
ทั้งนี้ หากย้อนดูสถิติในช่วงวิกฤตนี้ เคยพุ่งไปแตะระดับสูงสุดถึง 345.3 มคก./ลบ.ม. มาแล้วเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ที่ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
ขณะที่ จังหวัดลำพูน แม้ค่าฝุ่นรายวันจะไม่สูงที่สุด แต่กลับมีจำนวนวันที่ฝุ่นเกินค่ามาตรฐานสะสมมากที่สุดถึง 58 วัน ตั้งแต่ต้นปี
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก GISTDA ระบุว่า พบจุดความร้อน (Hotspot) ทั่วประเทศสูงถึง 4,656 จุด เป็นสถิติการเผาที่เกิดขึ้นทั่วประเทศไทย ภายใน 24 ชั่วโมงของวันที่ 16 เมษายน 2569 ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังคุณภาพอากาศ
โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่เพียงจังหวัดเดียวมียอดสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม จนถึงปัจจุบันพุ่งสูงถึง 9,428 จุด ซึ่งเมื่อผนวกกับลักษณะภูมิประเทศที่เป็นแอ่งที่ราบลุ่มหุบเขาและกระแสลมที่พัดหมุนเวียน ส่งผลให้กลุ่มควันสะสมตัวหนาแน่นและปกคลุมเชื่อมโยงกันไปทั่วทั้งภูมิภาคภาคเหนือตอนบน
อย่างไรก็ตาม เมื่อดูข้อมูลเปรียบเทียบย้อนหลังของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) พบสถิติที่น่าสนใจว่า ในปี 2569 นี้ จำนวนวันที่ฝุ่นเกินมาตรฐานของเชียงใหม่ดีขึ้นกว่าปีก่อนถึง 30% ทว่า “ค่าความเข้มข้นสูงสุด” กลับพุ่งสูงถึง 345.3 มคก./ลบ.ม. ซึ่งสูงกว่าค่าสูงสุดของปี 2568 เกือบเท่าตัว สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าสภาพมลพิษในปีนี้ (2569) มีความเข้มข้นและรุนแรงกว่าปีก่อนอย่างมาก กล่าวคือ เป็นสภาวะ “ฝุ่นเข้มข้นสะสมหนาแน่น”
นอกจากนี้ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ระบุว่า สภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ ช่วงก่อนเที่ยง (12.00 น.) และหลังหนึ่งทุ่ม (19.00 น.) ของทุกวัน อากาศจะอยู่ในสภาวะจมตัวและปิดสนิท ทำให้ฝุ่นถูกกักไว้ในระดับต่ำไม่สามารถระบายออกได้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลา 13.00 – 18.00 น. ของวันที่ 18 – 23 เมษายน สภาพอากาศจะเปิดให้ระบายฝุ่นได้ดีขึ้น
โดยย้ำเตือนให้ประชาชนงดกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด สวมหน้ากาก PM2.5 และขอความร่วมมืองดการเผาในที่โล่งเพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ในระยะนี้