เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เร่งเครื่องอุตสาหกรรมไทย ผุด DIPROM ITC หนุน SMEs สู่ตลาดโลก

03 พ.ค. 2569 | 18:11น.

กระทรวงอุตสาหกรรม ลุยพื้นที่สุพรรณฯ เดินเกมอุตสาหกรรมไทย หนุนดีพร้อมใช้ DIPROM ITC
เปิดทาง SMEs เข้าถึง “เทคโนโลยีเครื่องจักรพัฒนาสินค้า ที่ปรึกษา เงินทุน” นำร่องกลุ่มอาหารท้องถิ่น  พร้อมเปิดตัวโรงงานผลิตต้นแบบ ภายใต้เครื่องหมาย “8 – พร้อม – พัฒน์” ต่อยอดสินค้าไทยสู่ตลาดโลก

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569  กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) จัดกิจกรรม “DIPROM PLUS @DC8 เปิดบ้านสุพรรณ ปั้นอุตสาหกรรมคู่ชุมชน” ณ DIPROM Center 8 (DC8) เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมผ่านกลไก DIPROM ITC โครงสร้างพื้นฐานสำคัญเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการให้ทดลอง พัฒนา และต่อยอดผลิตภัณฑ์ได้ในสภาพแวดล้อมการผลิตจริง

ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมและเครื่องจักรสมัยใหม่ในกระบวนการผลิต พร้อมวางรากฐานการพัฒนาเพื่อขยายผลสู่ DIPROM Center ทั่วประเทศ มุ่งเพิ่มมูลค่า ยกระดับมาตรฐาน และขยายโอกาสทางการตลาดของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงเกษตรแปรรูป ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสำคัญของประเทศ

โดยเร่งสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมในที่เดียว ทั้งเทคโนโลยี เครื่องจักร องค์ความรู้ และคำปรึกษา เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ ลดต้นทุน และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในตลาด อันจะเป็นการสร้างมูลค่า เพิ่มมาตรฐาน และต่อยอดสู่การจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้จริง

ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลได้กำหนดนโยบาย “Thailand 10 Plus” เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรม จึงเร่งนำนโยบายดังกล่าว มาใช้เป็นแนวทางพัฒนาภาคอุตสาหกรรม ภายใต้แนวคิด “ONE MIND :  อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” เพื่อให้การดำเนินงานทุกภาคส่วนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะด้านการ “เพิ่มมูลค่า” ให้กับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมของประเทศ

โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงและเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับในฐานะ “ครัวของโลก” มาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นฟันเฟืองสำคัญของระบบเศรษฐกิจ

ข้อมูลจากหอการค้าไทย ระบุว่า อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม มีสัดส่วน GDP ของอุตสาหกรรมอาหารต่อ GDP ประเทศอยู่ที่ร้อยละ 5.9 และมีบทบาททั้งในด้าน การส่งออกและการบริโภคภายในประเทศ โดยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่ามูลค่าการส่งออกอาหารไทยในปี 2569 จะสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท

จากศักยภาพดังกล่าว กระทรวงอุตสาหกรรมจึงเดินหน้าวางโครงสร้างการพัฒนาใหม่ โดยเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงพื้นที่ เพื่อให้การส่งเสริมอุตสาหกรรมสามารถตอบโจทย์ศักยภาพของแต่ละภูมิภาคได้อย่างตรงจุดผ่านการบูรณาการวัตถุดิบท้องถิ่น อัตลักษณ์พื้นที่ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นฐานในการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับคลัสเตอร์อุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูปให้สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละจังหวัด ควบคู่กับการพัฒนาผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครื่องจักรที่จำเป็นในการเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต

รวมถึงการส่งเสริมการแปรรูปวัตถุดิบในพื้นที่เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้กลับสู่ชุมชน ตลอดจนการเชื่อมโยงเครือข่ายตลาดและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อขยายโอกาสทางการค้า สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์

นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ได้รับมอบหมายจากกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เร่งแก้ไขข้อจำกัดสำคัญของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs  ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่มีต้นทุนสูง รวมถึงขาดกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน

จึงดำเนินการส่งเสริม การพัฒนานวัตกรรมอาหารชุมชนผ่าน DIPROM ITC ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้ามาทดลองผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานการผลิตในระดับสากล ให้สามารถต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ได้จริง

พร้อมทั้งเชื่อมโยงองค์ความรู้ มาตรฐาน และแหล่งทุนที่จำเป็นต่อการพัฒนาธุรกิจในมิติต่าง ๆ ได้อย่างครบวงจรด้วยกลไก DIPROM PLUS ผ่านการบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.)  ผ่านกลไกเชิงพื้นที่ในการค้นหา คัดกรองผู้ประกอบการรวมถึงการส่งต่อเข้าสู่กระบวนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน

“DIPROM ITC จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ แต่สามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานของรัฐที่มีอยู่เพื่อต่อยอดธุรกิจได้ทันที โดยเฉพาะการเข้าถึงเครื่องจักร เทคโนโลยี และกระบวนการผลิตในระยะเริ่มต้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และลดความเสี่ยงในการลงทุน พร้อมการสนับสนุนด้านองค์ความรู้ มาตรฐานและคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญอย่างครบวงจร เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดและเติบโตได้อย่างยั่งยืน”

นางสาวณัฏฐิญา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการจัดกิจกรรมเปิดบ้านสุพรรณในครั้งนี้ เป็นการสร้างการรับรู้ถึงการให้บริการที่แตกต่างของ DIPROM ITC @DC8 โดยเป็นสถานที่ผลิตต้นแบบแห่งแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP ภายใต้ชื่อ“8-พร้อม-พัฒน์ (8 PROM PLUS)” ซึ่งมีการบ่มเพาะผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ผ่านกระบวนการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัย และอยู่ระหว่างการยกระดับสู่มาตรฐานและการขอรับรองที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถต่อยอดสู่การจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้จริง

ขณะนี้มีผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 3 รายการ ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอมผง แป้งข้าว กข.43และผำผงอบแห้ง ซึ่งสะท้อนศักยภาพของการนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นสินค้าอาหารมูลค่าสูงที่สามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้อย่างมีศักยภาพ

“การดำเนินงาน DIPROM PLUS เป็นการบูรณาการ “นโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน และการปฏิบัติจริง” เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างกลไกใหม่ในการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า และยกระดับมาตรฐานได้จริง ซึ่งไม่เพียงช่วยยกระดับผู้ประกอบการรายบุคคล แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจในระดับพื้นที่  ช่วยสร้างรายได้ เพิ่มการจ้างงาน และยกระดับห่วงโซ่มูลค่าของอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูปของประเทศให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น อันจะเป็นต้นแบบในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยตั้งแต่ระดับชุมชน ให้ก้าวไปสู่เวทีการค้าโลกได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน” นางสาวณัฏฐิญา กล่าวทิ้งท้าย