บทบรรณาธิการ : อย่าประมาทกับโควิด-19
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
แม้ประเทศไทยได้ผ่านพ้นช่วง 7 วันอันตรายจากเทศกาลสงกรานต์มาแล้ว แต่กำลังเข้าสู่ช่วงการเฝ้าระวัง 7 วันการระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ จากการคาดการณ์ที่ว่า เทศกาลสงกรานต์เปิดโอกาสให้มีการเคลื่อนย้ายผู้คนขนานใหญ่ทั่วประเทศ ประกอบกับเริ่มมีการระบาดของโควิดสายพันธุ์ใหม่ในหลาย ๆ ประเทศ
สำหรับสถานการณ์การระบาดในประเทศไทย ล่าสุดกรมควบคุมโรครายงานระหว่างวันที่ 9-16 เมษายน 2566 พบผู้ป่วยรายใหม่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจำนวน 435 ราย หรือเฉลี่ยวันละ 62 ราย เป็นผู้ป่วยปอดอักเสบ 30 ราย ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 19 ราย และมีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 2 ราย สอดคล้องกับเส้นกราฟผู้ป่วยรายใหม่กำลังชันขึ้น
อย่างไรก็ตาม สายพันธุ์หลักของโควิด-19 ที่ระบาดในประเทศไทยยังคงอยู่ในตระกูลโอมิครอนลูกผสม XBB โดยพบ XBB.1.5 และ XBB.191 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ส่วนสายพันธุ์ XBB.1.16 ที่พบมากขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนกันทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอินเดียนั้นจะกลายมาเป็นสายพันธุ์หลักที่จะระบาดในช่วงต่อไปอย่างแน่นอน
ทางด้าน นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ได้ออกมาเตือนว่า การระบาดของโควิด-19 รอบนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และตัวเลขผู้ติดเชื้อจะเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม ไปจนถึงจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายน และจะค่อย ๆ ลดลงในเดือนกันยายน ส่วนการเปลี่ยนแปลงของไวรัสโอมิครอนในไทยตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา จะเป็นสายพันธุ์ BA.2.75 และเปลี่ยนมาเป็น XBB.1.5 ในเดือนมีนาคม และกำลังจะเปลี่ยนมาเป็น XBB.1.16 ในอีกไม่นานนี้
แม้สายพันธุ์ XBB.1.16 จะแพร่กระจายได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดิม XBB.1.5 ประมาณ 1.2 เท่า แต่จากการรายงานสถานการณ์ที่อินเดียจะพบว่า XBB.1.16 นั้นไม่รุนแรงไปกว่าสายพันธุ์เดิม แม้แพร่ระบาดได้ง่ายก็ตาม
จึงควรที่หน่วยงานภาครัฐและประชาชนจะต้องเร่งติดตามและป้องกันการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ ด้วยการรณรงค์นำมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 กลับมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการฉีดวัคซีนกระตุ้นประจำปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเสี่ยง 607 ผู้สูงอายุ การป้องกันตัวเองไม่อยู่ในสถานที่แออัด และการสวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยง
โดยมาตรการป้องกันตัวเองเหล่านี้ หลายคนอาจมองว่า เป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย ขาดอิสระในการใช้ชีวิตในที่สาธารณะ เนื่องจากโรคโควิด-19 ได้ถูกประกาศให้เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565
แต่อย่าลืมว่า เรายังรู้จักโรคโควิด-19 น้อยมาก เพราะแม้กระทั่งต้นตอการระบาดของโรคในขณะนี้ก็ยังไม่ทราบ การแปรเปลี่ยนของไวรัสในทางรุนแรงเกิดขึ้นได้ทุกเวลา จึงสมควรที่ทุกคนจะไม่ประมาทจนปล่อยให้สถานการณ์ระบาดขยายวงกว้างเหมือนในอดีตอีก