อคส.ป่วนพนักงานฟ้องผู้บริหารทั้งแพ่งและอาญา ปมทวงเงินโบนัสตั้งแต่ปี 2557 และ 2558 รวม 70 ล้านบาท พร้อมจี้เสนอบอร์ดอนุมัติ แต่บอร์ดลาออกเกือบหมดแล้วหลังได้รัฐบาลใหม่ ด้านผู้อำนวยการ อคส. แจงสาเหตุจ่ายไม่ได้ เพราะ สตง.ไม่รับรองงบการเงินปี 57 และ 58 เหตุงบไม่น่าเชื่อถือ
วันที่ 4 มกราคม 2567 นายเกรียงศักดิ์ ประทีปวิศรุต ผู้อำนวยการ องค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา พนักงาน อคส. ทั้งปัจจุบันและเกษียณอายุราชการแล้วกว่า 200 ราย ร่วมกันลงรายชื่อเพื่อยื่นเรื่องต่อศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตและบริการประชาชน ของ อคส. เพื่อขอให้ฝ่ายบริหารอคส.เร่งจ่ายเงินโบนัสพนักงานประจำปีงบประมาณ 2557 และ 2558 รวมประมาณ 70 ล้านบาท
พร้อมทั้ง ต้องเร่งจัดทำวาระเสนอ (บอร์ด) อคส. ที่ขณะนี้ลาออกเกือบทั้งชุดหลังจากได้รัฐบาลใหม่ ให้ความเห็นชอบ หากไม่เร่งดำเนินการ จะดำเนินการทางกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญาต่อไป
นอกจากนี้ ยังได้ยื่นเรื่องให้สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ อคส. (สร.อคส.) ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 สั่งการให้ตรวจสอบและเร่งดำเนินการตามข้อเรียกร้องดังกล่าวด้วย
สำหรับสาเหตุที่ อคส.ยังไม่ได้รับเงินโบนัสในปีงบ 2557 และ 2558 เป็นเพราะสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ยังไม่รับรองงบการเงิน และไม่ได้แสดงความเห็นต่องบการเงินทั้ง 2 ปี ซึ่งผิดไปจากหลักเกณฑ์การจ่ายเงินโบนัสที่กระทรวงการคลังกำหนด ที่หน่วยงานรัฐวิสาหกิจต้องมีกำไรสุทธิ, สตง.ต้องรับรองงบการเงิน และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) อนุมัติเงินโบนัส
ทั้งนี้ การที่ อคส.ยังไม่สามารถจ่ายเงินได้จนถึงขณะนี้ เพราะ สตง.ยังไม่รับรองงบการเงิน เป็นเรื่องร้ายแรงมากที่ฝ่ายบริหารในขณะนั้น ต้องรับผิดชอบ เพราะไม่สามารถแสดงหลักฐานที่เพียงพอให้ สตง. ตรวจสอบ โดยเฉพาะสินค้าคงเหลือ ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรจากโครงการรับจำนำต่าง ๆ มูลค่า 143,000 ล้านบาท และต้นทุนขายอีก 296,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ การทำบัญชีต้นทุนขายของ อคส. ก็ไม่สอดคล้องกับหลักการบัญชีทั่วไป ส่งผลให้รายได้และกำไรสูงเกินจริงในช่วงเริ่มต้นโครงการรับจำนำ และไม่มีรายได้เลยเมื่อส่งมอบสินค้าในช่วงปี 60 จนถึงปัจจุบัน
“กว่า 3 ปีที่ผมรับตำแหน่งผู้อำนวยการ อคส. ได้ประสานเรื่องนี้ไปยังทั้ง 2 หน่วยงาน โดย สคร. แจ้งว่า จะอนุมัติเมื่อ สตง. รับรองงบการเงินเท่านั้น และ สตง. ก็แจ้งว่า ไม่สามารถรับรองงบการเงินย้อนหลังได้ ซึ่งผมได้สั่งการให้แจ้งข้อเท็จจริงไปยังผู้เกี่ยวข้องแล้ว
แต่พนักงานก็ยังร้องเรียนเรื่องนี้ต่อไปยังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และสำนักงานฯได้วินิจฉัยยุติเรื่องร้องเรียนนี้ พร้อมมีข้อเสนอแนะให้ สคร. เร่งรัดอนุมัติจัดสรรจ่ายเงินโบนัสประจำปี 57 ซึ่งฝ่ายบริหารได้รับทราบ และอยู่ระหว่างดำเนินการตามข้อเสนอแนะของสำนักงานฯ”
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของผู้ร้องเรียน พบว่า เงินโบนัสดังกล่าวไม่ได้บรรจุเข้าวาระการประชุมของบอร์ด อคส.เลยตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายของบอร์ด อคส.ชุดใหม่ที่จะพิจารณาให้ได้ข้อยุติ
ขณะเดียวกัน ยังมีการตั้งประมาณการเงินโบนัสจ่ายให้กับบอร์ด อคส. ที่ดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2557-58 อีกหลายล้านบาทด้วย ทั้งนี้ ที่ผ่านมา อคส.ได้รับเงินโบนัสมาอย่างต่อเนื่องจนถึงล่าสุดปี 2556 เพราะมีกำไรจากการดำเนินโครงการรับจำนำสินค้าเกษตรของรัฐบาล แต่ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา ที่ไม่มีโครงการรับจำนำแล้ว อคส.มีผลดำเนินการขาดทุน พนักงานจึงไม่ได้เรียกร้องให้จ่ายโบนัส