ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสถานการณ์ยุโรปตะวันออก-รัสเซียตึงเครียดขึ้น
ราคาน้ำมันดิบ
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังสถานการณ์ในยุโรปตะวันออกและรัสเซียตึงเครียดขึ้น
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในยุโรปตะวันออกมีความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้น หลังวานนี้เกิดการปะทะกันระหว่างโดรนติดอาวุธของรัสเซียและกองทัพอากาศของโปแลนด์
โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการเผชิญหน้ากันโดยตรงระหว่างชาติในกลุ่มองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต้ (NATO) และรัสเซีย เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลต่อนานาชาติว่าการปะทะดังกล่าวอาจลุกลามเป็นความขัดแย้งกันโดยตรงระหว่างกลุ่มนาโต้และรัสเซีย
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 10 ก.ย. 2568 อยู่ที่ 63.67 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.04 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 67.49 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.10 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐพร้อมที่จะปรับขึ้นภาษีครั้งใหม่กับจีนและอินเดีย เพื่อกดดันให้รัสเซียกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาสันติภาพอีกครั้ง โดยผู้นำสหรัฐได้กดดันให้ประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปดำเนินนโยบายดังกล่าวด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ตลาดคาดว่ามาตรการที่สหรัฐและยุโรปอาจพิจารณาดำเนินการเพิ่มเติมจะเกี่ยวข้องกับการคว่ำบาตรกับเรือที่ใช้ในการบรรทุกน้ำมันดิบของรัสเซีย รวมถึงการจำกัดการทำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ ของรัสเซียเพิ่มเติม
กระทรวงแรงงานสหรัฐ เผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐ เดือน ส.ค. 68 อยู่ที่ระดับ -0.1% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดที่ระดับ 0.3% ภายหลังการประกาศตัวเลขดังกล่าว ส่งผลให้ตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (FED) เตรียมปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุม ซึ่งจัดขึ้นในช่วงสัปดาห์หน้า หลังอัตราเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ระดับ 2%
สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคของจีนในเดือน ส.ค. 68 อยู่ที่ระดับ -0.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน ตัวเลขทางเศรษฐกิจดังกล่าวสะท้อนถึงภาคเศรษฐกิจของจีนที่ยังคงอ่อนแอ
