ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังนักลงทุนกังวลอุปทานล้นตลาด
ราคาน้ำมันดิบ
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับลดลง หลังนักลงทุนกังวลอุปทานล้นตลาด ก่อนการประชุมของกลุ่ม OPEC+ ในวันที่ 5 ต.ค. 68
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับลดลงประมาณ 2% และเป็นการปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน หลังคาดการณ์ว่ากลุ่ม OPEC+ มีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันมากถึง 0.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน พ.ย. 68 เนื่องจากซาอุดีอาระเบียพยายามที่จะทวงคืนส่วนแบ่งตลาด ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 2 ต.ค. 68 อยู่ที่ 60.48 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -1.30 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 64.11 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -1.24
นักวิเคราะห์ของ JPMorgan กล่าวว่าปัจจัยด้านอุปทานน้ำมันที่อาจเพิ่มขึ้นจากกลุ่ม OPEC+ รวมทั้งการกลั่นน้ำมันดิบทั่วโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงเนื่องจากการซ่อมบำรุง และอุปสงค์ที่มีแนวโน้มอ่อนแอตามฤดูกาลในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลให้สต๊อกน้ำมันยิ่งปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ของ PVM Energy กล่าวว่า ความกังวลเรื่องอุปทานล้นตลาดยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น จากสัญญาณของอุปสงค์น้ำมันที่อ่อนแอลง
นักลงทุนจับตาภาวะอุปทานในรัสเซีย หลังรัฐมนตรีคลังของกลุ่มประเทศ G7 ได้แถลงเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ว่าจะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซีย โดยมุ่งเป้าหมายไปยังกลุ่มประเทศที่ยังคงเพิ่มการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย
ขณะเดียวกัน สหรัฐเตรียมให้ข้อมูลข่าวกรองแก่ยูเครนเพื่อใช้ในการโจมตีเป้าหมายระยะไกล โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซีย เช่น โรงกลั่นน้ำมันและท่อส่งน้ำมัน ซึ่งจะช่วยให้ยูเครนสามารถโจมตีได้แม่นยำยิ่งขึ้น
