เอกชนจี้รัฐคลอดแผน NEP ลดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน
การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมัน
เอกชนชงเรื่องเร่งด่วนให้ รมว.พลังงานคนใหม่ เร่งคลอดแผนพลังงานชาติให้เสร็จภายในปีนี้ ชี้กองทุนน้ำมันฯเริ่มฟื้นตัวแล้ว ควรลดราคาน้ำมัน เลิกเก็บเงินเข้ากองทุน ช่วยบรรเทาค่าครองชีพประชาชน
นายอาทิตย์ เวชกิจ นายกสมาคมพลังงานหมุนเวียนไทย (RE100) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาคเอกชนต้องการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่เร่งรัดการจัดทำ แผนพลังงานชาติ (National Energy Plan : NEP) ให้แล้วเสร็จภายในปี 2568 เนื่องจากแผนดังกล่าวถือเป็นแผนแม่บทที่กำหนดทิศทางการพัฒนาพลังงานของประเทศในระยะยาว ประกอบด้วย แผนย่อย 5 ฉบับ
ได้แก่ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP), แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP), แผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP), แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ (Gas Plan) และแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (Oil Plan) ซึ่งควรทำแผนใหญ่ NEP ให้เสร็จแล้วค่อยทำแผนลูกทีละขั้นตอน ถ้าล่าช้าไปอีกจะสร้างความเสียหายมหาศาล ดังนั้น การจัดทำแผน PDP ควรทำ หลังจากจัดทำแผน AEDP และแผน EEP เสร็จแล้ว
อย่างไรก็ดี ความล่าช้าในการจัดทำแผน NEP โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับ PDP ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และกระทบต่อความน่าเชื่อถือของประเทศ ปัจจุบันหลายประเทศเร่งปรับนโยบายพลังงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการลดก๊าซเรือนกระจก หากไทยยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจนอาจทำให้เสียโอกาสในการดึงดูดการลงทุนใหม่ รวมถึงถูกกีดกันทางการค้าในอนาคต ทั้งนี้ ภาคเอกชนคาดหวังว่าแผนพลังงานชาติที่จะออกมาในเร็ว ๆ นี้ จะเป็นแผนพลังงานสะอาดของชาติ ที่มุ่งสู่ความยั่งยืน ไม่ใช่แผนที่สะท้อนวิกฤตซ้ำเติมจากสถานการณ์ที่ประเทศไทยขาดแผนพลังงานที่ชัดเจนมาหลายปี
นอกจากแผนพลังงานชาติแล้ว อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ การแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญในภาคพลังงานที่ยังค้างคาอยู่ ซึ่งส่งผลกระทบทำให้การดำเนินนโยบายและโครงการพลังงานชะงัก ได้แก่ 1.คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) อีก 4 ตำแหน่ง นับตั้งแต่ กกพ. 4 คน (จากทั้งหมด 7 คน) ที่ครบวาระ 6 ปี ไปตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2567 จนปัจจุบันยังไม่สามารถสรรหา กกพ. ใหม่มาปฏิบัติหน้าที่ได้
2.เร่งเสนอชื่อผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโดยเร็ว แม้คณะกรรมการสรรหาได้เสนอชื่อ นายนรินทร์ เผ่าวณิช รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง ขึ้นเป็นรักษาการผู้ว่าการ กฟผ. เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี
3.ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ที่อยู่ระหว่างกระบวนการสรรหาผู้อำนวยการคนใหม่ หลังจากรอบที่ผ่านมามีการแสดงวิสัยทัศน์ผู้เข้ารับการสรรหาแล้ว แต่ยังไม่มีผู้เหมาะสมเข้ารับตำแหน่ง
ขณะที่ด้านราคาพลังงาน นายอาทิตย์ระบุว่า ราคาน้ำมันควรทยอยปรับลดลงได้แล้ว เนื่องจากปัจจุบันสถานะกองทุนน้ำมันฯเริ่มฟื้นตัว แต่ยังมีการเก็บเงินเข้ากองทุนอยู่ หากปรับลดราคาลงจะช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ วันที่ 21 กันยายน 2568 สถานะเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีรายรับจากบัญชีน้ำมัน 23,265 ล้านบาท แต่มีรายจ่ายจากการอุดหนุนราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) หรือก๊าซหุงต้ม เพื่อคงราคาจำหน่ายปลีกก๊าซหุงต้มขนาดถัง 15 กิโลกรัม (กก.) ไว้ที่ 423 บาท ทำให้บัญชีแอลพีจีติดลบ 42,426 ล้านบาท ส่งผลให้ฐานะโดยรวมของกองทุนติดลบ 19,161 ล้านบาท และหนี้เงินกู้จากสถาบันการเงินอีก 33,471 ล้านบาท