ราคาน้ำมันดิบฟื้น หลังตลาดกังวลการเจรจายุติสงครามในกาซาล้มเหลว
ราคาน้ำมันดิบ
ราคาน้ำมันดิบฟื้น หลังตลาดกังวลการเจรจายุติสงครามในกาซาล้มเหลว ขณะที่การเพิ่มอุปทานน้ำมันดิบของโอเปกยังคงกดดันตลาด
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น หลังประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐได้ออกมาเตือนกลุ่มฮามาส ถึงผลลัพธ์ที่รุนแรงที่อาจเกิดขึ้น หากฮามาสปฏิเสธแผนยุติสงครามในฉนวนกาซ่า
โดยสหรัฐกำหนดเส้นตายให้กลุ่มฮามาสต้องตอบรับข้อตกลงภายในวันอาทิตย์นี้ โดยระบุว่านี่คือโอกาสสุดท้ายสำหรับกลุ่มฮามาสในการยอมรับข้อตกลง อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงกังวลว่าสถานการณ์อาจจะทวีความรุนแรงขึ้น หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพได้
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 3 ต.ค. 2568 อยู่ที่ 60.88 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.40 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 64.53 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.42 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
Baker Hughes รายงานตัวเลขแท่นขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 3 ต.ค. 68 ปรับลดลง 2 แท่น อยู่ที่ระดับ 422 แท่น เป็นการปรับลดลงครั้งแรกในรอบ 5 สัปดาห์ บ่งชี้ว่าแนวโน้มการผลิตน้ำมันในอนาคตอาจชะลอตัวหรือเติบโตช้าลง
ตลาดน้ำมันดิบยังคงถูกกดดันอย่างต่อเนื่องจากความกังวลอุปทานล้นตลาด หลังกลุ่มโอเปกพลัสมีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตในเดือน พ.ย. 68 โดยตัวเลขที่จะปรับเพิ่มอาจสูงถึง 0.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ ราคายังถูกกดดันจากการกลับมาส่งออกน้ำมันของอิรักผ่านทางท่อไปยังตุรกีหลังหยุดไปนานเกือบ 2 ปี ขณะที่อุปสงค์มีแนวโน้มอ่อนแอลงจากการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นหลายแห่งและการสิ้นสุดช่วงฤดูร้อน
