Skip to content

‘กันกุล’ ชี้ภาษีโซลาร์ตรงใจ ดึงดูดคนใช้พลังงานสะอาด

28 ต.ค. 2568 | 09:19น.
‘กันกุล’ ชี้ภาษีโซลาร์ตรงใจ ดึงดูดคนใช้พลังงานสะอาด

กันกุล ชม Quick Big Win กระทรวงพลังงานตอบโจทย์ เผยให้สิทธิประโยชน์ภาษีโซลาร์ครัวเรือน ดึงดูดคนเข้าถึงพลังงานสะอาด ส่วนโซลาร์ชุมชนต้องมีราคารับซื้อไฟต่ำกว่าราคาปกติ ชี้ต้นทุนแผงส่อแววราคาพุ่ง หลังจีนยกเลิกชดเชย

นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยถึงนโยบาย Quick Big Win ของกระทรวงพลังงานว่า การส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์ภาคประชาชน โดยให้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท ถือเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นการลงทุนในพลังงานสะอาด และทำให้ประชาชนตัดสินใจติดตั้งระบบโซลาร์บนหลังคาได้ง่ายขึ้น เนื่องจากช่วยลดระยะเวลาคืนทุนให้สั้นลง

จากการวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ครัวเรือนพบว่า ขนาดกำลังการผลิต 10 กิโลวัตต์สูงสุด (kWp) เป็นทางเลือกที่คืนทุนเร็วที่สุด เหมาะกับบ้านขนาดกลางถึงใหญ่ที่มีการใช้ไฟฟ้าสูง และอยู่ในเพดานสูงสุดของสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่กำหนดไว้ โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 250,000 บาท สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้เฉลี่ย 5,500 บาทต่อเดือน เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาปกติที่ยังไม่มีมาตรการภาษี ระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ยอยู่ที่ราว 3.8 ปี แต่เมื่อรวมสิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับผู้มีฐานภาษี 35% ซึ่งจะได้รับประโยชน์ทางภาษีราว 70,000 บาท จะทำให้จุดคุ้มทุนลดลงเหลือเพียง 2.7 ปี เท่านั้น ถือเป็นจุดคุ้มทุนที่เร็วที่สุด

สำหรับครัวเรือนขนาดเล็กถึงกลางที่มีการใช้ไฟฟ้าปานกลาง ขนาดระบบ 5 กิโลวัตต์ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสม โดยมีมูลค่าการลงทุนราว 200,000 บาท ช่วยประหยัดค่าไฟได้ประมาณ 3,400 บาทต่อเดือน หากไม่มีมาตรการภาษี ระยะเวลาคืนทุนอยู่ที่ราว 4.9 ปี แต่เมื่อรวมสิทธิลดหย่อนภาษี 70,000 บาท จะทำให้ระยะเวลาคืนทุนลดลงเหลือเพียง 3.1 ปี ซึ่งนับว่าเป็นระดับที่จูงใจให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดได้มากขึ้น

“การออกนโยบายส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษี ถ้ามาตรการนี้ถูกประกาศและนำไปใช้จริง จะช่วยให้ประชาชนสามารถตัดสินใจติดตั้งโซลาร์ได้ และลดค่าไฟได้ อย่างบ้านเรือนสามารถลดค่าไฟได้ถึง 20%”

นางสาวนฤชลกล่าวว่า ส่วนโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน เป้าหมายกำลังการผลิตรวม 1,500 เมกะวัตต์นั้น กันกุลในฐานะภาคเอกชนที่เป็นผู้ดำเนินการ (Operator) มีบทบาทในการดูแลและให้ความช่วยเหลือชุมชนในพื้นที่ที่เข้าไปตั้งโรงไฟฟ้า โดยอัตราดังกล่าวจะต้องอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าอัตรารับซื้อไฟฟ้าปกติ เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการที่เน้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมในราคาที่เข้าถึงได้

สำหรับการลงทุนในโครงการโซลาร์ฟาร์ม โดยทั่วไปใช้งบฯลงทุนเฉลี่ยราว 1 ล้านเหรียญสหรัฐต่อกำลังการผลิต 1 เมกะวัตต์ (MW) หากเป็นโครงการขนาด 5 เมกะวัตต์ จะมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือโครงการขนาด 10 เมกะวัตต์ จะมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ขึ้นอยู่กับรายละเอียดโครงการของรัฐบาล

ทั้งนี้ ต้นทุนดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามราคาของแผงโซลาร์เซลล์ในตลาด ปัจจุบันต้นทุนแผงโซลาร์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากการยกเลิกการคืนเงินส่งออกภาษีมูลค่าเพิ่ม 13% ของจีน จะผลักดันให้ราคาโมดูลของโซลาร์เพิ่มขึ้นประมาณ 9% ในไตรมาส 4 2025

โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกในปี 2026 ซึ่งจะส่งผลให้ราคาวัสดุอุปกรณ์ในตลาดโลกเริ่มขยับสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อการคำนวณต้นทุนในโครงการขนาดใหญ่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กันกุล พลังงานสะอาด