กันกุล ชม Quick Big Win กระทรวงพลังงานตอบโจทย์ เผยให้สิทธิประโยชน์ภาษีโซลาร์ครัวเรือน ดึงดูดคนเข้าถึงพลังงานสะอาด ส่วนโซลาร์ชุมชนต้องมีราคารับซื้อไฟต่ำกว่าราคาปกติ ชี้ต้นทุนแผงส่อแววราคาพุ่ง หลังจีนยกเลิกชดเชย
นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยถึงนโยบาย Quick Big Win ของกระทรวงพลังงานว่า การส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์ภาคประชาชน โดยให้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท ถือเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นการลงทุนในพลังงานสะอาด และทำให้ประชาชนตัดสินใจติดตั้งระบบโซลาร์บนหลังคาได้ง่ายขึ้น เนื่องจากช่วยลดระยะเวลาคืนทุนให้สั้นลง
จากการวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ครัวเรือนพบว่า ขนาดกำลังการผลิต 10 กิโลวัตต์สูงสุด (kWp) เป็นทางเลือกที่คืนทุนเร็วที่สุด เหมาะกับบ้านขนาดกลางถึงใหญ่ที่มีการใช้ไฟฟ้าสูง และอยู่ในเพดานสูงสุดของสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่กำหนดไว้ โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 250,000 บาท สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้เฉลี่ย 5,500 บาทต่อเดือน เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาปกติที่ยังไม่มีมาตรการภาษี ระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ยอยู่ที่ราว 3.8 ปี แต่เมื่อรวมสิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับผู้มีฐานภาษี 35% ซึ่งจะได้รับประโยชน์ทางภาษีราว 70,000 บาท จะทำให้จุดคุ้มทุนลดลงเหลือเพียง 2.7 ปี เท่านั้น ถือเป็นจุดคุ้มทุนที่เร็วที่สุด
สำหรับครัวเรือนขนาดเล็กถึงกลางที่มีการใช้ไฟฟ้าปานกลาง ขนาดระบบ 5 กิโลวัตต์ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสม โดยมีมูลค่าการลงทุนราว 200,000 บาท ช่วยประหยัดค่าไฟได้ประมาณ 3,400 บาทต่อเดือน หากไม่มีมาตรการภาษี ระยะเวลาคืนทุนอยู่ที่ราว 4.9 ปี แต่เมื่อรวมสิทธิลดหย่อนภาษี 70,000 บาท จะทำให้ระยะเวลาคืนทุนลดลงเหลือเพียง 3.1 ปี ซึ่งนับว่าเป็นระดับที่จูงใจให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดได้มากขึ้น
“การออกนโยบายส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษี ถ้ามาตรการนี้ถูกประกาศและนำไปใช้จริง จะช่วยให้ประชาชนสามารถตัดสินใจติดตั้งโซลาร์ได้ และลดค่าไฟได้ อย่างบ้านเรือนสามารถลดค่าไฟได้ถึง 20%”
นางสาวนฤชลกล่าวว่า ส่วนโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน เป้าหมายกำลังการผลิตรวม 1,500 เมกะวัตต์นั้น กันกุลในฐานะภาคเอกชนที่เป็นผู้ดำเนินการ (Operator) มีบทบาทในการดูแลและให้ความช่วยเหลือชุมชนในพื้นที่ที่เข้าไปตั้งโรงไฟฟ้า โดยอัตราดังกล่าวจะต้องอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าอัตรารับซื้อไฟฟ้าปกติ เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการที่เน้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมในราคาที่เข้าถึงได้
สำหรับการลงทุนในโครงการโซลาร์ฟาร์ม โดยทั่วไปใช้งบฯลงทุนเฉลี่ยราว 1 ล้านเหรียญสหรัฐต่อกำลังการผลิต 1 เมกะวัตต์ (MW) หากเป็นโครงการขนาด 5 เมกะวัตต์ จะมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือโครงการขนาด 10 เมกะวัตต์ จะมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ขึ้นอยู่กับรายละเอียดโครงการของรัฐบาล
ทั้งนี้ ต้นทุนดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามราคาของแผงโซลาร์เซลล์ในตลาด ปัจจุบันต้นทุนแผงโซลาร์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากการยกเลิกการคืนเงินส่งออกภาษีมูลค่าเพิ่ม 13% ของจีน จะผลักดันให้ราคาโมดูลของโซลาร์เพิ่มขึ้นประมาณ 9% ในไตรมาส 4 2025
โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกในปี 2026 ซึ่งจะส่งผลให้ราคาวัสดุอุปกรณ์ในตลาดโลกเริ่มขยับสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อการคำนวณต้นทุนในโครงการขนาดใหญ่