ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความตึงเครียดทางการค้าสหรัฐ-จีนผ่อนคลายลง
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนผ่อนคลายลง
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนผ่อนคลายลง ภายหลังการเจรจาระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และนายสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในการประชุมนอกรอบซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศเกาหลีใต้ส่งสัญญาณในเชิงบวก
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 30 ต.ค. 2568 อยู่ที่ 60.57 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.09 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 65.00 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.08 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
โดยสหรัฐจะปรับลดอัตราภาษีการนำเข้าสินค้าจากจีนจากระดับ 57% สู่ระดับ 47% โดยเฉพาะภาษีที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีตั้งต้นของเฟนทานิลจะปรับลดจากระดับ 20% สู่ระดับ 10% ขณะที่จีนจะกลับมานำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐ รวมถึงยกเลิกการจำกัดการส่งออกแร่หายาก นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐส่งสัญญาณว่าพร้อมเดินทางเยือนจีนในเดือน เม.ย. 69 และได้ส่งคำเชิญให้ผู้นำจีนเดินทางเยือนสหรัฐด้วยเช่นเดียวกัน
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ปรับเพิ่มสูงขึ้น ภายหลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐได้สั่งการให้กองทัพสหรัฐดำเนินการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์เป็นครั้งแรกในรอบ 33 ปี การสั่งการดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังรัสเซียประกาศความสำเร็จจากการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งใหม่ในช่วงวันพุธที่ผ่านมา
ตลาดคาดการประชุมของกลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 2 พ.ย. นี้ ทางกลุ่มมีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มกำลังผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมันดิบ ภายหลังอุปทานน้ำมันดิบเผชิญกับความไม่แน่นอนจากมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ของสหรัฐต่อรัสเซีย โดยรายงานล่าสุดคาดว่ากลุ่มโอเปกพลัสจะมีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตที่ระดับ 137,000 บาร์เรลต่อวัน ในเดือน ธ.ค. 68
