ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังสหรัฐส่งสัญญาณยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครนรอบใหม่
oil
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับลดลง หลังสหรัฐส่งสัญญาณยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครนรอบใหม่
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับลดลง หลังสหรัฐได้ส่งสัญญาณที่จะยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครนไปยังประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ว่ายูเครนต้องยอมรับกรอบที่สหรัฐร่างขึ้น เพื่อยุติสงครามกับรัสเซียที่เสนอให้ยูเครนสละดินแดนและปลดอาวุธบางส่วน
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 19 พ.ย. 68 อยู่ที่ 59.44 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -1.30 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 63.51 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -1.38
โดยล่าสุด ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนกล่าวว่าผู้นำสหรัฐจะต้องหาหนทางที่มีประสิทธิภาพเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมากว่า 3 ปีครึ่ง พร้อมเสริมว่า ไตยิป แอร์โดอัน ประธานาธิบดีตุรกี ได้เสนอรูปแบบการเจรจาที่แตกต่างออกไป ทั้งนี้ การยุติสงครามดังกล่าวจะส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบจากรัสเซียไหลเข้าสู่ตลาดมากขึ้น และสร้างความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันล้นตลาดโลก
กําหนดเส้นตายของสหรัฐในการคว่ำบาตรบริษัทน้ำมันของรัสเซียอย่าง Rosneft และ Lukoil จะมีผลบังคับใช้วันที่ 21 พ.ย.นี้ โดยบริษัทต่าง ๆ ต้องยุติธุรกิจกับบริษัทเหล่านี้ ล่าสุดกระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่ามาตรการดังกล่าวช่วยลดรายได้จากน้ำมันของรัสเซียและมีแนวโน้มที่จะลดปริมาณน้ำมันที่สามารถขายได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก Rystad ชี้ว่า หลังผ่านพ้นกำหนดเส้นตาย ระดับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์อาจลดลง และทำให้นักลงทุนหันมาให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานของตลาดที่ยังคงอ่อนแอมากขึ้น
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบ คงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 14 พ.ย. 68 ปรับลดลง 3.4 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 424.2 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลดลง 6 แสนบาร์เรล หลังตัวเลขการนำน้ำมันดิบเข้ากลั่นของสหรัฐปรับเพิ่มขึ้น และการส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐปรับเพิ่มขึ้น 1.34 ล้านบาร์เรลต่อวันเทียบสัปดาห์ก่อนหน้า สู่ระดับ 4.16 ล้านบาร์เรลต่อวัน
