ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังการนำเข้าน้ำมันดิบสหรัฐยังแข็งแกร่ง
ราคาน้ำมันดิบ
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง และแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐที่ปรับลดลง
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น จากการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐที่ปรับตัวสูงสุดในรอบ 11 สัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนไปยังน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐ โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงาน (EIA) เผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐที่ปรับเพิ่ม 2.8 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 426.9 ล้านบาร์เรล ณ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 21 พ.ย. 68
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 26 พ.ย. 2568 อยู่ที่ 58.65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.70 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 63.13 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
อุปทานน้ำมันดิบจากสหรัฐมีแนวโน้มปรับตัวลดลงหลังจาก Baker Hughes บริษัทพลังงานของสหรัฐเผยตัวเลขแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้ ปรับตัวลดลง 12 แท่น แตะระดับ 407 แท่น ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ ก.ย. 64 ที่ผ่านมา
ตลาดยังคงรอความชัดเจนเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน โดยประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ได้สั่งการให้ผู้แทนพบปะกับประธานาธิบดีรัสเซียและเจ้าหน้าที่ของยูเครน เพื่อรับฟังความคิดเห็นของทั้ง 2 ฝ่ายเพิ่มเติม รวมทั้งประธานาธิบดียูเครนอาจเดินทางเยือนสหรัฐในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อสรุปข้อตกลง
กลุ่มบริษัท Caspian Pipeline Consortium (CPC) ซึ่งขนส่งน้ำมันดิบประมาณ 1.5% ของโลก เผยว่าได้กลับมาดำเนินการขนถ่ายน้ำมันดิบอีกครั้ง เมื่อคืนวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากที่ระงับการดำเนินการหลังจากที่ถูกโดรนของยูเครนโจมตีเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
