ราคาน้ำมันดิบปรับลด กังวลอุปทานล้นตลาด-ตัวเลขเศรษฐกิจจีนเปราะบาง
oil
ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังกังวลอุปทานน้ำมันล้นตลาด และตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่ยังคงเปราะบาง
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ นักลงทุนกังกลเกี่ยวกับภาวะอุปทานล้นตลาด โดยทางฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ของ J.P. Morgan คาดการณ์ว่าภาวะน้ำมันล้นตลาดในปีนี้จะยังคงดำเนินต่อไปในปี 2569 และ 2570 เนื่องจากอุปทานน้ำมันทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเร็วกว่าความต้องการใช้น้ำมัน
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 15 ธ.ค. 68 อยู่ที่ 56.82 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.62 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 60.56 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.56
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนในเดือน พ.ย. 68 ปรับเพิ่มขึ้นเพียง 4.8% ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ส.ค. 67 และต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 5.0% ขณะที่ยอดค้าปลีกซึ่งเป็นตัวชี้วัดการบริโภคเติบโตเพียง 1.3% ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำสุดนับตั้งแต่จีนยกเลิกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงปลายปี 2565
ความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามในยูเครนเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับลดในวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยล่าสุดประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ประกาศว่ายูเครนพร้อมละทิ้งความหวังในการเข้าร่วมองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) หากสามารถแลกกับการได้รับหลักประกันด้านความมั่นคง ภายใต้ข้อตกลงสันติภาพ เพื่อยุติสงครามกับรัสเซียที่ดำเนินมาเกือบ 4 ปี ทั้งนี้ หากการเจรจาสันติภาพประสบความสำเร็จ จะมีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย ซึ่งจะส่งผลให้รัสเซียสามารถส่งออกน้ำมันสู่ตลาดโลก
อย่างไรก็ตาม หลังนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและเวเนซุเอลาที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น โดยบริษัทน้ำมันของรัฐบาลเวเนซุเอลา PDVSA ระบุว่าถูกโจมตีทางไซเบอร์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ การส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลาลดลงอย่างมากนับตั้งแต่สหรัฐยึดเรือบรรทุกน้ำมันนอกชายฝั่งเวเนซุเอลาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่รายงานล่าสุดระบุว่าสหรัฐวางแผนที่จะสกัดเรือบรรทุกน้ำมันจากเวเนซุเอลาเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา
