ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังส่งออกน้ำมันดิบรัสเซียพุ่งสูงสุดตั้งแต่ พ.ค. 66
oil
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังการส่งออกน้ำมันดิบของรัสเซียปรับขึ้นสู่ระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 66 ประกอบกับผลกระทบของอุปทานน้ำมันดิบเวเนซุเอลาที่ยังคงจำกัด
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของรัสเซียสำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 21 ธ.ค. 68 ปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3.87 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 66 อย่างไรก็ดี การนำเข้าน้ำมันดิบรัสเซียของจีนและรัสเซียยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนจากมาตรการคว่ำบาตรครั้งล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐ ส่งผลให้ล่าสุดปริมาณน้ำมันดิบของรัสเซียซึ่งลอยลำอยู่ในทะเลอยู่ที่ระดับ 185 ล้านบาร์เรล
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 24 ธ.ค. 68 อยู่ที่ 58.35 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.03 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 62.24 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.14
ผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและเวเนซุเอลายังคงส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบอย่างจำกัด หลังรายงานล่าสุดบ่งชี้ว่านับตั้งแต่รัฐบาลสหรัฐสั่งปิดล้อมเรือบรรทุกน้ำมันทุกลำที่ถูกคว่ำบาตรไม่ให้เข้าออกน่านน้ำเวเนซุเอลา มีเรือเพียงแค่ 3 ลำที่ถูกสหรัฐดำเนินการยึดไว้ อย่างไรก็ดี ยังคงมีเรือขนส่งน้ำมันดิบทั้งหมด 14 ลำที่ยังคงดำเนินการขนส่งน้ำมันอยู่
ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอัตราที่ช้าลง ภายหลังตัวเลขจีดีพีของสหรัฐในไตรมาสที่ 3/68 ยังคงสะท้อนถึงภาคเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยล่าสุด FedWatch Tool บ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 15.5% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.25% สู่ระดับ 3.25-3.50% ในการประชุมซึ่งจัดขึ้นในเดือน ม.ค. 69 จากเดิมที่ให้น้ำหนักที่ระดับ 24.4% ในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า
