เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
New Normal ราคา ‘ฮาร์ดแวร์’ ไอที
Tech New Normal ราคา ‘ฮาร์ดแวร์’ ไอที
สภาฯ มิติเอกฉันท์ เห็นชอบ ‘ร่าง พ.ร.บ.โอนงบ’  วงเงิน 10,328 ล้าน
Politics สภาฯ มิติเอกฉันท์ เห็นชอบ ‘ร่าง พ.ร.บ.โอนงบ’ วงเงิน 10,328 ล้าน
ออมสินชี้สินเชื่อซื้อรถ EV ฮอต สำรวจความต้องการ ‘ลีสซิ่ง’ ทะลุ 5 พันล้าน
Finance ออมสินชี้สินเชื่อซื้อรถ EV ฮอต สำรวจความต้องการ ‘ลีสซิ่ง’ ทะลุ 5 พันล้าน
กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ชี้หุ้นธีม AI ยังขับเคลื่อนตลาดทุกภูมิภาคในไตรมาส 3 ท่ามกลางความท้าทาย
Politics กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ชี้หุ้นธีม AI ยังขับเคลื่อนตลาดทุกภูมิภาคในไตรมาส 3 ท่ามกลางความท้าทาย
“วีระศักดิ์” ชงรื้อโครงสร้างท่องเที่ยว ตั้ง สนง.เศรษฐกิจการท่องเที่ยวใช้ระบบ Data Driven กำหนดนโยบายเชิงโครงสร้าง
Business “วีระศักดิ์” ชงรื้อโครงสร้างท่องเที่ยว ตั้ง สนง.เศรษฐกิจการท่องเที่ยวใช้ระบบ Data Driven กำหนดนโยบายเชิงโครงสร้าง
คนจีนเปย์สัตว์เลี้ยงหนัก DITP ชี้อาหารสัตว์ไทยมีลุ้นโกยตลาดล้านล้าน 
Economic คนจีนเปย์สัตว์เลี้ยงหนัก DITP ชี้อาหารสัตว์ไทยมีลุ้นโกยตลาดล้านล้าน 
สิ่งทอไทยเร่งหนีสงครามราคา GFT 2026 ชู AI-สมาร์ทแฟกทอรี่ ดันสู่ ODM-OBM
Economic สิ่งทอไทยเร่งหนีสงครามราคา GFT 2026 ชู AI-สมาร์ทแฟกทอรี่ ดันสู่ ODM-OBM
อสังหาฯ ‘ยังไม่พ้นจุดต่ำสุด’ BAM หันปั้นพอร์ต ‘โรงแรม-ห้าง’
Real Estate อสังหาฯ ‘ยังไม่พ้นจุดต่ำสุด’ BAM หันปั้นพอร์ต ‘โรงแรม-ห้าง’
‘Mistine’ โหมต่างประเทศ-ออนไลน์ เจาะตลาดเด็ก ดัน “สาวมิสทิน” สู่ครีเอเตอร์
Business ‘Mistine’ โหมต่างประเทศ-ออนไลน์ เจาะตลาดเด็ก ดัน “สาวมิสทิน” สู่ครีเอเตอร์
‘หมอเพื่อน-โจนส์สลัด’ เปิดแนวคิด Longevity สุขภาพดี เริ่มที่อาหาร
Biz Movement ‘หมอเพื่อน-โจนส์สลัด’ เปิดแนวคิด Longevity สุขภาพดี เริ่มที่อาหาร
ดูทั้งหมด

จากเบอร์หนึ่ง ‘น้ำมันรำข้าวคิง’ ขยายสู่เครื่องดื่มรำข้าวเพื่อสุขภาพ

06 ก.พ. 2569 | 09:33น.
ประทีป สันติวัฒนา

ประทีป สันติวัฒนา

สัมภาษณ์

ตลาดน้ำมันพืชในประเทศในปี 2568 มูลค่าตลาดสูงประมาณ 4 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการบริโภคในประเทศและการส่งออก ซึ่งเป็นผลมาจากการท่องเที่ยว เมื่อความต้องการยังสูง การแข่งขันในตลาดก็ย่อมสูงตาม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของราคา ผลิตภัณฑ์ที่มีให้เลือกหลากหลาย เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันพืช น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง และน้ำมันทางเลือกที่เป็นระดับพิเศษ อาทิ น้ำมันมะพร้าว เป็นต้น

ดังนั้น ผู้เล่นในตลาดจึงมีจำนวนมากและแตกต่างกันออกไป เพื่อดึงส่วนแบ่งและรักษาตลาดลูกค้าให้ได้ การพัฒนาสินค้าและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า จึงเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องยกระดับตัวเอง

ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ นายประทีป สันติวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มน้ำมันรำข้าวคิง บริษัท น้ำมันบริโภคไทย จำกัด ผู้บุกเบิกและผู้นำตลาดน้ำมันรำข้าวในไทย เริ่มธุรกิจตั้งแต่ปี 2522 ซึ่งก่อนจะเป็นผู้นำตลาดในทุกวันนี้ได้ ต้องผ่านการพัฒนาสินค้าและอุปสรรคกว่าจะประสบความสำเร็จได้ เพราะที่ผ่านมานั้นไม่มีใครทำน้ำมันพืชจากรำข้าว แต่น้ำมันรำข้าวคิง เป็นรายแรกที่เข้ามาในตลาด

ก่อนจะมาเป็น “น้ำมันรำข้าวคิง”

ตลาดน้ำมันพืชในอดีตมีการแข่งขันสูง และน้ำมันพืชหลัก ๆ ก็จะมาจาก ถั่วเหลืองและปาล์มน้ำมัน การที่เรามีสินค้าพื้นฐานอย่างข้าว รำข้าว ซึ่งนำมาผลิตเป็นน้ำมันพืชจากรำข้าวได้ แต่การที่จะเข้าไปทำตลาดไม่ใช่เรื่องง่าย เราจึงได้ยกระดับ พัฒนาผ่านงานวิจัย การคิดค้นนวัตกรรมเพื่อให้ได้สินค้าดีมีคุณภาพ และได้ส่งเข้าประกวด เพื่อเป็นใบเบิกทาง เพราะเมื่อเราได้รับรางวัลเมื่อปี 2549 ทำให้น้ำมันรำข้าวคิงของเรา สู่จุดเปลี่ยนสำคัญในตลาดน้ำมันพืช จากผู้เล่นในตลาดน้ำมันรำข้าวเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา มีประมาณ 2-3 ราย ปัจจุบันผู้เล่นในตลาดมีเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเราก็เป็นผู้นำตลาดน้ำมันรำข้าว และมูลค่าตลาดน้ำมันรำข้าวในภาพรวมกว่า 2,000 ล้านบาท

“การที่เราผลิตน้ำมันรำข้าวคิง และอยู่รอดได้ทุกวันนี้ เป็นเพราะเรานำเอานวัตกรรมเข้ามาพัฒนา เข้ามาใช้กับสินค้ารำข้าวของเราให้ได้คุณภาพ พร้อมทั้งดูว่าจุดอ่อนของเราอยู่ที่ไหน เราก็เข้าไปแก้ไขเพื่อนำไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม ปัจจุบันทำให้เราผลิตไม่พอขาย และเราก็เป็นเจ้าแรกของผู้ผลิตและตลาดน้ำมันรำข้าวของไทย อีกทั้งยังมีเป้าหมายรายได้ที่เติบโต”

อย่างไรก็ดี เราได้นำเอาองค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรมต่าง ๆ เข้ามาช่วยต่อยอดสินค้า เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและสามารถนำไปสู่สินค้าอื่น ๆ ด้วย เช่น เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ แป้งจากรำข้าว เป็นต้น ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม และเราก็พร้อมที่พัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย การนำเอานวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มไม่ได้เปลี่ยนแค่ตัวเรา แต่สามารถเปลี่ยนอุตสาหกรรมให้เกิดการแข่งขันและสินค้าใหม่เพื่อสนองต่อความต้องการได้

ทุ่ม 1.5 พันล้านขยายโรงงาน

เมื่อดูภาพรวมตลาดน้ำมันรำข้าวในปัจจุบัน ซึ่งมีผู้เล่นเข้ามาประมาณ 20 แบรนด์ ซึ่งเพิ่มจากอดีตมาก โดยน้ำมันรำข้าวคิงยังเป็นผู้นำของตลาดนี้ ครองส่วนแบ่งประมาณ 85% ของตลาดน้ำมันรำข้าว เราก็จะพยายามรักษาตลาดและการเติบโตของรายได้ พร้อมทั้งมุ่งขยายตลาดส่งออกด้วย เพราะตลาดโลกสัดส่วนน้ำมันรำข้าวยังมีน้อย ยังมีโอกาสที่จะเติบโตและเข้าไปทำตลาดได้ ปัจจุบันเรามีการส่งออกไปตลาดยุโรป เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เป็นต้น ส่วนคู่แข่งเรานั้น เช่น อินเดียและเวียดนาม

ทั้งนี้ เราก็พร้อมที่จะมองโอกาสใหม่ ๆ ด้วยในอนาคต เพื่อการเติบโตของสินค้าและรายได้ให้กับเราเอง ปัจจุบันเรามีโรงงาน 3 แห่งตั้งอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา และนครราชสีมา โดยโรงงานที่นครราชสีมา เรามีการปรับปรุงซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปลายปีนี้ ซึ่งก็รองรับผลผลิตข้าวจากทางภาคอีสาน ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิ นอกจากนี้ เราก็ได้ตั้งงบประมาณ 1,500 ล้านบาท ในการยกระดับธุรกิจ เช่น การสร้างโรงงานเพิ่มที่นครสวรรค์ การอัพเกรดเครื่องจักรใหม่ การขยายตลาดสินค้าไปกลุ่มสุขภาพมากขึ้น

ส่วนปัญหาและอุปสรรคการแข่งขัน โดยเฉพาะเรื่องของภาษีตอบโต้การค้าของสหรัฐอเมริกา เรามองว่าไม่ส่งผลกระทบมากนัก โดยเรายังเห็นโอกาสความต้องการสินค้า แต่สิ่งที่ต้องการให้มีการส่งเสริมจากภาครัฐบาล เพื่อให้อุตสาหกรรมนี้แข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า และรายได้ตลอดซัพพลายเชน คือ รัฐบาลต้องดูแลภาคเกษตรกร ให้ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ การดูแลค่าเงินบาท เพื่อให้ผู้ประกอบการนั้นยังแข่งขันได้ รวมไปถึงส่งเสริมการวิจัย นำนวัตกรรมเข้ามาช่วย

รุกตลาดเครื่องดื่มสุขภาพ

อุตสาหกรรมข้าวไทยนั้น มีความเกี่ยวเนื่องกับหลายกลุ่มธุรกิจ และประชาชน ตั้งแต่ชาวนา ผู้ส่งออกข้าว กลุ่มขนส่ง พลังงาน บรรจุภัณฑ์ แรงงาน เชื่อมโยงไปหลายกลุ่มอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการต่าง ๆ และการแก้ไขปัญหาราคาข้าวของประเทศไทย ไม่ใช่ส่งเสริมให้หันไปปลูกพืชอื่น เพราะไม่ได้ช่วยแก้ไขอย่างแท้จริง แต่ควรที่จะยกระดับและพัฒนาสินค้าให้มีมูลค่าเพิ่ม

ล่าสุดเราได้มีการพัฒนาเครื่องดื่มรำข้าวสำเร็จรูปชนิดผงจากรำข้าวสกัด ซึ่งเกิดจากความตั้งใจในการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบทางการเกษตรและแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของเกษตรกรไทย เนื่องจากเดิมบริษัทกลุ่มน้ำมันรำข้าวคิงดำเนินธุรกิจสกัดน้ำมันรำข้าว จะเหลือกากรำข้าวสกัดมากกว่า 300,000 ตัน ซึ่งในอดีตถูกขายราคาต่ำเพียง 7-10 บาทต่อกิโลกรัมให้กับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์

บริษัทจึงเริ่มหาวิธีการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับรำข้าวสกัดที่เหลืออยู่ โดยการนำองค์ความรู้และงานวิจัยมาต่อยอดพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ “เครื่องดื่มรำข้าวสำเร็จรูปชนิดผง (ตราไรซ์ลี่)” ที่มีส่วนผสมจากรำข้าวมากกว่า 45% และเป็นผลิตภัณฑ์ Non-GMO รายเดียวในตลาดที่มีงานวิจัยรองรับและมีคุณประโยชน์ที่หลากหลาย อุดมด้วยวิตามิน B1 B3 แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส มีสารต้านอนุมูลอิสระ และไม่มีคอเลสเตอรอล มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพสูง ลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และมะเร็ง ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่และสังคมผู้สูงอายุ

พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สามารถยกระดับรำข้าวจากวัตถุดิบราคาต่ำสู่ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มหลายร้อยเท่า

จากจุดเด่นดังกล่าวส่งเสริมให้ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ปี 2568 ประเภทกลุ่มอุตสาหกรรม นับเป็นเครื่องพิสูจน์คุณภาพและความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ รวมถึงสะท้อนศักยภาพในการผลักดันอุตสาหกรรมข้าวไทยให้ก้าวจากการจำหน่ายวัตถุดิบไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงได้ ซึ่งพร้อมวางจำหน่ายแล้วในตลาด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำมันพืช