ราคาน้ำมันดิบทรงตัว หลังเผชิญกับความผันผวนจากสงครามตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมัน
ราคาน้ำมันดิบยังคงทรงตัว หลังตลาดเผชิญกับความผันผวนจากสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่น้ำมันดิบเบรนต์ทรงตัว โดยตลาดยังคงเผชิญความผันผวนจากสงครามที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหลังอิสราเอลและสหรัฐได้เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเป็นวันที่ 5 ส่งผลให้ภูมิภาคตะวันออกกลางมีความตึงเครียดมากขึ้น
และการขนส่งทางเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญของการขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติหยุดชะงัก โดยสหรัฐมีการส่งสัญญาณว่าจะมีการปฏิบัติการทางทหารเป็นเวลา 4-5 สัปดาห์ ในขณะที่อิหร่านมีความพยายามที่จะสร้างความขัดแย้งไปสู่ระดับภูมิภาค
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 4 มี.ค. 2569 อยู่ที่ 74.66 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.10 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 81.40 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.00 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ทางการของประเทศอิรักซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบอันดับ 2 ของกลุ่มโอเปกกล่าวว่า อิรักมีความจำเป็นที่จะต้องลดกำลังการผลิตลงเกือบ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากข้อจำกัดด้านถังเก็บน้ำมันดิบ และการขนส่งทางเรือที่หยุดชะงัก นอกจากนี้ ทางการอิรักได้เสริมว่าการผลิตน้ำมันดิบของประเทศมีแนวโน้มที่อาจจะต้องปิดเกือบ 3 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในไม่กี่วันที่จะถึงนี้ หากเส้นทางการเดินเรือยังคงปิดอยู่
โฆษกทำเนียบขาวของสหรัฐและประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวเมื่อวันอังคารที่ 3 มี.ค. 69 ที่ผ่านมาว่า กองทัพสหรัฐกำลังวางแผนและจะเริ่มการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยของเรือบรรทุกน้ำมันทุกลำท่ามกลางสงครามกับอิหร่าน รวมทั้งสั่งให้หน่วยงานความร่วมมือทางการเงินเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐ (USIDC) จัดหาประกันทางการเงินสำหรับการค้าทางทะเลในพื้นที่อ่าวเปอร์เซีย
ขณะเดียวกัน บริษัทพลังงานและประเทศอื่น ๆ พยายามที่จะจัดหาน้ำมันดิบในเส้นทางอื่น ๆ ในขณะเดียวกันโรงกลั่นบางแห่งในประเทศจีน กำลังจะปิดตัวลงจากการขาดแคลนน้ำมดิบ และหลายแห่งมีการเร่งการปิดซ่อมบำรุงในช่วงนี้
