เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กสถ. ถกปมทุจริตสอบท้องถิ่น ส่งเรื่องกรรมการกลาง ชี้ขาดเพิกถอน 5,000 รายชื่อ 23 ก.ค.
Politics กสถ. ถกปมทุจริตสอบท้องถิ่น ส่งเรื่องกรรมการกลาง ชี้ขาดเพิกถอน 5,000 รายชื่อ 23 ก.ค.
ขอให้เป็นครั้งสุดท้าย
สามัญสำนึก ขอให้เป็นครั้งสุดท้าย
รู้จัก ‘ด่งนาย’ นครแห่งใหม่เวียดนาม วางแผนเชื่อมสนามบินนานาชาติสู่โฮจิมินห์
World รู้จัก ‘ด่งนาย’ นครแห่งใหม่เวียดนาม วางแผนเชื่อมสนามบินนานาชาติสู่โฮจิมินห์
Lalamove ชี้พลังแฟนด้อมดันยอด Ride โต 7 เท่า พร้อมลุยขยายสู่ ‘เชียงใหม่’
Biz Movement Lalamove ชี้พลังแฟนด้อมดันยอด Ride โต 7 เท่า พร้อมลุยขยายสู่ ‘เชียงใหม่’
‘เมตา’ ถูกฟ้อง! พนักงานอ้าง ถูกระบบ AI ตัดสินเลิกจ้าง โดยเฉพาะผู้พิการ-ลาป่วย
Tech ‘เมตา’ ถูกฟ้อง! พนักงานอ้าง ถูกระบบ AI ตัดสินเลิกจ้าง โดยเฉพาะผู้พิการ-ลาป่วย
กรุงศรีปิดดีลซื้อพอร์ตสินเชื่อ ‘ซีไอเอ็มบี ไทย ออโต้-เวิลด์ลีส’ เสริมแกร่งพอร์ตยานยนต์
Finance กรุงศรีปิดดีลซื้อพอร์ตสินเชื่อ ‘ซีไอเอ็มบี ไทย ออโต้-เวิลด์ลีส’ เสริมแกร่งพอร์ตยานยนต์
เอกนัฏ กางแผนผ่าตัดใหญ่โครงสร้างค่าไฟ หั่น 200 หน่วยแรกเหลือ 3 บาท เริ่มบิล ส.ค.
Economic เอกนัฏ กางแผนผ่าตัดใหญ่โครงสร้างค่าไฟ หั่น 200 หน่วยแรกเหลือ 3 บาท เริ่มบิล ส.ค.
บัญชีกลางแก้ 2 ปมใหญ่ ขจัดรับเหมาชุ่ย-ทุจริตเบิกค่ายา
Finance บัญชีกลางแก้ 2 ปมใหญ่ ขจัดรับเหมาชุ่ย-ทุจริตเบิกค่ายา
กพช. ไฟเขียว 7 มาตรการลดค่าไฟ คุมต้นทุน Data Center-แยกบิลไฟทาง
Economic กพช. ไฟเขียว 7 มาตรการลดค่าไฟ คุมต้นทุน Data Center-แยกบิลไฟทาง
“กระจูดวรรณี” ของดีเมืองพัทลุง สร้างมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน
เศรษฐกิจภูมิภาค “กระจูดวรรณี” ของดีเมืองพัทลุง สร้างมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน
ดูทั้งหมด

ไม่รอทุเรียนล้น พาณิชย์รีบขาย-ปลุกดีมานด์ ‘ซูเปอร์จิ๋ว’ ก่อนเข้าพีกซีซั่น

01 พ.ค. 2569 | 15:41น.

“พาณิชย์” เดินเกมรุกบริหารผลไม้ไทยก่อนผลผลิตล็อตใหญ่ทะลักตลาด ดัน Live Commerce เปิดช่องขายตรงจากสวน ปลุกกระแส “ทุเรียนซูเปอร์จิ๋ว” ลดพึ่งพาคนกลาง พร้อมเร่ง Business Matching–เจาะจีนตะวันตก–ดันแพลตฟอร์มออนไลน์ทั่วโลก ตั้งเป้าส่งออกผลไม้ไทยปี 2569 โต 5% แตะ 179,000 ล้านบาท หลังไตรมาสแรกส่งออกผลไม้สดพุ่ง 56.2% ทุเรียนสดโตแรง 181%

ฤดูกาลผลไม้ปี 2569 กำลังเข้าสู่จุดสำคัญ เมื่อผลผลิตทุเรียนภาคตะวันออกเตรียมทยอยออกสู่ตลาดจำนวนมากตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคมเป็นต้นไป ต่อเนื่องถึงเดือนมิถุนายน ท่ามกลางแรงกดดันจากผลผลิตที่เพิ่มขึ้น สภาพอากาศร้อนแล้งที่ทำให้ทุเรียนลูกเล็กหรือตกเกรดมีจำนวนมากขึ้น รวมถึงเศรษฐกิจโลกผันผวนและต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยกดดันราคาส่งออกและราคาหน้าสวน

โจทย์ของกระทรวงพาณิชย์ในปีนี้จึงไม่ใช่การรอให้ผลผลิตล้นตลาดแล้วค่อยเข้าไปแก้ปัญหา แต่เป็นการ “สร้างอุปสงค์ล่วงหน้า” ผ่านมาตรการเชิงรุก ทั้งการนำทุเรียนขึ้นแพลตฟอร์ม Live Commerce การเปิดช่องทางขายตรงจากชาวสวน การเร่งจับคู่เจรจาธุรกิจ การอำนวยความสะดวกเส้นทางส่งออกผ่านเวียดนามสู่จีนตอนใต้ และการขยายตลาดผลไม้ไทยไปยังจีนฝั่งตะวันตก เกาหลีใต้ อินเดีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ระดับโลก เพื่อพยุงราคาและกระจายรายได้กลับถึงเกษตรกรให้ได้มากที่สุด

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การนำทุเรียนไทยขึ้นแพลตฟอร์มการขายในรูปแบบ Live Commerce ในช่วงที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ในการสร้างอุปสงค์ล่วงหน้า ก่อนที่ผลผลิตทุเรียนจะออกสู่ตลาดในปริมาณมาก เพื่อให้สามารถบริหารจัดการการส่งสินค้าได้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป จะเป็นช่วงที่ผลผลิตทุเรียนภาคตะวันออกทยอยออกสู่ตลาดจำนวนมากต่อเนื่องจนถึงเดือนมิถุนายน ขณะเดียวกันยังเป็นฤดูกาลของผลไม้ชนิดอื่น ๆ ที่ทยอยออกสู่ตลาดพร้อมกัน กระทรวงพาณิชย์จึงต้องเร่งใช้มาตรการบริหารจัดการเชิงรุก เพื่อกระจายผลผลิตล่วงหน้า ลดความเสี่ยงจากภาวะผลผลิตกระจุกตัว และช่วยพยุงเสถียรภาพด้านราคา

นางศุภจีระบุว่า แนวทางดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนวิธีบริหารผลไม้จากเดิมที่มักรอให้เกิดปัญหาล้นตลาดแล้วจึงใช้มาตรการแก้ไขภายหลัง มาเป็นการสร้างตลาดก่อนผลผลิตล็อตใหญ่จะออกสู่ระบบ โดยเฉพาะในกลุ่มทุเรียนลูกเล็กหรือทุเรียนไซส์เล็ก ซึ่งยังมีคุณภาพและรสชาติที่ดี หากมาจากสวนที่มีการดูแลและคัดคุณภาพอย่างเหมาะสม

กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่า ปีนี้ชาวสวนทุเรียนอาจเผชิญแรงกดดันด้านราคาอย่างน้อย 3 ปัจจัย ได้แก่ ผลผลิตทุเรียนที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 33% สภาพอากาศร้อนและแล้งจัดที่ทำให้ทุเรียนลูกเล็กหรือตกเกรดมีจำนวนมากขึ้น และความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น รวมถึงค่าขนส่งที่ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทุเรียนส่งออก

“หากไม่ลงมือทำอะไรเลย เมื่อถึงช่วงเวลาที่ผลผลิตออกมาจำนวนมาก เกษตรกรชาวสวนทุเรียนจะถูกกดราคารับซื้อ และหากรอให้ถึงจุดนั้น ทุกอย่างจะสายเกินแก้” นางศุภจีกล่าว

หนึ่งในกลไกใหม่ที่กระทรวงพาณิชย์นำมาใช้ คือ การสนับสนุนช่องทางการตลาดผ่าน Live Commerce โดยซื้อทุเรียนทุกไซส์โดยตรงจากชาวสวน เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่าย ลดการพึ่งพาคนกลางเพียงช่องทางเดียว และสร้างความเข้าใจใหม่ให้ผู้บริโภคว่า ทุเรียนที่ดีไม่ได้ดูจากขนาดผลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูคุณภาพเนื้อทุเรียนเป็นหลัก

กระทรวงพาณิชย์ยังใช้แนวทางการตลาดเพื่อปลุกกระแสบริโภคทุเรียนลูกเล็ก หรือที่เรียกว่า “ทุเรียนซูเปอร์จิ๋ว” ซึ่งเป็นทุเรียนที่มีขนาดเล็กกว่ามาตรฐานส่งออกบางส่วน แต่ยังมีคุณภาพดี รสชาติอร่อย และมีราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายกว่า โดยหวังสร้างดีมานด์ใหม่ให้กับผลผลิตกลุ่มนี้ ก่อนที่จะออกสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงฤดูกาล

นอกจากตลาดในประเทศ กระทรวงพาณิชย์ยังเร่งผลักดันผลไม้ไทยทุกชนิดออกสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง โดยสถิติปี 2568 ไทยส่งออกผลไม้สดปริมาณ 2,080,049 ตัน มูลค่า 171,206 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.1% ตลาดส่งออกหลัก 3 อันดับแรก ได้แก่ จีน สัดส่วน 88.1% มาเลเซีย 2.2% และอินโดนีเซีย 2.1%

ขณะที่ช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 หรือเดือนมกราคม-มีนาคม ไทยส่งออกผลไม้สดแล้ว 305,673 ตัน มูลค่า 22,285 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.2% โดยเฉพาะทุเรียนสด ส่งออกแล้ว 101,773 ตัน มูลค่า 14,215 ล้านบาท ขยายตัวสูงถึง 181% สะท้อนว่าความต้องการผลไม้ไทย โดยเฉพาะทุเรียน ยังมีแนวโน้มเติบโตในตลาดต่างประเทศ

กระทรวงพาณิชย์จึงกำหนดเป้าหมายผลักดันการส่งออกผลไม้ไทยปี 2569 ให้สูงกว่าปีที่ผ่านมา 5% หรือมีมูลค่าส่งออกแตะ 179,000 ล้านบาท ผ่านมาตรการเชิงรุกทั้งในประเทศและต่างประเทศ

มาตรการสำคัญที่ดำเนินการแล้ว ได้แก่ การจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ หรือ Business Matching สินค้าผลไม้สด ผลไม้แปรรูป และผลิตภัณฑ์เกษตร เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 เพื่อให้เกิดการซื้อขายล่วงหน้าก่อนผลผลิตออกสู่ตลาด โดยมีผู้ส่งออกไทยเข้าร่วม 101 บริษัท ผู้นำเข้า 90 บริษัท จาก 18 ประเทศ เกิดมูลค่าการเจรจาการค้ารวม 3,120.51 ล้านบาท

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังจัดคณะผู้บริหารระดับสูงเดินทางเยือนกรุงฮานอย จังหวัดหล่างเซิน สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และเมืองฉงจั่ว เมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างสีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 23-25 เมษายน 2569 เพื่อเตรียมอำนวยความสะดวกและแก้ไขปัญหาอุปสรรคล่วงหน้าสำหรับฤดูกาลผลไม้ปี 2569 ให้การขนส่งและกระจายสินค้าผ่านด่านชายแดนเวียดนามตอนเหนือไปยังจีนตอนใต้เป็นไปอย่างคล่องตัวและรวดเร็ว

สำหรับมาตรการส่งเสริมการขายในระยะต่อไป กระทรวงพาณิชย์เตรียมใช้ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยเริ่มจากงานแสดงสินค้า Thaifex-Anuga Asia 2026 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าด้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมออกบูธ 3,300 ราย และผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกมากกว่า 140,000 คน

ขณะเดียวกัน จะจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผลไม้ใน 7 เมืองหลักของจีน ภายใต้โครงการ Thai Tropical Fruits Golden Months ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ เซี่ยเหมิน หนานหนิง เฉิงตู ชิงเต่า กวางโจว และคุนหมิง ซึ่งเป็นตลาดหลักที่มีศักยภาพสูงสำหรับผลไม้ไทย

ปี 2569 กระทรวงพาณิชย์ยังเพิ่มการจัดกิจกรรม Thai Tropical Fruits Golden Months ในพื้นที่ภาคตะวันตกของจีน ซึ่งถือเป็นตลาดใหม่ของผลไม้ไทยอีก 3 เมือง ได้แก่ นครหยินชวน เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุย เมืองยวี่ซี มณฑลยูนนาน และเมืองอูรุมชี เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์

นอกจากนี้ ยังขยายกิจกรรมไปยังเมืองรองอื่น ๆ อีก 8 แห่ง ได้แก่ เมืองหนานชาง มณฑลเจียงซี เมืองไป่เช่อ และเมืองหลิ่วโจว เขตปกครองตนเองกว่างสีจ้วง เมืองฉางซา มณฑลหูหนาน เมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง เมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน และเมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง เพื่อขยายฐานผู้บริโภคผลไม้ไทยในจีนให้กว้างขึ้น

ส่วนตลาดนอกจีน กระทรวงพาณิชย์เตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผลไม้ร่วมกับห้างสรรพสินค้าในเกาหลีใต้ อินเดีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อและมีแนวโน้มตอบรับผลไม้เมืองร้อนของไทยเพิ่มขึ้น

ด้านช่องทางออนไลน์ กระทรวงพาณิชย์จะผลักดันการขายผลไม้สดและผลไม้แปรรูปร่วมกับแพลตฟอร์มพันธมิตรทั่วโลก ภายใต้ Thaitrade.com และ TOPTHAI ได้แก่ Amazon ในสหรัฐอเมริกา Tmall และ PUPU ในจีน Rakuten ในญี่ปุ่น Letstango ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ HKTVmall ในฮ่องกง และ Bigbasket ในอินเดีย เพื่อให้ผลไม้ไทยเข้าถึงผู้บริโภคต่างประเทศได้โดยตรงมากขึ้น

นางศุภจียังระบุผ่านเฟซบุ๊กถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการดูแลผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะทุเรียน ว่า กระทรวงพาณิชย์รับฟังทั้งความเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อติติงทั้งหมด แต่ยืนยันว่าเป้าหมายหลักคือการสร้างกลไกตลาดใหม่เพื่อประโยชน์สูงสุดของเกษตรกรชาวสวนทุเรียน

นางศุภจีกล่าวว่า สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์กำลังทำเป็นการตลาดนอกกรอบเดิม เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนผลผลิตล็อตใหญ่จะออกมาในอีกไม่กี่สัปดาห์ และพร้อมรับคำตำหนิในวันนี้ เพื่อไม่ให้เกษตรกรต้องเจ็บตัวมากกว่าในวันข้างหน้า หากปล่อยให้ทุเรียนไซส์เล็กออกมาล้นตลาดแล้วค่อยปลุกกระแสในภายหลัง

“เราจะเดินหน้าสร้างทางเลือกเพื่อช่วยชาวสวนทุเรียน และรวมถึงทุเรียนลูกเล็ก ‘ซูเปอร์จิ๋ว’ ที่มีคุณภาพดี ให้คนไทยได้บริโภคในราคาที่เหมาะสม สร้างความต้องการบริโภคให้มากกว่าผลผลิตที่มีออกมา ซึ่งสุดท้ายจะช่วยให้ราคาทุเรียนซูเปอร์จิ๋วสูงขึ้น เป็นการเพิ่มทั้งมูลค่าและเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียน” นางศุภจีกล่าว

ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังติดตามสถานการณ์พายุที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่สวนทุเรียนในจังหวัดจันทบุรีอย่างใกล้ชิด หลังมีผลผลิตของเกษตรกรได้รับความเสียหายในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะสวนที่อยู่ในช่วงใกล้เก็บเกี่ยว

นางศุภจีกล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรีประสานผู้ว่าราชการจังหวัดลงพื้นที่สำรวจความเสียหายโดยเร็วที่สุด พร้อมประสานงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อเร่งหารือแนวทางช่วยเหลือและเยียวยาเกษตรกรชาวสวนที่ประสบภัยพิบัติอย่างเร่งด่วน

สำหรับทุเรียนที่ได้รับผลกระทบ แต่มีความพร้อมสามารถตัดได้ และมีเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งมากกว่า 30% กระทรวงพาณิชย์จะนำผู้ซื้อและผู้ประกอบการเข้าไปคัดเลือกผลผลิตจากสวน เพื่อนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะทุเรียนทอด เพื่อช่วยลดความเสียหาย ลดการสูญเสียของผลผลิต และช่วยให้เกษตรกรยังสามารถสร้างรายได้บางส่วนจากผลผลิตที่ได้รับผลกระทบ

ส่วนทุเรียนที่ยังอยู่บนต้นและไม่ได้รับความเสียหาย กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน จะเข้าไปดูแลเป็นกรณีพิเศษ ด้วยการประสานนำผู้ซื้อเข้าไปรับซื้อผลผลิตโดยตรง เพื่อสร้างตลาดรองรับและช่วยให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้อย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูกาลนี้

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังจะคัดแยกทุเรียนที่ได้รับความเสียหาย เพื่อนำไปแปรรูปให้เหมาะสมตามคุณภาพของผลผลิต เช่น การนำไปผสมเป็นไอศกรีม หรือแปรรูปเป็นแป้งทุเรียนสำหรับใช้ทำขนมและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าและลดการสูญเสียของผลผลิตทางการเกษตร

สำหรับทุเรียนที่ไม่สามารถนำไปจำหน่ายหรือแปรรูปได้ จะมีมาตรการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้ผลผลิตปะปนกับทุเรียนที่จำหน่ายอยู่ในตลาด ซึ่งจะช่วยรักษามาตรฐานและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อทุเรียนไทย

ภาพรวมมาตรการทั้งหมดสะท้อนว่า กระทรวงพาณิชย์กำลังพยายามปรับบทบาทจาก “ผู้แก้ปัญหาหลังเกิดวิกฤต” ไปสู่ “ผู้จัดการตลาดล่วงหน้า” โดยใช้ทั้งช่องทางดิจิทัล การค้าระหว่างประเทศ โลจิสติกส์ชายแดน การแปรรูป และการสร้างกระแสบริโภคในประเทศ เพื่อรองรับผลผลิตผลไม้ไทยในปีที่มีแรงกดดันรอบด้าน

โจทย์สำคัญหลังจากนี้ คือ มาตรการเชิงรุกดังกล่าวจะสามารถดูดซับผลผลิตทุเรียนและผลไม้ไทยในช่วงพีกซีซั่นได้มากเพียงใด โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ซึ่งเป็นจังหวะที่ผลผลิตภาคตะวันออกออกสู่ตลาดจำนวนมาก และจะเป็นบททดสอบสำคัญว่า Live Commerce การเจาะตลาดใหม่ และการกระจายผลผลิตล่วงหน้า จะช่วยพยุงราคาหน้าสวนให้เกษตรกรได้จริงมากน้อยแค่ไหนในฤดูกาลนี้