เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

‘ไฟฟ้าสีเขียว’ โจทย์ใหญ่ รัฐเร่งแก้ก่อนยักษ์เอกชนทิ้งไทย

26 มิ.ย. 2569 | 13:47น.
นที สิทธิประศาสน์
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา การพูดถึง “พลังงานหมุนเวียน” ในประเทศไทยมักถูกผูกโยงกับประเด็นสิ่งแวดล้อม การลดโลกร้อน หรือพันธกรณีด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศ แต่วันนี้โจทย์สำคัญได้เปลี่ยนไปแล้ว การเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดกลายมาเป็นเงื่อนไขสำคัญของการแข่งขันทางเศรษฐกิจ การส่งออก และการรักษาฐานการผลิตของไทยในเวทีโลก

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “นายนที สิทธิประศาสน์” ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ซึ่งได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจ เมื่อเปรียบเทียบโครงสร้างพลังงานปี 2565 และปี 2568 พบว่า สัดส่วนพลังงานหมุนเวียนของประเทศไทยเพิ่มขึ้นจาก 14% เป็น 17% แม้จะสะท้อนการเติบโตในระดับหนึ่ง แต่เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง กลับพบว่าการเติบโตของไทยยังอยู่ในอัตราที่ค่อนข้างช้า แล้วต่อจากนี้ประเทศไทยจะเดินหน้าไปอย่างไร

เวียดนามช้าแต่แรงกว่า

ผมจะชี้ให้เห็นอีกข้อมูลที่ว่า กลุ่มประเทศเอเชีย-แปซิฟิกที่ไม่รวมจีน เขาเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนจาก 19% เป็น 23% ขณะที่จีนเพิ่มจาก 30% เป็น 39% ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี ขณะที่รัสเซียมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสูงมากจากการใช้พลังงานน้ำเป็นหลัก สหรัฐและรัสเซียมีสัดส่วนพลังงานนิวเคลียร์ผลิตไฟฟ้ามากที่สุด ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าโลกกำลังเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ขณะที่ประเทศไทยยังคงเดินอยู่ในจังหวะที่ช้ากว่าหลายประเทศ และหากเปรียบเทียบกับตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีรายได้หลักจากน้ำมัน แต่กลับสามารถเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนจาก 15% เป็น 19% ถือว่าใกล้เคียงกับประเทศไทย แต่คำถามสำคัญคือ เหตุใดประเทศที่มีทรัพยากรด้านแสงอาทิตย์และชีวมวลจำนวนมากอย่างไทย จึงยังมีสัดส่วนพลังงานสะอาดต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

แม้แต่ประเทศเวียดนาม ซึ่งถือเป็นคู่แข่งสำคัญของไทย ปัจจุบันผลิตพลังงานหมุนเวียน 135 ล้านเมกะวัตต์ต่อชั่วโมง (MWh) ขณะที่ไทยทำได้เพียง 30 ล้านเมกะวัตต์ต่อชั่วโมงเท่านั้น

คำตอบหนึ่งอาจอยู่ที่แนวทางการกำหนดนโยบายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้นของการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำของภูมิภาค โดยเฉพาะด้านพลังงานแสงอาทิตย์

ตั้งแต่ปี 2554 ไทยเริ่มพัฒนาโครงการโซลาร์อย่างจริงจัง กำลังการผลิตเพิ่มจากหลักสิบเมกะวัตต์เป็นหลักร้อย หลักพัน และแตะระดับประมาณ 3,000 เมกะวัตต์ในปี 2563

หลังจากนั้นการเติบโตกลับชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ในทางตรงกันข้าม ประเทศเวียดนาม ซึ่งเริ่มต้นช้ากว่า แต่กลับสามารถเร่งการลงทุนและขยายกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ขึ้นสู่ระดับหลายหมื่นเมกะวัตต์ภายในเวลาไม่นาน เหตุผลหลักอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงแนวคิดเชิงนโยบาย ในอดีตภาครัฐมองว่าประเทศจำเป็นต้องสร้างตลาดพลังงานหมุนเวียนให้เกิดขึ้นก่อน แม้ต้นทุนในเวลานั้นจะสูงกว่าพลังงานฟอสซิลก็ตาม จึงมีมาตรการสนับสนุนผ่านระบบ Adder เพื่อจูงใจให้เกิดการลงทุน

แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นและต้นทุนลดลง แนวคิดด้านนโยบายกลับเปลี่ยนจากการสร้างตลาดในอนาคต มาเป็นการพิจารณาเฉพาะต้นทุนระยะสั้น ความกังวลเรื่องความผันผวนของพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ทำให้การขยายตัวของพลังงานหมุนเวียนชะลอลง ทั้งที่ในความเป็นจริงหลายประเทศทั่วโลกสามารถบริหารจัดการพลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนสูงได้สำเร็จ ผ่านการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน และกลไกตลาดไฟฟ้าสมัยใหม่

ไบโอแก๊สเป็นโอกาส

ปัจจุบันโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยยังพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นหลักในสัดส่วนมากกว่า 54% ของการผลิตพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด

ขณะที่พลังงานหมุนเวียนในประเทศอยู่เพียงราว 10% กว่า ๆ หากรวมไฟฟ้าพลังน้ำที่นำเข้าจากลาว สัดส่วนพลังงานสะอาดของไทยจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 15-17% แต่ก็ยังถือว่าห่างไกลจากเป้าหมายการลดคาร์บอนในระยะยาว

ที่น่าสนใจคือ ในบรรดาพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด “ชีวมวลยังคงเป็นพระเอกของไทย” โดยมีสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของพลังงานหมุนเวียนรองลงมาคือ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และไบโอแก๊ส โดยเฉพาะไบโอแก๊สและไบโอมีเทน ถูกมองว่าเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในอนาคต เพราะสามารถใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซธรรมชาติที่มีอยู่แล้ว

หลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับการผสมไบโอมีเทนเข้าสู่ระบบท่อก๊าซธรรมชาติ เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนโดยไม่ต้องลงทุนสร้างระบบใหม่ทั้งหมด แนวทางดังกล่าวอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทยมากกว่าการผลักดันไฮโดรเจนในระยะสั้น เนื่องจากท่อก๊าซเดิมไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับไฮโดรเจนโดยตรง และยังมีข้อจำกัดด้านต้นทุนและเทคโนโลยีอีกจำนวนมาก

คู่ค้าไม่เขียวระวังเลิกค้า

แรงผลักดันสำคัญที่สุดในวันนี้ อาจไม่ได้มาจากภาครัฐ แต่เป็นแรงกดดันจากภาคธุรกิจโลก เราเห็นจากมาตรการ CBAM หรือภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะสิ่งที่กำลังส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยมากกว่า คือ Corporate Policy ของบริษัทข้ามชาติรายใหญ่ ตัวอย่างเช่น Toyota ที่ประกาศเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2578 เร็วกว่าเป้าหมายระดับประเทศของไทยถึง 15 ปี ไม่เพียงเท่านั้นยังมีเป้าหมาย RE100 หรือการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100% ในกระบวนการผลิต ความท้าทายอยู่ที่ Toyota ไม่ได้ผลิตทุกอย่างด้วยตนเอง แต่ต้องพึ่งพาซัพพลายเออร์จำนวนมาก ซึ่งเป็นบริษัทคนไทยเกือบทั้งหมดที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิต

นั่นหมายความว่า แรงกดดันเรื่องพลังงานสะอาดจะส่งต่อมายังผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยทุกระดับในห่วงโซ่อุปทาน

โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ที่อาจไม่มีศักยภาพด้านเงินลงทุนมากนัก หลายบริษัทข้ามชาติเริ่มประกาศนโยบาย No Offset อย่างชัดเจน มันหมายถึงไม่ต้องการให้คู่ค้าพึ่งพาการซื้อคาร์บอนเครดิตหรือใบรับรองพลังงานหมุนเวียนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการเห็นการลดการปล่อยคาร์บอนจริงในกระบวนการผลิต

ผมว่ามันเป็นสัญญาณสำคัญว่า โลกกำลังเปลี่ยนจากการ “ซื้อเครดิต” ไปสู่การ “ลดจริง” เมื่อมองจากฝั่งผู้ประกอบการ จะพบว่าหลายโรงงานพยายามปรับตัวอย่างเต็มที่แล้ว อย่าง DELTA มีการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปจนเต็มพื้นที่โรงงาน บางแห่งสามารถเพิ่มสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้มากกว่า 40-50% แต่ปัญหาคือ พื้นที่ติดตั้งมีจำกัด เมื่อหลังคาเต็มแล้วการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดก็ทำได้ยากขึ้น ดังนั้น สิ่งที่ภาคอุตสาหกรรมเรียกร้องในวันนี้จึงไม่ใช่การขอเงินอุดหนุน แต่คือ การเข้าถึงไฟฟ้าสีเขียวจากระบบไฟฟ้าของประเทศ หรือ Utility Green Tariff (UGT) ที่สามารถรับรองได้ว่าไฟฟ้าที่ซื้อมีแหล่งกำเนิดจากพลังงานหมุนเวียน

ไทยผลิตไฟล้นแต่ไม่สะอาด

เรื่องที่ผมว่าน่าเป็นห่วง ถ้าหากประเทศไทยไม่สามารถจัดหาไฟฟ้าสีเขียวได้เพียงพอ ความเสี่ยงที่อุตสาหกรรมใหม่จะย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีทางเลือกด้านพลังงานสะอาดมากกว่า ก็อาจเกิดขึ้นได้โดยเฉพาะธุรกิจ Data Center อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งหมดนี้นักลงทุนเขามีความต้องการใช้ไฟฟ้าสีเขียวในปริมาณมหาศาล

อีกประเด็นหนึ่ง คือ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ “PDP” ในอดีตการคาดการณ์ความต้องการไฟฟ้าระยะยาวบางช่วงมีความคลาดเคลื่อน ส่งผลให้มีการอนุมัติโรงไฟฟ้าจำนวนมากเกินความจำเป็น เมื่อกำลังผลิตสำรองเพิ่มสูงขึ้น พื้นที่สำหรับพลังงานหมุนเวียนใหม่จึงถูกจำกัดตามไปด้วย สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประเทศไทยเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า “ไฟฟ้าล้นระบบ แต่พลังงานสะอาดเข้าไม่ได้” กลายเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน และมีเพิ่มเรื่องของนิวเคลียร์ขนาดเล็ก

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานหลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า หากประเทศไทยต้องการบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality และรักษาความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม สัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในปี 2593 ควรเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 70% นั่นหมายความว่า ประเทศต้องเร่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดจากระดับ 15% ในปัจจุบัน ขึ้นไปสู่ระดับ 70% ภายในเวลาไม่ถึง 25 ปี โจทย์นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ เพราะท้ายที่สุดแล้ว การเพิ่มพลังงานสะอาดไม่ใช่เพียงการลดคาร์บอน ไม่ใช่เพียงการรักษาสิ่งแวดล้อม และไม่ใช่เพียงการทำตามข้อตกลงระหว่างประเทศ

แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญของการรักษาความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยในโลกยุคใหม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พลังงานสีเขียว