เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ฝนตกไม่ทั่วฟ้าแดนมังกร 4 ใน 7 เครื่องใช้ไฟฟ้าจีนกำไรหด
Business ฝนตกไม่ทั่วฟ้าแดนมังกร 4 ใน 7 เครื่องใช้ไฟฟ้าจีนกำไรหด
ราคาทองวันนี้ (2 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณ 67,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณ 67,350 บาท
จาก วิ่งแลกของ ถึง โยคะในโกดัง เมื่อการออกกำลังกายไม่ได้ขายแค่สุขภาพ
Columns จาก วิ่งแลกของ ถึง โยคะในโกดัง เมื่อการออกกำลังกายไม่ได้ขายแค่สุขภาพ
‘อนุทิน’ รู้เต็มอกคนไทยเกลียดโกง ลั่นเช็คบิลมาเฟีย-ลากไส้ทุนเทา ทำสำเร็จพร้อม ‘แขวนนวม’
Politics ‘อนุทิน’ รู้เต็มอกคนไทยเกลียดโกง ลั่นเช็คบิลมาเฟีย-ลากไส้ทุนเทา ทำสำเร็จพร้อม ‘แขวนนวม’
แสนสิริ ปลื้ม “เดอะ เบส รัชดา 19” กวาดยอดขาย 50% การันตีทำเลสุดฮอต
Real Estate แสนสิริ ปลื้ม “เดอะ เบส รัชดา 19” กวาดยอดขาย 50% การันตีทำเลสุดฮอต
สั่งภาคใต้เตรียมรับมือหลัง 5 ต.ค. ชี้ช่วงจัด IMF-World Bank กทม.ฝนไม่มาก
Politics สั่งภาคใต้เตรียมรับมือหลัง 5 ต.ค. ชี้ช่วงจัด IMF-World Bank กทม.ฝนไม่มาก
พาณิชย์ขอผู้ส่งออกลดส่งไข่ 30-50% เติมตลาดในประเทศ รับมือน้ำท่วม-คุมราคาไม่ให้พุ่ง
Economic พาณิชย์ขอผู้ส่งออกลดส่งไข่ 30-50% เติมตลาดในประเทศ รับมือน้ำท่วม-คุมราคาไม่ให้พุ่ง
กทม. แจงเลิก “บึงรับน้ำคลองคู้บอน-บางชัน” ไม่คุ้มค่าเวนคืน
Economic กทม. แจงเลิก “บึงรับน้ำคลองคู้บอน-บางชัน” ไม่คุ้มค่าเวนคืน
จัดใหญ่ ‘ถือศีลกินผักภูเก็ต’ คาดเงินสะพัด 1.4 พันล้าน
Economic จัดใหญ่ ‘ถือศีลกินผักภูเก็ต’ คาดเงินสะพัด 1.4 พันล้าน
เอกนิติ ออกมาตรการเร่งเบิกจ่ายงบภาครัฐ ปี’70 ตั้งเป้างบลงทุนไม่น้อยกว่า 75% หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ
Finance เอกนิติ ออกมาตรการเร่งเบิกจ่ายงบภาครัฐ ปี’70 ตั้งเป้างบลงทุนไม่น้อยกว่า 75% หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ
ดูทั้งหมด

“เมืองไทยประกันชีวิต” ยันไม่แตะเบรกแผนลงทุนกรีน

30 ม.ค. 2568 | 08:52น.
ESG-Green Bond

เมืองไทยประกันชีวิต ยืนยันไม่ชะลอแผนลงทุนด้านพลังงานสีเขียว แม้ทรัมป์ไม่สนับสนุน ล่าสุด ลงทุน ESG-Green Bond มูลค่าหลายพันล้าน ปี’68 คาดรักษารีเทิร์นพอร์ตที่ 3.5-4% หวั่นเศรษฐกิจโลก-ตลาดทุนยังไม่แน่นอน มั่นใจสามารถรักษาอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันให้เป็นบวกได้

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) เปิดเผยว่า บริษัทคงไม่ชะลอแผนการลงทุนเรื่องพลังงานสีเขียว แม้นโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐคนปัจจุบัน จะไม่สนับสนุนเรื่องนี้ เพราะทรัมป์ดำรงตำแหน่งเพียงแค่ 4 ปี แต่โลกใบนี้ยังอยู่ไปอีกนาน

สาระ ล่ำซำ
สาระ ล่ำซำ

โดยปัจจุบันบริษัทได้มีการลงทุน ESG และ Green Bond มูลค่ากว่าหลายพันล้านบาท โดยปีที่แล้วก็ได้ใช้เงินลงทุนกว่า 500 ล้านบาท ลงทุนในบอนด์พลัสคาร์บอนเครดิต ที่ออกโดย บมจ.บีซีพีจี (BCPG)

ขณะเดียวกัน บริษัทได้ตั้งเป้าจะบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรง (Scope 1) และทางอ้อม (Scope 2) ภายในปี 2030 และให้เป็น Net Zero ภายในปี 2050 โดย Scope 3 จะเป็นเรื่องยากที่สุด นั่นก็คือเรื่องการลงทุน ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีทีมนักวิเคราะห์การลงทุนคอยติดตามบริษัทต่าง ๆ

โดยใช้เรื่อง ESG มาเป็นปัจจัยหนึ่งในการวิเคราะห์เพื่อวัดผลในขั้นแรก และขั้นตอนต่อไปคงต้องดูแต่ละอุตสาหกรรมที่จะได้รับผลกระทบจากเรื่อง Carbon Tax ที่อาจจะส่งผลต่อกระแสเงินสดและการทำกำไรของแต่ละบริษัทนั้น ๆ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนที่มากขึ้น

ทั้งนี้ เมื่อสิ้นปี 2567 บริษัทมีสินทรัพย์รวมกว่า 640,000 ล้านบาท มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทย โดยพอร์ตลงทุนกว่า 80% อยู่ในตราสารหนี้ และประมาณ 13% อยู่ในตลาดหุ้น ส่วนที่เหลือจะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และการปล่อยสินเชื่อ โดยปิดปี 2567 พอร์ตลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทนที่ระดับ 4% ดีกว่าปี 2566 เพราะหุ้นต่างประเทศให้ผลตอบแทนสูง และบริษัทมีการขายทำกำไรออกมาบ้าง

สำหรับปี 2568 ทิศทางการลงทุนคงจะยากขึ้นเพราะว่าเศรษฐกิจโลกและตลาดทุนโลกยังมีความไม่แน่นอนอยู่ ดังนั้นจะพยายามรักษาผลตอบแทนจากการลงทุนในกรอบที่ 3.5-4% โดยปีนี้กำลังรอดูว่ารัฐบาลจะออกนโยบายใหม่ ๆ อะไรออกมาอีกบ้าง เช่น กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) จากปีที่แล้วที่รัฐบาลออกกองทุนวายุภักษ์และบริษัทก็ได้มีการเข้าไปลงทุน

“เราค่อนข้างให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เพราะเรามี Commitment กับลูกค้าในระยะยาว โดยสิ้นปีที่แล้วบริษัทมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR Ratio) มากกว่า 350% ซึ่งสูงกว่าระดับเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดที่ 140% อย่างไรก็ดีค่า CAR ในระดับ 300% ก็ถือว่าอุ่นใจแล้ว และบริษัทยังได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือและความแข็งแกร่งทางการเงินจาก S&P Global Ratings ที่ระดับ BBB+ (Stable Outlook) และ Fitch Ratings ที่ระดับ A- และ AAA (tha) (Stable Outlook)”

นายสาระกล่าวต่อว่า ด้านผลงานเบี้ยประกันในปี 2568 บริษัทจะรักษาอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันชีวิตรับรวมให้เป็นบวกต่อไป จากปิดปี 2567 ซึ่งเป็นปีที่ดีมาก โดยบริษัทมีเบี้ยรับรวมแตะ 71,800 ล้านบาท เติบโต 1.76% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน

และมีเบี้ยรับรายใหม่เติบโต 13% ซึ่งเป็นการเติบโตในกลุ่มสินค้าหลัก อาทิ Shield Life (ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ, ประกันชีวิตแบบภายในระยะเวลา, ประกันชีวิตแบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์) เติบโตสูงถึง 42% และแบบประกันคุ้มครองโรคร้ายแรง (รายเดี่ยว) เติบโต 24% โดยช่องทางตัวแทนประกันชีวิตและธนาคารยังเป็นช่องทางขายหลักของบริษัท

“เราปรับพอร์ตสินค้าประกันมาเป็นเวลา 2-3 ปีแล้ว เพื่อรองรับมาตรฐานบัญชีใหม่ (TFRS17) ที่เริ่มบังคับใช้ไปแล้วเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2568 โดยลดสัดส่วนประกันสะสมทรัพย์ (Endowment) ที่อ่อนไหวกับทิศทางดอกเบี้ยลงไปมาก และเพิ่มสัดส่วนสินค้าความคุ้มครองชีวิต (Protection) แม้ว่าปัจจุบันประกันสะสมทรัพย์ยังเป็นพอร์ตใหญ่อยู่ แต่ไส้ในเป็นสินค้าที่จะเป็นบวกตลอดอายุสัญญา เช่น กลุ่มสินค้าที่มีเงินปันผล, ประกันบำนาญ เป็นต้น และปัจจุบันขยายพอร์ตประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงขยับขึ้นมาเป็นพอร์ตที่มีขนาดใหญ่อันดับที่ 2 แล้วด้วย”

นายสาระกล่าวอีกว่า สำหรับทิศทางตลาดประกันสุขภาพในปีนี้ เชื่อว่ายังมีอัตราการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นตลาดที่คนเดินเข้ามาซื้อโดยไม่ต้องกระตุ้น จากความตระหนักเรื่องสุขภาพและค่ารักษาพยาบาลที่สูง โดยปีนี้สินค้าประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงยังเป็นสินค้าเรือธงอยู่ โดยมีแบบประกันให้ลูกค้าเลือกทั้งเหมาจ่ายและอะลาคาร์ต รวมถึงโฟกัสการขายประกันชีวิตแบบตลอดชีพและประกันควบการลงทุนด้วย

“ปีนี้นโยบายของบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการตอบโจทย์ผู้เอาประกันแบบเฉพาะตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ซื้อแบบแยกได้ และพยายามเข้าถึงในทุกกลุ่มเซ็กเมนต์ให้ได้ ทั้งในเชิงของฟีเจอร์และราคา และการรับประกันในโลกใหม่ก็จะเปิดกว้างให้ทุกคนเข้าถึงได้แม้จะเป็นโรคอยู่แล้ว”