ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มสู่ระดับสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มสู่ระดับสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ หลังตลาดกังวลเรื่องความเสี่ยง
ด้านอุปทานในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ จากความกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังสหรัฐเปิดฉากโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านติดต่อกันเป็นคืนที่ 11 ขณะที่อิหร่านได้ตอบโต้โจมตีเป้าหมายของสหรัฐในบาห์เรน คูเวต และจอร์แดน รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 1 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 21 ก.ค. 2569 อยู่ที่ 84.91 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.68 และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 91.01 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.79 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
นอกจากนี้ กลุ่มกบฎฮูตีในเยเมนได้เปิดแนวรบรอบใหม่ในสงครามอิหร่าน โดยขู่ว่าจะโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของ ซาอุดีอาระเบียและประกาศมาตรการปิดล้อมเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง
โดยล่าสุด มีรายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 2 ลำที่ขนส่งน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียไปยังจีนและอินเดีย ได้เปลี่ยนเส้นทางเดินเรือและวกกลับไปใช้เส้นทางผ่านคลองสุเอซ ภายหลังได้รับการข่มขู่จากกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน สะท้อนถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นต่อความปลอดภัยของการขนส่งพลังงานในภูมิภาค และอาจส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งและความเสี่ยงด้านอุปทานปรับสูงขึ้นในระยะสั้น
ข้อมูลจาก Joint Organisations Data Initiative (JODI) แสดงให้เห็นว่า การส่งออกน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียในเดือน พ.ค. 69 อยู่ที่ 3.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน นับเป็นการปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 สู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 4.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน สะท้อนอุปทานน้ำมันดิบจากผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลกที่เข้าสู่ตลาดโลกในระดับที่จำกัดท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความต้องการใช้เชื้อเพลิงภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น
สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 17 ก.ค. 69 ปรับเพิ่มขึ้น 2.6 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลง 0.5 ล้านบาร์เรล
