เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผักเริ่มลดราคา พริกจินดาเหลือ 45 บาท หลังรัฐเร่งเติมผลผลิตเข้าตลาด
Economic ผักเริ่มลดราคา พริกจินดาเหลือ 45 บาท หลังรัฐเร่งเติมผลผลิตเข้าตลาด
เปิดพิกัดบึง-สระ ทำหน้าที่ “แก้มลิง” รองรับน้ำท่วมกรุงเทพฯ
Economic เปิดพิกัดบึง-สระ ทำหน้าที่ “แก้มลิง” รองรับน้ำท่วมกรุงเทพฯ
ลำพูน พื้นที่แรกใช้ ‘ประกันภัยพิบัติฯ’ หลังน้ำป่าท่วม 4 หมู่บ้าน
Politics ลำพูน พื้นที่แรกใช้ ‘ประกันภัยพิบัติฯ’ หลังน้ำป่าท่วม 4 หมู่บ้าน
กองทุนน้ำมัน ติดลบแสนล้าน ยังไม่กู้ ลุ้นลดภาษีสรรพสามิตช่วยพยุง
Economic กองทุนน้ำมัน ติดลบแสนล้าน ยังไม่กู้ ลุ้นลดภาษีสรรพสามิตช่วยพยุง
ครม.ไฟเขียวมาตรการภาษีหนุน MICE หักรายจ่าย 2 เท่า คาดสร้างงาน 3.5 แสนตำแหน่ง
Economic ครม.ไฟเขียวมาตรการภาษีหนุน MICE หักรายจ่าย 2 เท่า คาดสร้างงาน 3.5 แสนตำแหน่ง
ราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
รำลึก 100 ปี ‘ศ.สังเวียน’ สมคิด ปลุกตลาดทุนไทย ดึงหุ้นอนาคต-รักษา ‘Trust’
Finance รำลึก 100 ปี ‘ศ.สังเวียน’ สมคิด ปลุกตลาดทุนไทย ดึงหุ้นอนาคต-รักษา ‘Trust’
“ชัชชาติ” แจง “แก้มลิงคู้บอน-บางชัน” พิจารณาตามหลักวิชาการ ยันยกเลิกก่อนเป็นผู้ว่าฯ กทม.
Economic “ชัชชาติ” แจง “แก้มลิงคู้บอน-บางชัน” พิจารณาตามหลักวิชาการ ยันยกเลิกก่อนเป็นผู้ว่าฯ กทม.
กทม. เฝ้าระวัง “น้ำปริ่ม” เร่งพร่องน้ำทุกจุด รับมือฝน 10–13 ต.ค.นี้
Economic กทม. เฝ้าระวัง “น้ำปริ่ม” เร่งพร่องน้ำทุกจุด รับมือฝน 10–13 ต.ค.นี้
FTA ไทย-EU เข้าโค้งสุดท้าย เหลือเปิดตลาด-ประเด็นนโยบาย ลุ้นปิดดีลภายในปี’69
Economic FTA ไทย-EU เข้าโค้งสุดท้าย เหลือเปิดตลาด-ประเด็นนโยบาย ลุ้นปิดดีลภายในปี’69
ดูทั้งหมด

“ขี้ยาง” ไม่ใช่ของถูกอีกต่อไป ARDA ดันวิจัยปั้นหวายเทียม อายุใช้ยาว 10 ปี

21 ส.ค. 2569 | 09:36น.

ARDA หนุนงานวิจัยเปลี่ยน “ขี้ยาง” หรือยางก้อนถ้วย จากเดิมเกษตรกรขายได้เพียง 15-25 บาทต่อกิโลกรัม สู่ “เส้นหวายเทียมจากยางธรรมชาติ” ดันวัตถุดิบคุณภาพรับซื้อเพิ่มเป็น 30-50 บาทต่อกิโลกรัม และต่อยอดเป็นเฟอร์นิเจอร์-ของตกแต่งราคาหลักร้อยถึงหลักพัน เพิ่มมูลค่าตลอดห่วงโซ่มากกว่า 30 เท่า พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ 3 วิสาหกิจชุมชนในปัตตานี ยะลา และนราธิวาส สร้างงานกว่า 150 ราย

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA เปิดเผยว่า แม้ประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกยางธรรมชาติรายสำคัญของโลก มีพื้นที่ปลูกยางกว่า 23.8 ล้านไร่ และเกษตรกรชาวสวนยางมากกว่า 1.7 ล้านราย แต่ยางส่วนใหญ่ยังจำหน่ายในรูปวัตถุดิบ ซึ่งราคาผันผวนตามตลาดโลก

ความท้าทายของอุตสาหกรรมยางพาราไทยจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มปริมาณการผลิต แต่ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อเปลี่ยนวัตถุดิบราคาต่ำไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดและสร้างรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น

หนึ่งในโครงการที่ ARDA สนับสนุนคือ “การขยายผลการพัฒนาผลิตภัณฑ์เส้นหวายเทียมกลิ่นหอม ทนเชื้อรา แบคทีเรีย แสงแดด และรังสียูวี จากยางธรรมชาติผสมเทอร์โมพลาสติก” โดยสนับสนุนทุนวิจัยแก่มหาวิทยาลัยฟาฏอนี มีนายอัรฟัน หะสีแม เป็นหัวหน้าโครงการ ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

จุดเริ่มต้นมาจากการลงพื้นที่ศึกษาปัญหาเกษตรกรในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส พบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่จำหน่ายยางก้อนถ้วยได้ในราคาต่ำ ขณะที่วิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตเครื่องจักสานกลับประสบปัญหาหวายธรรมชาติขาดแคลนและมีต้นทุนสูง จึงเกิดการพัฒนา “เส้นหวายเทียมจากยางธรรมชาติ” เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบทดแทนที่สามารถผลิตได้ในประเทศ

ผลจากการนำงานวิจัยไปใช้ ทำให้เกษตรกรสามารถผลิตยางก้อนถ้วยคุณภาพสูงและมีราคารับซื้ออยู่ที่ 30-50 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมที่ขายได้ประมาณ 15-25 บาทต่อกิโลกรัม

ขณะที่วิสาหกิจชุมชนสามารถผลิตเส้นหวายเทียมได้ประมาณ 250-300 กิโลกรัมต่อวัน สร้างมูลค่าการจำหน่ายไม่น้อยกว่า 7,500 บาทต่อวัน ก่อนนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย ตั้งแต่กระเช้าผลไม้ โซฟา เก้าอี้ ไปจนถึงโคมไฟ

ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีราคาจำหน่ายตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันบาทต่อชิ้น รองรับตลาดเฟอร์นิเจอร์ โรงแรม รีสอร์ต และงานตกแต่งภายในที่ต้องการวัสดุทดแทนหวายธรรมชาติ ทำให้สามารถเพิ่มมูลค่าตลอดห่วงโซ่จากยางก้อนถ้วยไปสู่ผลิตภัณฑ์ปลายทางได้มากกว่า 30 เท่า

โครงการยังเชื่อมโยงวิสาหกิจชุมชน 3 แห่งในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิตวัตถุดิบ วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการ ไปจนถึงตลาดปลายทาง เพื่อสร้างห่วงโซ่คุณค่าของผลิตภัณฑ์ยางในระดับพื้นที่

หวายเทียมอายุใช้งานไม่น้อยกว่า 10 ปี

นายอัรฟัน หะสีแม หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า เส้นหวายเทียมจากยางธรรมชาติสามารถขึ้นรูปได้หลากหลาย และปรับคุณสมบัติให้เหมาะสมกับการใช้งาน มีรูปลักษณ์ใกล้เคียงหวายธรรมชาติ พร้อมจุดเด่นด้านการต้านทานเชื้อรา แบคทีเรีย แมลง แสงแดด และรังสียูวี

ผลิตภัณฑ์มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 10 ปี ขณะที่หวายธรรมชาติมีอายุเฉลี่ยประมาณ 1-2 ปี และผ่านการทดสอบคุณสมบัติตามวิธีมาตรฐาน ASTM D1646 และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) จึงพร้อมต่อยอดไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์

ปัจจุบันมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีไปยังวิสาหกิจชุมชน 3 แห่ง และนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “PARASAN” เพื่อสร้างรายได้และยกระดับเศรษฐกิจฐานราก

สำหรับระยะต่อไป มีแผนพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากยางพาราไปสู่ผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น เช่น หลังคาเทียมจากยางพารา เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดและเพิ่มมูลค่าให้กับยางพาราไทยเพิ่มเติม

สร้างงานชุมชนกว่า 150 ราย

นางวรรลัดดา พรหมสุข รองประธานวิสาหกิจชุมชนแปรรูปยางบ้านตาชี กล่าวว่า โครงการดังกล่าวทำให้ชุมชนเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ขายวัตถุดิบ” มาเป็น “ผู้ผลิตสินค้านวัตกรรม” เกิดการจ้างงานกว่า 150 ราย และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชนกว่า 1.5 ล้านบาทต่อปี

ขณะเดียวกัน ยังเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่กลับมาประกอบอาชีพในบ้านเกิด พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนในปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ให้เป็นเครือข่ายการผลิตครบวงจร ตั้งแต่จัดหาวัตถุดิบ ผลิตเส้นหวายเทียม ไปจนถึงแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์

ปัจจุบันมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ PARASAN จำนวน 14 รายการ มีสมาชิกเข้าร่วมกว่า 150 ราย และในปี 2568 สามารถสร้างมูลค่าการจำหน่ายรวมกว่า 300,000 บาท พร้อมมีแผนขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ดร.ทวีศักดิ์กล่าวว่า ความสำเร็จของโครงการสะท้อนให้เห็นว่า งานวิจัยและนวัตกรรมสามารถเป็นกลไกยกระดับภาคเกษตรจากการขายวัตถุดิบราคาต่ำ ไปสู่การผลิตสินค้ามูลค่าสูงที่ตอบโจทย์ตลาด พร้อมสร้างอาชีพ การจ้างงาน และรายได้กลับเข้าสู่ชุมชน

“นี่คือบทบาทของ ARDA ในการเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นการใช้ประโยชน์จริง สร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคม พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ARDA ขี้ยาง