ระส่ำ กนป. อุ้ม CPO2 ล้านตัน โรงสกัด หวั่น ขาดสภาพคล่อง
โรงสกัดหวั่นสภาพคล่องไม่พอซื้อผลปาล์ม ชี้มาตรการ กนป.ดูดซัพพลายน้ำมันปาล์มดิบ 2 แสนตันแค่ระยะสั้น แนะรัฐต้องดึงไปใช้ผลิตไบโอดีเซลรับมือผลผลิตทะลัก 20 ล้านตัน
กรณีที่การประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ครั้งที่ 2/2562 เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2562 ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ได้พิจารณามาตรการเร่งด่วนแก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ โดยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดูดซับนำน้ำมันปาล์มดิบ (ซีพีโอ) ไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าเพิ่ม 200,000 ตัน ซึ่งเป็นการขยายโครงการเพิ่มเติมจากก่อนหน้านี้ให้ใช้ 160,000 ตัน ทั้งนี้ ให้เร่งดำเนินการภายใน 3 เดือน โดยรับซื้อจากโรงสกัดที่ผ่านคุณสมบัติกระทรวงพาณิชย์กำหนดภายในเดือน พฤษภาคม 2562 จำนวน 100,000 ตัน
พร้อมทั้งให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เร่งเข้ามาจัดซื้อน้ำมันปาล์มดิบเพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันดีเซลเกรดพิเศษ บี 20 และประสานกับทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องส่งเสริมการใช้บี 20 รวมทั้งให้กระทรวงอุตสาหกรรมประสานติดตามความร่วมมือจากโรงงานสกัดทุกโรง รวมทั้งมอบให้กระทรวงพาณิชย์เร่งตรวจสต๊อกโรงงานน้ำมันปาล์มดิบว่ามีปริมาณเท่าไร และให้กระทรวงเกษตรฯเร่งเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรโดยตรงในการลดราคาปุ๋ยเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต ลดดอกเบี้ยให้กับเกษตรกรผู้เป็นสมาชิกสหกรณ์ปาล์ม ตลอดจนมาตรการส่งเสริมการบริโภคน้ำมันปาล์ม ทั้งนี้ จะเสนอผลสรุปการพิจารณาต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 14 พ.ค.นี้
รายงานข่าวจากโรงสกัดเปิดเผยว่า ในส่วนของโรงงานสกัดยังมีความกังวลว่าจะรับซื้อได้เต็มที่หรือไม่ เนื่องจากขาดสภาพคล่องจากโครงการที่ผ่านมาที่กำหนดหลักประกัน 5% ของมูลค่าน้ำมันที่ กฟผ.รับซื้อ แต่ยังไม่ได้รับคืน อีกทั้งสต๊อกเดิมยังไม่ถูกระบายเนื่องจากโรงกลั่นรับซื้อไม่ไหวอาจทำให้ติดปัญหาเรื่องของการแท็งก์หรือคลังจัดเก็บไม่เพียงพอ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องพิจารณาเรื่องนี้ด้วย
“มาตรการใหม่ที่ กนป.เป็นหลักการในเบื้องต้น แต่กระบวนการรับซื้อยังไม่ชัดเจนว่าเป็นอย่างไร รวมถึงราคารับซื้อ อีกทั้งมาตรการดังกล่าวเป็นการแก้ไขปัญหารระยะสั้นเท่านั้น ควรมีมาตรการในระยะยาวส่งเสริมการใช้พลังงาน การผลิตไบโอดีเซล โดยเฉพาะการใช้ B20 และการปรับสูตรจาก B7 มาใช้ B10 ซึ่งเป็นแนวทางดูดซับซัพพลายส่วนเกินออกจากระบบได้ดี ที่ผ่านมาแม้ว่าจะส่งเสริมแต่ยังล่าช้าและขาดการให้ความร่วมมือเท่าที่ควร”
สำหรับสถานการณ์ผลผลิตปาล์มน้ำมันปี 2562/2563 ซึ่งจะออกช่วงเดือนเมษายน-กรกฎาคม ถือว่ามีจำนวนมากกว่าที่คาดการณ์ เป็นผลจากการเพิ่มพื้นที่ปลูกปาล์มจาก 4 ล้านไร่ เป็น 5.5 ล้านไร่ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านไร่ ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านตัน จากเดิมคาดว่าจะมี 16-17 ล้านตัน คิดเป็นน้ำมันปาล์มดิบ 3 ล้านตัน จากเดิมที่คาดว่าจะมี 2 ล้านตัน ซึ่งจะยิ่งมีผลให้ปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับสภาพอากาศร้อนทำให้ผลปาล์มสุกแดด เกษตรกรต้องตัดขายทั้งที่ยังอ่อนไม่ได้คุณภาพ ทำให้เปอร์เซ็นต์น้ำมัน 18% ซึ่งบางโรงงานใน จ.สุราษฎร์ธานีช่วยรับซื้อในราคาต่ำ กก.ละ 1.60-1.80 บาท ต่ำกว่าราคาน้ำมันปาล์มเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 18% กก.ละ 2.00-2.40 บาท ส่วนราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) กก.ละ 14-15 บาท ต่ำกว่าราคาตลาดโลก กก.ละ 15-16 บาท