เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมโรงงานฯรับลูกคุมดาต้าฯ เข้าบัญชี 108 ต้องขอใบ รง.4-ทำอีไอเอ
Economic กรมโรงงานฯรับลูกคุมดาต้าฯ เข้าบัญชี 108 ต้องขอใบ รง.4-ทำอีไอเอ
ยื้อโยกย้ายซี 10 “คลัง” จับตาสรรพากร-ชิงสรรพสามิตเดือด
Finance ยื้อโยกย้ายซี 10 “คลัง” จับตาสรรพากร-ชิงสรรพสามิตเดือด
เศรษฐกิจโลกใกล้ถึง ‘จุดแตก’? หมดแรง ‘ดูดซับ’ ส่งออกจากจีน
World เศรษฐกิจโลกใกล้ถึง ‘จุดแตก’? หมดแรง ‘ดูดซับ’ ส่งออกจากจีน
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
Biz Movement BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
SD รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
ชัดแล้ว! กกต.จ่อแถลงผล “คดีฮั้ว สว.” 229 คน พรุ่งนี้
Politics ชัดแล้ว! กกต.จ่อแถลงผล “คดีฮั้ว สว.” 229 คน พรุ่งนี้
GEELY STARRAY EM-R คันใหญ่ นั่งสบาย ถูกใจสาย ‘คุ้มค่า’
Automotive GEELY STARRAY EM-R คันใหญ่ นั่งสบาย ถูกใจสาย ‘คุ้มค่า’
โพลชี้ ‘ม็อบ‘ การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่คำตอบ เศรษฐกิจ-คดีฮั้ว สว.สะสมแรงกดดัน
Politics โพลชี้ ‘ม็อบ‘ การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่คำตอบ เศรษฐกิจ-คดีฮั้ว สว.สะสมแรงกดดัน
พยากรณ์อากาศ 7 วัน (12 – 18 ก.ย. 69) มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 60-80%
News พยากรณ์อากาศ 7 วัน (12 – 18 ก.ย. 69) มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 60-80%
ดูทั้งหมด

จีน-ญี่ปุ่น บูมใช้ “ไม้เศรษฐกิจ” “สยามฟอเรสทรี” เร่งผลิตรับส่งออกพุ่ง

05 พ.ค. 2562 | 22:30น.

ธุรกิจค้าไม้มาแรง ออร์เดอร์จีน-ญี่ปุ่นแห่ซื้อไทยไปผลิต “biomass” 2 ล้านตันต่อปี “สยามฟอเรสทรี” ในเครือ SCG เร่งส่งเสริมเกษตรกรปลูกยูคาฯโตเร็ว ดึง startup ร่วมทีมดันส่งออก ด้านกรมป่าไม้เผยกฎหมายใหม่ปลดล็อกการปลูกไม้เศรษฐกิจสร้างมูลค่า ตรวจสอบย้อนกลับได้ มั่นใจบริหารจัดการได้ไม่โอเวอร์ซัพพลาย

นายมหาศาล ธีรวรุตม์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามฟอเรสทรี จำกัด กลุ่มธุรกิจในเครือเอสซีจีแพคเกจจิ้ง เปิดเผยว่า แนวโน้มการส่งออกไม้ไปยังจีนและญี่ปุ่นเพิ่มสูงขึ้น จากความต้องการใช้ไม้เป็นวัตถุดิบในการผลิตชีวมวล (biomass) โดยเฉพาะในตลาดญี่ปุ่นมีความต้องการไม้ไทยเพิ่มสูงขึ้นปีละ 1-2 ล้านตัน ขณะที่จีนยังต้องการนำไม้ไปแปรรูปอีกจำนวนมาก หรือทาง สปป.ลาวนำเยื่อไม้ไปผลิตเพื่อการส่งออก

“ก่อนหน้านี้ภาพรวมการแข่งขันด้านการส่งออกไม้ของไทยไม่หวือหวา แต่ปัจจุบันภาครัฐสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อและปลดล็อกกฎหมายป่าไม้ และตลาดโลกเริ่มมีดีมานด์สูงส่งผลให้เริ่มมีผู้เล่นเพิ่มขึ้น โดยในประเทศที่มี 3-4 ราย ซึ่งทางบริษัทมีกำลังการผลิต ปีละ 3 ล้านตัน รายได้ปีที่ผ่านมา มูลค่า 3,029 ล้านบาท แต่ขณะนี้บริษัทต้องเพิ่มกำลังผลิต โดยส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกต้นกล้าที่มาจากการศึกษาวิจัยต้นไม้ เน้นต้นยูคาลิปตัสเป็นหลักซึ่งบริษัทมีกำลังการผลิตต้นกล้า ปีละ 50 ล้านต้น ทั้งปลูกเองและเกษตรกรปลูก (95%) มีรอบตัดฟันประมาณ 4-6 ปี”

นายมหาศาล กล่าวว่า บริษัทได้ร่วมกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ดึง startup เข้าร่วม ปล่อยเงินทุนโดยมีหลักประกัน ไมโครไฟแนนซ์ให้เพื่อเป็นหลักประกัน เพื่อบริหารจัดการป้องกันโอเวอร์ซัพพลาย ซึ่งเกษตรกรสามารถนำไม้มาขายยังจุดรับซื้อของบริษัทได้ทั่วประเทศ ภาคตะวันตกและภาคเหนือกว่า 50 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือกว่า 37 แห่ง และมีตัวแทนรับซื้อ 100 ราย โดยบริษัทจะนำไม้เข้าโรงสับไม้และส่งต่อไปยังโรงผลิตเยื่อ โดยรับซื้อตามราคาตลาดโลก

“ประเด็นที่หลายคนกังวลว่าหากเป็นกระแสการปลูกไม้มีค่าจะทำให้เกษตรกรปลูกมากจนล้นโอเวอร์ซัพพลาย แต่เราเป็นผู้วิจัยและผลิตกล้าไม้เอง สามารถควบคุมได้ไม่ล้นตลาดแน่นอน และแนวโน้มตลาดโลกยังมีดีมานด์ที่สูงมาก โดยเฉพาะญี่ปุ่นนำไม้ไปทำ biomass เรากังวลว่าจะไม่เพียงพอด้วยซ้ำไป จึงต้องเร่งส่งเสริมขยายพื้นที่ปลูกและมีทีม startup มาซัพพอร์ตแหล่งเงินทุนเต็มที่”

ทั้งนี้ สยามฟอเรสทรี ผลิตสินค้าเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ (packaging) แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มบรรจุภัณฑ์ (packaging business chain) และกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มาจากต้นไม้ (fibrous business chain) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ธุรกิจย่อย คือ 1) ธุรกิจป่าไม้ ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกต้นกล้าที่จะนำมาผลิตเยื่อ 2) ธุรกิจเยื่อ ผลิตเยื่อคุณภาพสูง และ 3) ธุรกิจกระดาษ ผลิตกระดาษที่ใช้ทั่วไป กระดาษที่ใช้บรรจุอาหารและกระดาษอุตสาหกรรม (ฉลากอาหาร)

ด้าน นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า กรมมุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมไม้โตเร็ว โดยมีการออกประกาศกฎกระทรวงให้สามารถปลูกไม้ยืนต้น เพื่อนำไปเป็นหลักประกันทางธุรกิจ ทั้งยังจัดทำคู่มือประเมินราคาต้นไม้ที่เป็นมาตรฐาน และประสานสถาบันการเงินให้ปล่อยสินเชื่อ โดยเริ่มจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) คาดว่าจะมีความชัดเจนเร็ว ๆ นี้

“เราต้องใช้จังหวะโอกาสนี้ในการผลักดันอุตสาหกรรมไม้โดยเฉพาะยูคาลิปตัสเพราะจีนและญี่ปุ่นยังมีต้องการอีกมากถึง 7 ล้านตันต่อปี แต่ไทยส่งออกไป 5 ล้านตัน และราคาตลาดโลกปรับขึ้น จาก 130 เป็น 145 เหรียญสหรัฐต่อตัน หากส่งออกจะเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และลดความเสี่ยงจากปลูกพืชอื่นด้วย”

นายจุมพฏ ชอบธรรม ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ล่าสุด พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย. 2562 ทำให้ไม้มีค่าทางเศรษฐกิจที่ปลูกในที่ดินกรรมสิทธิ์หรือที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ทำประโยชน์ ไม่เป็นไม้หวงห้ามอีกต่อไป สามารถดำเนินการทำไม้ ตัด โค่น เลื่อย ฉุด ชักลากไม้ในป่า หรือนำไม้ออกจากป่า และเคลื่อนย้ายโดยไม่ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานภาครัฐ ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมไม้ และกรมป่าไม้อยู่ระหว่างทบทวนการส่งออกไม้ไปจำหน่ายต่างประเทศอย่างเสรีโดยไม่จำกัดเฉพาะองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ซึ่งจะส่งผลดีต่อการปลูกไม้ยืนต้น และเพิ่มพื้นที่ป่าให้กับประเทศ รวมทั้งการใช้ไม้เป็นหลักประกันทางธุรกิจ สามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาได้ ทั้งนี้ ได้ประสานทุกหน่วยงานให้มีการบริหารจัดการที่ดีเพื่อป้องกันโอเวอร์ซัพพลายในอนาคต

นางระพี แหวนเพ็ชร เกษตรกรปลูกสวนป่ายูคาลิปตัส จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า เดิมปลูกพืชเศรษฐกิจ อ้อย มันสำปะหลัง แต่ต้องประสบกับภัยแล้งและโรคใบด่างทำให้ต้องโค่นทิ้งหมดจึงหันมาปลูกไม้ยูคาลิปตัส (contract farming) ซึ่งให้รายได้ค่อนข้างดี ประกันราคาตัดส่งขายรวมค่าขนส่งตันละ 800-1,400 บาทต่อตัน ทำให้เกษตรกรหลายรายเริ่มหันมาปลูกไม้โตเร็วมากขึ้น