“บีซีพีจี” เพิ่มทุน 1.02 หมื่นล้านบาท ขยายธุรกิจ-คืนหนี้
เสาไฟฟ้า โรงไฟฟ้าชุมชน
ผู้ถือหุ้น “บีซีพีจี” อนุมัติแผนเพิ่มทุน 1,301.70 ล้านหุ้น ราว 10,235 ล้านบาท ขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าในประเทศ-ต่างประเทศ พร้อมชำระคืนหนี้สถาบันการเงินบางส่วน ด้าน “บัณฑิต สะเพียรชัย” กอดเงินทันทีกว่า 7,000 ล้านบาท จากการเสนอขายหุ้นแบบ RO และ PP ให้กับ Pilgrim Partners Asia และ Capital Asia Investments
นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 7 ตุลาคม 2563 ซึ่งมี นายพิชัย ชุณหวชิร ประธานกรรมการบริษัทฯ เป็นประธานในที่ประชุม มีมติอนุมัติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 10,000 ล้านบาท เป็น 16,508.50 ล้านบาท
โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ จำนวน 1,301.70 ล้านหุ้น มูลค่าตราไว้หุ้นละ 5 บาท แบ่งจัดสรรหุ้นจำนวน 250 ล้านหุ้น เสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (RO) อัตรา 8 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นเพิ่มทุน ราคาเสนอขาย 11.50 บาท ขึ้นเครื่องหมายไม่ได้รับสิทธิเพิ่มทุน (XR) ในวันที่ 14 ต.ค.นี้

พร้อมกันนี้ได้จัดสรรหุ้นเพิ่มทุน 674.5 ล้านหุ้น เสนอขายให้บุคคลในวงจำกัด (PP) ในราคาหุ้นละ 11.50 บาท ให้แก่ Pilgrim Partners Asia (Pte.) Ltd. จำนวน 195.75 ล้านหุ้น คิดเป็น 5.93% ของทุนชำระแล้ว และ Capital Asia Investments Pte. Ltd. จำนวน 195.75 ล้านหุ้น คิดเป็น 5.93%
และจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 283 ล้านหุ้น เสนอขายให้ PP โดยผ่านกระบวนการเปิดให้ผู้ลงทุนสถาบันแสดงความประสงค์ซื้อหุ้นเพิ่มทุน ณ ระดับราคาที่ต้องการ (book Building)
นอกจากนี้จัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 377.2 ล้านหุ้น รองรับการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญ (วอร์แรนต์) จำนวน 4 รุ่น คือ BCPG-W1, BCPG-W2, BCPG-W3 และ BCPG-ESOP
โดยบริษัทฯ จะแจก BCPG-W1 ให้ผู้ถือหุ้นเดิมที่ใช้สิทธิเพิ่มทุน ในอัตรา 2.80 หุ้นเพิ่มทุน ต่อ 1 วอร์แรนต์ ราคาแปลงสิทธิ 8 บาท อายุ 2 ปี อัตราใช้สิทธิ 1 ต่อ 1 ส่วน BCPG-W2 จะแจกให้กับผู้ถือหุ้นเดิมที่ใช้สิทธิเพิ่มทุนเช่นกัน ในอัตรา 2.80 หุ้นเพิ่มทุน ต่อ 1 วอร์แรนต์ ราคาแปลงสิทธิ 8 บาท อายุ 3 ปี อัตราใช้สิทธิ 1 ต่อ 1
ส่วน BCPG-W3 จะแจกให้กับผู้ถือหุ้นเพิ่มทุน PP ในอัตรา 2.1924 หุ้นเพิ่มทุน ต่อ 1 วอร์แรนต์ ราคาแปลงสิทธิ 8 บาท อายุ 1 ปี อัตราใช้สิทธิ 1 ต่อ 1 นอกจากนี้บริษัทฯ จะแจก BCPG-ESOP ให้กับกรรมการและพนักงานบริษัท โดยมีราคาใช้สิทธิครั้งแรก 13.70 บาท อายุ 5 ปี อัตราใช้สิทธิ 1 ต่อ 1
“ประเมินว่าเงินที่ได้จากการการเพิ่มทุนในครั้งนี้รวมประมาณ 10,235 ล้านบาท จะนำไปใช้รองรับแผนการขยายธุรกิจ แบ่งเป็นการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม กำลังการผลิต 600 เมกะวัตต์ (MW) ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประมาณ 3,570 ล้านบาท กำหนดระยะเวลาการใช้เงินในปี 2563-2566”
พร้อมทั้งชำระคืนเงินกู้สำหรับการเข้าซื้อโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รวมกำลังการผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 20 เมกะวัตต์ ในประเทศไทย ในปี 2563-2565 ชำระคืนเงินกู้ยืมบางส่วน
สำหรับการเข้าซื้อโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Nam San 3A และ Nam San 3B กำลังการผลิตรวม 114 เมกะวัตต์ รวมถึงเงินลงทุนสำหรับการติดตั้งสายส่งเพิ่มเติม ประมาณ 1,870 ล้านบาท ภายในปี 2563 ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 3,700 ล้านบาท จะนำไปใช้ลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศในอนาคต ภายในปี 2563-2564
“บริษัทฯ ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนที่มีศักยภาพจากการขายหุ้น PP ให้กับ Pilgrim Partners Asia และ Capital Asia Investments จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมถึงความสำเร็จจากการเพิ่มทุนในครั้งนี้ คาดว่าจะส่งผลให้สามารถเพิ่มทุนได้ตามเป้าหมาย ซึ่งเป็นการเสริมสร้างโอกาสในการเติบโต”