พิษโควิด ปตท. เลื่อนส่งออก LNG ไตรมาส 2 ปีหน้า’64
ปตท.เลื่อนแผนส่งออก LNG ไป Q2/64 หลังราคา spot สูง โควิดฉุดดีมานด์ ยอดการใช้ก๊าซ LNG ปีนี้ลดลง 8-10% เผยคืบหน้านำเข้า LNG spot ปี 64 ต้องรอพิจารณาสภาวะตลาดสภาพเศรษฐกิจ และนโยบายรัฐบาล
นายวุฒิกร สติฐิต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ (ปตท.) กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส-19 ในปีนี้ ปตท. จึงมีความจำเป็นต้องเลื่อนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพื่อส่งออกเชิงพาณิชย์ออกไปเป็นช่วงประมาณไตรมาส 2/64 จากเดิมที่คาดว่าจะดำเนินการได้ในไตรมาส 3/63

เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางการซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG HUB) ที่คาดว่าจะเริ่มเห็นปริมาณการนำเข้าและส่งออกมากขึ้นในปี 65
โดยปัจจัยหลักมาจากความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในภูมิภาคลดลง และการเจรจากับลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตลาด CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) รวมถึงจีนตอนใต้ยังอยู่ระหว่างหารือ การเดินทางไปเจรจาลำบาก อีกทั้งราคานำเข้า LNG จากตลาดจร (spot) ปัจจุบันอยู่ในระดับสูงประมาณ 7 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู
ซึ่งอาจยังไม่เหมาะสมในการทำตลาดช่วงนี้ แต่หากราคาปรับลดลงมาต่ำที่ประมาณ 3-4 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู ที่คาดว่าจะเกิดในช่วงหน้าร้อนก็น่าจะจูงใจให้เกิดการนำเข้าเพื่อส่งออกได้
ส่วนความคืบหน้าการผลักดันให้ไทยก้าวสู่ LNG HUB ล่าสุดมีการทดสอบการนำเข้าและส่งออกแล้ว มั่นใจว่ามีความพร้อม แต่สถานการณ์ราคา SPOT LNG ในเวลานี้มีราคาปรับสูงขึ้น ทำให้ลูกค้าชะลอการซื้อ LNG ดังนั้น จะต้องมีการติดตามสถานการณ์ทางด้านราคาอย่างใกล้ชิด
โดยประเมินว่าการนำเข้าก๊าซ LNG ในประเทศปี 64 น่าจะมีระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 5.5-5.6 ล้านตันต่อปี โดยมาจากสัญญาระยะยาวประมาณ 5.2 ล้านตัน และเป็น SPOT LNG ประมาณ 4-5 แสนตันทั้งจาก ปตท. และภาคเอกชน ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ ปตท. ได้นำเข้าแบบ SPOT ได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับสภาพตลาด และราคาด้วยว่าเป็นอย่างไร เพื่อพิจารณาหาราคาในการนำเข้าที่เหมาะสมว่าควรจะอยู่ที่ระดับเท่าใด

อย่างไรก็ดี การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีผลทำให้ยอดการใช้ก๊าซ LNG ปีนี้ลดลง 8-10% จากปีที่ผ่านมา โดยมีการจัดหามาจากอ่าวไทย ซึ่งมีสัดส่วนค่อนข้างคงที่ และมีที่เมียนมาร์อยู่บ้าง โดยยอด LNG ปีนี้โดยรวมน่าจะอยู่ที่ประมาณ 5.5-5.6 ล้านตันต่อปี ซึ่งมาจากสัญญาระยะยาวประมาณ 5.2 ล้านตันต่อปี
ส่วนที่เหลืออีกระมาณ 4-5 แสนตันมาจากการซื้อแบบ SPOT โดย ปตท. ใช้โอกาสในการที่ SPOT ราคาเฉลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 2.5 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นราคานำเข้ามาต่ำ
“จากราคาดังกล่าวมีส่วนช่วยลดราคาค่าเอฟที เพราะการจัดหาพลังงานที่มีราคาถูกเข้ามา ส่วนการใช้ LNG นั้นมีปริมาณคงที่ ทั้งโรงแยกก๊าซ ในภาคอุตสาหกรรม และไฟฟ้าโดยมี่ปีหน้าปริมาณความต้องการก็น่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีนี้”
ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ในอนาคตนั้น ปตท. จะพยายามหา LNG มาบริหารจัดการให้เพียงพอกับความต้องการใช้งาน รวมถึงให้สามารถแข่งขันได้ และสามารถตอบโจทย์รักษาการเดินเครื่องโรงแยกก๊าซในระยะยาว ส่วนการขยายในอนาคตยังมองภาพของการเติบโตในตลาดต่างประเทศ และตลาดใหม่ รวมถึงการขยายการทำพอร์ตโฟลิโอ ในเรื่องของ LNG
“การนำเข้า LNG spot จะมีการนำเข้าจริงในปี 64 ต้องรอพิจารณาสภาวะตลาดและสภาพเศรษฐกิจที่ชัดเจนด้วย โดยครอบคลุมถึงการนำเข้าของผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ (Shipper) มีทั้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) และ GULF ซึ่งเป็น Shipper ก็ได้มาหารือเพื่อขอใช้คลัง ของปตท.เตรียมการรองรับการนำเข้า LNG ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับนโยบายภาครัฐ”
สำหรับโครงการท่อส่งก๊าซเส้นที่ 5 บางส่วนมีกำหนดแล้วเสร็จปลายปีนี้ และบางส่วนจะแล้วเสร็จกลางปีถึงปลายปีหน้า อย่าไรก็ดี ในเฟสแรกได้มีการเริ่มจ่ายก๊าซให้กับโรงไฟฟ้า IPP โรงใหม่ ได้แก่ Gulf SRC แล้วบางส่วนเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ปตท. เริ่มเข้าไปทำตลาดในการนิคมอุตสาหกรรมที่จำหน่ายก๊าซ โดยจะเห็นว่าโรงงานใดที่ให้ความสนใจในการติดตามโซลาร์รูฟ (solar roof) ปตท.เข้าไปนำเสนอโซลูชั่นที่เป็นการจำหน่ายก๊าซ และการจำหน่ายพลังงานทดแทนด้วย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการพลังงานของภาคอุตสาหกรรม