3 ภาคี อุดช่องโหว่ “ไทยเป็นครัวโลก”
การออกมาตรฐานด้านสุขอนามัย “IPHA : Industrial and Production Hygiene Administration” นั้น “นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล” รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะแม่งาน ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า
3 ภาคี กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสถาบันอาหาร และสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ สภาอุตฯหารือกันว่า ในภาวะนี้ผู้บริโภคไม่มั่นใจว่าอาหารจะมีการปนเปื้อนหรือไม่ เพราะไทยขึ้นชื่อว่าเป็นครัวโลก มีมูลค่าการส่งออก 5 ล้านล้านบาท
ซึ่งเดิมไทยมีการดำเนินการตามมาตรฐานระดับสากล ทั้ง GMP, HACCP และ ISO 22000 เพื่อควบคุม ติดตาม และป้องกันอยู่แล้ว แต่เมื่อมีโควิด-19 ระลอกใหม่ ไทยเราก็จะต้องป้องกันตัวเอง
มาตรฐานนี้จะครอบคลุมทุกสินค้าไม่ใช่เฉพาะอาหาร แต่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมในห่วงโซ่การผลิตอาหาร เช่น แพ็กเกจจิ้ง ซึ่งมีการใช้มาตรการจัดการสุขอนามัย 3 ด้าน คือ การจัดการสุขอนามัยในสถานประกอบการ, กระบวนการผลิต และบุคลากร พร้อมเสริมมาตรการป้องกันการปนเปื้อนและแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019
หากสถานประกอบการได้ดำเนินการตามขั้นตอนการรับรองของสถานประกอบการครบถ้วนแล้ว ทาง ส.อ.ท.จะออกเอกสารเพื่อแสดงว่า สภาอุตสาหกรรมฯ กรมควบคุมโรคสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ และสถาบันอาหารได้ทวนสอบแล้วว่าสถานประกอบการมีการรับรองตนเองว่าเป็นสถานประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรการควบคุม ติดตาม และป้องกัน การปนเปื้อนของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 อย่างถูกต้อง และครบถ้วนตามเกณฑ์การประเมินตนเอง IPHA จะได้เครื่องหมายรับรองตนเองว่าเป็นสถานประกอบการที่มีการดูแลบุคลากร กระบวนการผลิต และสถานที่ ได้มาตรฐานด้านสุขอนามัย
สำหรับขั้นตอนการออกใบรับรองทางสภาอุตสาหกรรมฯจะรับหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางประสานกับผู้ประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ และเป็นผู้ออกเอกสารเพื่อแสดงว่า สภาอุตสาหกรรมฯ กรมควบคุมโรค สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ และสถาบันอาหาร ได้ทวนสอบแล้วว่าสถานประกอบการมีการรับรองตนเองว่าเป็นสถานประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรการควบคุม ติดตาม และป้องกัน การปนเปื้อนของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 อย่างถูกต้องและครบถ้วนตามเกณฑ์การประเมินตนเอง IPHA
หากเป็นสมาชิก ส.อ.ท. จะไม่มีค่าใช้จ่ายในการออกใบรับรอง ส่วนผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก ส.อ.ท. มีค่าธรรมเนียมการออกใบรับรอง 1,000 บาท โดยเอกสารรับรองตนเองนี้จะมีอายุ 6 เดือน เพื่ออัพเดตสถานะในสภาวะปัจจุบันและเพื่ออัพเดตอยู่เสมอ
ส่วนเงื่อนไขการรับรองโรงงานที่มีมาตรฐาน GMP/HACCP/ISO 22000 กับโรงงานที่ยังไม่มีมาตรฐาน จะต่างกัน กล่าวคือ สถานประกอบการที่มีมาตรฐาน GMP/HACCP/ISO 22000 (อย่างใดอย่างหนึ่ง) ต้องลงทะเบียนและแจ้งข้อมูลมาตรฐาน GMP/HACCP/ISO 22000 พร้อมแนบเอกสารประกอบ และดำเนินการประเมินตนเองตาม checklist 3 ด้าน หากตรวจสอบแล้วผ่านก็จะได้รับเอกสารรับรอง IPHA
ส่วนสถานประกอบการที่ยังไม่มีมาตรฐาน ต้องลงทะเบียน และต้องเข้ารับการอบรมการทำ checklist ตามมาตรฐาน GMP/HACCP/ISO 22000 บนระบบออนไลน์กับ MASCI พร้อมทำแบบทดสอบ และกรอกข้อมูลการประเมินตนเองตาม checklist 3 ด้าน ซึ่งหากตรวจสอบแล้วผ่านก็จะได้รับเอกสารรับรอง IPHA เช่นกัน เพียงแต่จะต้องประเมินตนเองทุก ๆ 2 เดือน เพื่อเป็นการ update และหลังจากวิกฤตโควิดคลี่คลายก็จะมีการออกไปออดิตโรงงานต่าง ๆ
ในอนาคตความร่วมมือของ 3 องค์กรหลักจะขยายการออกเอกสารรับรองตนเองฯ “IPHA” ไปช่วยเหลือยังพื้นที่อื่น ๆ ไม่ใช่เฉพาะโซนพื้นที่สีแดงที่ได้รับความเดือดร้อนในลักษณะเดียวกัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ช่วยให้อุตสาหกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ