“ธรรมนัส” สั่ง ธกส. ลดดอกเบี้ยอุ้มชาวสวนกล้วยไม้หลังโควิดยังกระทบส่งออก
รมช.ธรรมนัส สั่งกรมส่งเสริมร่วมธกส.เคาะมาตรการช่วยเหลือชาวสวนกล้วยไม้ ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้สมาชิกสหกรณ์หลังโควิดกระทบส่งออกไม่ได้ ส่งออกยังแก้ไม่ตกทำรายได้เกษตรกรวูบ
ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดนครปฐม เพื่อรับฟังปัญหาสหกรณ์ประกอบการกล้วยไม้ไทย ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 (โควิด-19) ทำให้รายได้ของเกษตรกรลดลง แต่ยังคงมีรายจ่ายอยู่อย่างต่อเนื่อง อาทิ แรงงาน ค่าปุ๋ย ค่าสารเคมีกำจัดวัชพืช ค่าน้ำ ค่าไฟ ซึ่งเกษตรกรจำเป็นต้องดูแลรักษาต้นกล้วยไม้ให้แข็งแรง มีคุณภาพอยู่เสมอ ซึ่งต้องใช้ต้นทุนเฉลี่ย 10,000 บาท/ไร่/เดือน จึงสั่งการให้หน่วยงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หามาตรการช่วยเหลือด้านการเงิน อาทิ การลดดอกเบี้ยของกลุ่มเกษตรกร โดยกรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์กรเกษตร (ธกส.)เร่งดำเนินการสำรวจข้อมูลเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมจัดงานกล้วยไม้เป็นงานประจำปีของจังหวัดนครปฐมและวางแผนจัดงานกล้วยไม้สัญจร ร่วมกับสหกรณ์ผู้ประกอบการกล้วยไม้ไทย จำกัด จำนวน 12 ครั้ง กระจายทั่งทุกภาคของประเทศไทย

เนื่องจากรายได้ไม่สมดุลกับรายจ่าย ทำให้เกษตรกรหลายรายต้องปล่อยสวนให้ร้างหรือรื้อถอนสวน ยกเลิกกิจการไปเป็นจำนวนมาก ในการให้ความช่วยเหลือของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง สหกรณ์ผู้ประกอบการกล้วยไม้ไทย จำกัด รวมทั้งหน่วยงานเอกชนนั้น จะขยายตลาดภายในและต่างประเทศ ร่วมมือกับ ลาซาด้า ในการออกแบบกล่องบรรจุให้เหมาะสมกับกล้วยไม้ และลดราคาค่าขนส่งให้กับเกษตรกรและผู้บริโภคที่ซื้อสินค้ากล้วยไม้ แบบออนไลน์
ทั้งนี้ ตลาดส่งออกที่สำคัญของกล้วยไม้ไทย คือประเทศจีน ส่งออกมากที่สุดถึง 90% ของผลผลิตทั้งหมด ประมาณ 1,156.5 ตัน/เดือน คิดเป็นมูลค่า 54,350,534.7 บาท/ เดือน แต่หลังจากมีการระบาดของโควิด-19 หลายประเทศล็อกดาวน์ รวมทั้งไทยและจีน เครื่องบินซึ่งเป็นช่องทางส่งออกหลักของกล้วยไม่ งดการบิน ส่งผลให้ยอดขายกล้วยไม้ลดลงอยากมากจึงเร่งหามาตรการส่งเสริมให้เกษตรกรจำหน่ายสินค้าทางออนไลน์ มีการสร้าง แพรทฟอร์มตลาดสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกร”
อย่างไรก็ดี จังหวัดนครปฐม เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกกล้วยไม้มากที่สุดในประเทศไทย โดยเฉพาะกล้วยไม้สกุลหวาย ในปี2563 มีพื้นที่ทั้งหมด 11,572.96 ไร่ มีเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้ 652 ครัวเรือน มีผลผลิตรวม 15,414 ตัน คิดเป็นมูลค่า712 ล้านบาท/ปี โดยอำเภอที่มีพื้นที่เพาะปลูกมากที่สุด คือ อำเภอบางเลน จำนวน 4,447.66 ไร่ รองลงมา คือ อำเภอสามพราน จำนวน 2,702.1 ไร่ และอำเภอนครชัยศรี จำนวน 2,093.74 ไร่