Skip to content

เฉลิมชัย สั่งกรมปศุสัตว์ กวาดล้าง ทลายแก๊งนำเข้าเนื้อหมูผิดกฎหมาย

30 ส.ค. 2565 | 17:47น.
เฉลิมชัย สั่งกรมปศุสัตว์ กวาดล้าง ทลายแก๊งนำเข้าเนื้อหมูผิดกฎหมาย

เฉลิมชัย เอาจริง สั่งกรมปศุสัตว์ กวาดล้าง ทลายแก๊งนำเข้าเนื้อหมูผิดกฎหมาย ป้องกัน ‘โรคระบาด-สารตกค้าง’ แนะผู้บริโภคเลือกซื้อเนื้อสัตว์มาตรฐาน ‘ปศุสัตว์ OK’ พร้อมเร่ง ‘Pig Sandbox’ ฟื้นฟูการผลิตสุกรในประเทศ

วันที่ 30 สิงหาคม 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้กรมปศุสัตว์ เข้มงวด ทลาย กวาดล้างขบวนการนำเข้าเนื้อหมูผิดกฎหมาย ไม่ได้มาตรฐาน กำชับกรมปศุสัตว์ ลุยพื้นที่ตรวจสอบต่อเนื่อง

พร้อมผนึกกำลังหน่วยงานเกี่ยวข้อง ป้องกันการลักลอบนำเข้าผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด หากพบผู้กระทำความผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายในทันที ไม่ละเว้นให้กับผู้ใดทั้งสิ้น พร้อมแนะผู้บริโภคซื้อสินค้าปศุสัตว์ปลอดภัยตราสัญลักษณ์ ‘ปศุสัตว์ OK’ และเร่งขับเคลื่อน ‘Pig Sandbox’ ส่งเสริมและยกระดับการผลิตสุกรในประเทศ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยว่า จากที่ได้มีกระแสข่าวการลักลอบนำสินค้าเนื้อและชิ้นส่วนสุกรเข้าประเทศ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลและความเสี่ยงต่อการนำเชื้อไวรัส หรือพาหะต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดโรคระบาดร้ายแรง โดยเฉพาะโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African swine fever : ASF) เข้าสู่ประเทศ เสี่ยงทั้งโรคระบาดและสารเร่งเนื้อแดง

ซึ่งสร้างผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร ตลอดจนผู้บริโภค โดยวันที่ 30 สิงหาคม 2565 ทางสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ได้มีการจัดแถลงข่าว ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์ ชี้แจงให้ข้อมูลรายละเอียดในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในครั้งนี้ด้วย

ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ ได้ดำเนินงานอย่างเข้มงวดมาโดยตลอด โดยมีการจัดทีมตรวจค้นห้องเย็น หรือสถานที่พักซากสัตว์ทั่วประเทศ พร้อมกับขอความร่วมมือในการปฏิบัติงานป้องกันการการลักลอบนำเข้าไปยังกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมศุลกากร จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษปราบปรามผู้กระทำความผิดตามกฎหมายที่กรมปศุสัตว์รับผิดชอบ

ซึ่งกรมปศุสัตว์ โดยกองสารวัตรและกักกัน ได้เข้มงวดในการปฏิบัติงานตรวจสอบการนำเข้า ส่งออก และนำผ่านราชอาณาจักร โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนติดต่อกับเมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย มีเจ้าหน้าที่ชุดสุนัขดมกลิ่นปฏิบัติงานในพื้นที่สนามบิน เพื่อตรวจค้นหาซากสัตว์ (ซากสุกร) ซึ่งหากพบผู้กระทำผิดต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยเด็ดขาดและถึงที่สุด ไม่ละเว้นให้กับผู้ใดทั้งสิ้น

นอกจากนี้ ได้กำหนดให้มีเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ สำหรับซากสัตว์ที่มีการนำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์ปลอดภัย ขอให้สังเกตตราสัญลักษณ์ ‘ปศุสัตว์ OK’ ซึ่งเชื่อมั่นถึงความสะอาด สุขอนามัย เนื้อสัตว์ปลอดโรคระบาด และไร้สารตกค้าง ได้คุณภาพมาตรฐานอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ในส่วนของการส่งเสริมและฟื้นฟู ได้ให้กรมปศุสัตว์เร่งขับเคลื่อนโครงการ Sandbox ปศุสัตว์ ตามนโยบายของรัฐบาล นำร่อง “Pig Sandbox” พื้นที่ควบคุมพิเศษ จังหวัดราชบุรี และพื้นที่ปศุสัตว์เขต 5 (ภาคเหนือตอนบน)

พร้อมกันนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดมาตรการเพื่อเตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค ASF ในสุกร โดยได้วางนโยบายและมาตรการต่าง ๆ อย่างครอบคลุม เข้มข้น และต่อเนื่อง

ซึ่งนับจากที่ประเทศไทยยืนยันพบการระบาดของโรค ASF ในวันที่ 11 มกราคม 2565 หลังจากนั้น กรมปศุสัตว์ได้เร่งตรวจสอบและรายงานสถานการณ์ทุกวัน (ระบบ Zero Report) ซึ่งพบการเกิดโรค ASF เป็นจุดเล็ก ๆ ใน 31 จังหวัด

แต่ปัจจุบันไทยสามารถควบคุมโรคให้สงบ โดยไม่พบการเกิดโรคแล้ว (สีเขียว) ทั้งสิ้น 31 จังหวัด จึงถือได้ว่าสามารถควบคุมโรคได้อยู่ในวงจำกัดและมีประสิทธิภาพเป็นอย่างดี ดังนั้น จึงขอให้มั่นใจได้ว่าประเทศไทยมีมาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มข้น จนได้ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ว่าเป็นประเทศที่ป้องกันและควบคุมโรคดีที่สุดในเอเชีย

ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณทางสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ รวมทั้งหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรทุกท่าน ที่ได้ให้ความร่วมมือในการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาโดยตลอด และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราพร้อมที่จะร่วมมือกับทางสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และทุกหน่วยงาน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา รับมือ และขับเคลื่อนการดำเนินงานไปด้วยกัน

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าว และไม่ได้นิ่งนอนใจ

ซึ่ง ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายและสั่งการกรมปศุสัตว์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการควบคุมการเกิดโรคระบาดในสัตว์ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง จับกุม และลงโทษผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย

รวมถึงคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้บริโภคอาหารที่มีคุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัย และจากมาตรการการควบคุมโรคที่ออกมาอย่างเข้มข้นของกรมปศุสัตว์ ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งผลให้สถานการณ์การระบาดของโรค ASF ในประเทศไทยนั้นกลับมามีทิศทางที่ดีขึ้น

โดยประเทศไทย ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศติดอันดับโลก ในการป้องกันควบคุมโรคดีที่สุดในเอเชีย จนล่าสุดตัวเลขติดเชื้อ ASF ในสุกรลดลงเป็นศูนย์ และมีต่างประเทศเข้ามาศึกษาดูงาน อาทิ ฟิลิปปินส์ ได้เข้ามาศึกษาถึงนโยบายและแนวทางควบคุม ป้องกัน และเฝ้าระวัง ASF ในประเทศไทย เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับมาตรการในประเทศ และไปประยุกต์ใช้ในการป้องกัน ควบคุมโรคของฟิลิปปินส์ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องขอความร่วมมือไปยังเกษตรกร และประชาชนทุกท่าน ในการช่วยกันเป็นหูเป็นตา ร่วมแจ้งเบาะแส หากพบผู้ลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์ผิดกฎหมาย หรือสงสัยพบเห็นการระบาดของโรคต่าง ๆ ในสัตว์ ตลอดจนหากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ หรือสายด่วนของกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ตลอดเวลา

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ได้ปฏิบัติงานตรวจยึดซากสุกรตามพื้นที่แนวตะเข็บชายแดนมาอย่างต่อเนื่อง โดยผลการตรวจยึดซากสุกร 4 ปีที่ผ่านมา (ปี 2562-2565) ตรวจสอบการลักลอบนำเข้าซากสัตว์ 3,516 ครั้ง แจ้งความดำเนินคดี 20 คดี (ร่วมกับศุลกากร 3 คดี) ยึดและดำเนินการทำลายซากสุกร 339,192 กิโลกรัม มูลค่าของกลางกว่า 79 ล้านบาท

สำหรับในปี 2565 ผลการปฏิบัติงานช่วงเดือนมกราคม-เดือนกรกฎาคม 2565 ดำเนินการตรวจสอบการลักลอบนำเข้าจำนวน 2,425 ครั้ง แจ้งความดำเนินคดี 13 คดี (ร่วมกับศุลกากร 3 คดี) ยึดและดำเนินการทำลายซากสุกร 325,027 กิโลกรัม มูลค่าของกลางกว่า 65 ล้านบาท

ด้านมาตรการเพื่อเตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค ASF ในสุกร กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการตามมาตรการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการ ประกอบด้วย 1) มาตรการเตรียมความพร้อม

โดยจัดทำแผนเตรียมความพร้อมเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค และยกระดับแผนเตรียมความพร้อมโรค ASF ในสุกรเป็นวาระแห่งชาติ มีการจัดตั้ง War Room ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค ซ้อมแผนรับมือโรคทุกจังหวัดทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมทางห้องปฏิบัติการในการตรวจวินิจฉัย และร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศ OIE, FAO จัดประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลการเฝ้าระวังและป้องกันโรค

2) มาตรการการป้องกันโรค มีการประกาศระงับการนำเข้าสุกรและผลิตภัณฑ์จากสุกรจากประเทศที่มีการระบาดของโรค บูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน ในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำสุกร ผลิตภัณฑ์สุกรเข้ามาในประเทศ

3) มาตรการการเฝ้าระวังโรค การจัดทำแผนที่ความเสี่ยง (Risk Map) ในการเฝ้าระวังโรค ASF ในสุกร จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ X-Ray เคาะประตูบ้าน เฝ้าระวังทางอาการ ขึ้นทะเบียนและประเมินความเสี่ยงด้วยแอปพลิเคชั่น e-Smart+ พร้อมให้คำแนะนำความรู้เรื่องโรคและการป้องกัน

4) มาตรการลดความเสี่ยงเพื่อป้องกันโรค เกษตรกร หรือเครือข่ายเฝ้าระวัง พบสุกรป่วย/ตายผิดปกติ หรือเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคระบาด ให้แจ้งกรมปสุสัตว์ได้ตลอด 24 ชม.

5) มาตรการการสื่อสารความเสี่ยงและประชาสัมพันธ์ โดยสร้างการรับรู้แก่เกษตรกรและบุคคลทั่วไป ผ่านการใช้สื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่าง ๆ และ 6) ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน

โดยภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการ ร่วมจัดทำแผน เตรียมความพร้อมเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (Contigency Plan จัดทำโรงพ่นยาฆ่าเชื้อทำลายเชื้อโรคที่ด่านชายแดนที่สำคัญ ร่วมสนับสนุนเครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อ และยาฆ่าเชื้อทำลายเชื้อโรค เข้มงวดในการส่งออกสุกร ลดความเสี่ยงจากการส่งออกสุกร โดยรถขนส่งสุกรมีชีวิตที่ใช้ภายในประเทศห้ามไม่ให้ข้ามไปประเทศเพื่อนบ้านที่มีการระบาดของโรค ASF ในสุกร

ในส่วนของโครงการ Sandbox ปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ ได้กำหนดพื้นที่นำร่อง “Pig Sandbox” จังหวัดราชบุรี เป็นโครงการต้นแบบการเลี้ยงสุกร เพื่อส่งเสริม ฟื้นฟูการผลิตสุกร การควบคุมป้องกันการเกิดโรคอหิวาต์แอฟริการในสุกร (ASF) และโรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) ยกระดับการจัดการฟาร์ม ภายใต้มาตรการ 3S คือ SCAN พื้นที่ SCREEN ความเหมาะสม และ SUPPORT การเลี้ยงดู การตลาดและแหล่งทุน