เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
น้ำท่วมลำพูน “ประกันภัยพิบัติ” จ่ายทันที 10,000 บาท 235 ครัวเรือน
Finance น้ำท่วมลำพูน “ประกันภัยพิบัติ” จ่ายทันที 10,000 บาท 235 ครัวเรือน
‘มาครง’ ชี้เหตุกราดยิงชานกรุงปารีส เข้าข่ายก่อการร้าย-เหยียดเชื้อชาติ
World ‘มาครง’ ชี้เหตุกราดยิงชานกรุงปารีส เข้าข่ายก่อการร้าย-เหยียดเชื้อชาติ
CPF ดัน AI เพิ่มมูลค่าพลิกโฉมอุตฯอาหาร
Economic CPF ดัน AI เพิ่มมูลค่าพลิกโฉมอุตฯอาหาร
ผ่างบฯ แบงก์ Q3 9 เดือนกำไร 1.98 แสนล้าน
Finance ผ่างบฯ แบงก์ Q3 9 เดือนกำไร 1.98 แสนล้าน
ดูทั้งหมด

แห่ร่วม “SME ปัง ตังได้คืน” คึก สสว.เดินหน้าเฟส 2 ต่ออีกปี

28 ก.ย. 2565 | 08:41น.
SMEปังตังได้คืน

6 เดือนแรก เอกชน 2 พันราย แห่ร่วม “SME ปัง ตังได้คืน” ลุยต่อเฟส 2 ถึง ก.ย. 66 ตั้งเป้า 6,000 ราย ปรับเกณฑ์ “จดทะเบียนปี’64-ไซซ์ M” ร่วมได้

นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า หลังจากการเปิดตัวโครงการ “SME ปัง ตังได้คืน” โครงการส่งเสริมผู้ประกอบผ่านระบบ BDS หรือ business development service ในช่วง 6 เดือน ใน 3 หมวด คือ

การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ การพัฒนาช่องทางการจำหน่ายการตลาดในประเทศ และการพัฒนาช่องทางการจำหน่ายการตลาดต่างประเทศ มีผู้ประกอบการ SMEs สมัครกว่า 2,000 ราย ได้รับอนุมัติยืนยันตัวตน จัดกลุ่มการอุดหนุน และเตรียมยื่นการพัฒนาแล้วกว่า 600 ราย และมีผู้ประกอบการได้รับอนุมัติข้อเสนอการพัฒนาและอยู่ระหว่างการพัฒนากว่า 300 ราย

โครงการนี้จัดภายใต้แนวคิดช่วยผลักดันให้ SMEsเข้าถึงการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐที่ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนายกระดับศักยภาพในด้านต่าง ๆ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยผู้ประกอบการสามารถเลือกบริการที่ตรงกับความต้องการและเหมาะสมกับธุรกิจ

รวมถึงสามารถเปรียบเทียบราคาบริการ และต่อรองราคาจากหน่วยงานต่าง ๆ บนระบบ BDS ได้ด้วยตนเอง และ สสว.จะช่วยอุดหนุนค่าใช้จ่ายแบบร่วมด้วยช่วยจ่าย (copayment) ในสัดส่วนร้อยละ 50-80 ตามขนาดของธุรกิจ สูงสุดถึงรายละ 200,000 บาท

ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นกลุ่มการค้าส่งและค้าปลีก กลุ่มผลิตอาหารและเครื่องดื่ม ยาและสมุนไพร และกลุ่มท่องเที่ยว นอกจากนี้พบว่าผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติยืนยันตัวตน และจัดกลุ่มการอุดหนุนจำนวน 600 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจขนาดย่อม (SE) มากที่สุด รองลงมาคือกลุ่มธุรกิจรายย่อย (micro SMEs) และกลุ่มธุรกิจขนาดกลาง (SE+)

ซึ่งผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติ 300 ราย ส่วนใหญ่เลือกบริการด้านการยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการ เช่น บริการการจัดทำฉลากโภชนาการ และบริการประเมินอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ โดยสถาบันอาหาร บริการตรวจวิเคราะห์ความปลอดภัยของอาหาร

โดยบริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด, บริการทดสอบผลิตภัณฑ์ เพื่อขอรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) โดยสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์, บริการเตรียมความพร้อมเพื่อขอการรับรองระบบมาตรฐาน ISO 9001 : 2015 ระบบบริหาร คุณภาพ

โดยสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย และบริการในด้านการตลาดมีผู้ประกอบการยื่นข้อเสนอการพัฒนา เข้าร่วมงานแสดงสินค้าและจำหน่ายสินค้า CARE ASIA “Total Solutions for Health & Wellness” เมื่อวันที่ 1-4 ก.ย. 2565 ที่ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนา โดยผ่านสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ

“ผลสรุปวงเงินที่ได้รับอนุมัติไปแล้ว กว่า 20 ล้านบาท เป็นสัดส่วนที่ สสว.ให้การอุดหนุนประมาณ 80% คิดเป็นวงเงินงบประมาณ 15 ล้านบาท คาดว่าผู้ประกอบการ SMEs จะได้ประโยชน์จากการใช้บริการและเกิดผลลัพธ์เป็นมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 30 ล้านบาท

นอกจากผลลัพธ์ในเชิงเศรษฐกิจแล้ว มาตรการ SME ปัง ตังได้คืน จะสร้างให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานผู้ให้บริการทางธุรกิจ เพื่อร่วมกันสร้างโอกาส และร่วมขับเคลื่อนสร้างการเติบโตให้ผู้ประกอบการ SMEs โดยปัจจุบันมีผู้ให้บริการทางธุรกิจซึ่งเป็นส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ที่ขึ้นทะเบียนบนระบบ BDS แล้วกว่า 90 หน่วยงาน และให้บริการขึ้นบนระบบแล้วกว่า 120 บริการ”

“ผลการดำเนินการที่ชัดเจนคือ สิทธิของผู้ประกอบการ SMEs ในการเลือกใช้บริการในแต่ละด้านที่สนใจได้เอง ต่างจากโครงการทั่วไปและการอุดหนุนของ สสว.เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการ SMEs ร่วมจ่าย เขาต้องเลือกสิ่งที่เป็นประโยชน์ ซึ่งก็คือการลงทุน ต่างจากโครงการบางอันที่ผู้ประกอบการ SMEs ไม่ต้องจ่าย

หรือไม่มีความเสี่ยงเลย แปลว่าเขาคงไม่เข้ามาลงทุนในสิ่งที่เขาไม่ต้องการ เพราะฉะนั้นประสิทธิภาพเราเชื่อว่าได้เต็มที่ รวมถึงผู้ประกอบการ SMEs สามารถเลือกผู้ให้บริการได้เองด้วย ข้อดีคือเราสามารถเห็นเรื่องของการพัฒนาว่าไปในทิศทางใด เป็นสิ่งที่ถูกจุดและตรงเป้าหมาย”

นายวีระพงศ์กล่าวต่อว่า จากนี้ สสว.ยังคงเดินหน้าในเฟสที่ 2 ไปถึงสิ้นเดือนกันยายน 2566 ตั้งเป้าหมาย 6,000 ราย เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถยื่นข้อเสนอการพัฒนา ถึง 31 ส.ค. 2566

โดย สสว.นำข้อคิดเห็นจากผู้ประกอบการมาปรับปรุง เพราะทราบว่ามีผู้ประกอบการต้องการเข้าร่วมมาตรการอีกจำนวนมาก รวมทั้งจะเร่งสร้างเครือข่ายผู้ให้บริการธุรกิจ และเพิ่มบริการใหม่ ๆ ให้มากขึ้น เช่น บริการ โรงงานต้นแบบ (prototype plant) จากอุทยานวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศ

เพื่อเพิ่มศักยภาพและโอกาสการประกอบธุรกิจ กลุ่ม micro SMEs จะสามารถเข้าไปใช้ในการผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานในราคาต้นทุนการดำเนินงานไม่สูง กลุ่ม SE และ SE+ สามารถใช้บริการทดลองเพื่อผลิตสินค้าหรือใช้บริการเครื่องจักร หรือเทคโนโลยีระดับสูงเพื่อทดสอบการผลิตสินค้าที่มีมูลค่าและมาตรฐานสูงได้

นอกจากนี้ สสว.ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้าถึงผู้ประกอบการมากขึ้น เช่น จะเปิดให้ SMEs ที่เพิ่งเริ่มดำเนินธุรกิจในปี 2564 สามารถขอรับบริการได้ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่มีรายได้ไม่เกิน 1,800,000 บาท สามารถขอรับบริการได้โดยแนบเอกสารรายรับ รายจ่าย

และเอกสารการยืนยันสถานะการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ รวมไปถึงการเพิ่มผู้ประกอบการกลุ่ม ME ที่มีรายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาท ให้สามารถรับบริการได้ และจะได้รับวงเงินช่วยเหลืออุดหนุนเท่ากับกลุ่ม SE+ คือ ได้รับการอุดหนุนงบประมาณ ร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 200,000 บาท

“เรื่องเกณฑ์คุณสมบัติที่ขยายให้กว้างขึ้น คือ 1.ผู้ประกอบการ SMEs ที่จดทะเบียนในปี 2563-2564 จะสามารถเข้าร่วมโครงการได้ จากเดิมตอนเริ่มต้นโครงการจะอยู่ที่จดทะเบียนในปี 2562 และ 2.การเพิ่มขนาด SMEs ที่เข้าร่วมโครงการ

จากเดิม เป็น SE+ ตอนนี้ขยายมาที่ขนาด ME ซึ่งความต้องการพัฒนาค่อนข้างต่างกัน โดยธุรกิจขนาด ME ความต้องการอาจเป็นเรื่องมาตรฐาน ISO หรือเรื่องอื่น ๆ ที่สูงขึ้น”

นอกจากนี้ สสว.ปรับปรุงการใช้งานระบบ BDS ให้ง่ายมากขึ้น รวมทั้งปรับปรุงคู่มือ และคลิปสอนการใช้งาน เพื่อสะดวกต่อการขอรับบริการ ช่วยให้เข้าถึงความต้องการของผู้ประกอบการ SMEs ได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากมีผู้ให้บริการที่สอดรับกับความต้องการของท่าน สามารถผ่านมาทาง สสว.ได้ หรือบางทีอาจใช้บริการเรื่องการประเมิน หรือการทำโรงแรมเป็นกรีนโฮเต็ล เป็นสแตนดาร์ดในการให้การรับรอง รวมถึงมาตรฐานสินค้าสีเขียว หรือกรีนโปรดักต์ เป็นต้น

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมมาตรการ ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ส.ค. 2566 ผ่าน https://bds.sme.go.th/ หรือโทร.1301 หรือโทร.0-2038-5858 หรือศูนย์ให้บริการ SMEs ครบวงจร หรือ OSS สสว.ในทุกจังหวัด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SME สสว.