รถไฟจีน-ลาว เตรียมขนผลไม้ไทยผ่านด่านรถไฟโม่ฮานเปิดบริการธันวาคมนี้

รถไฟจีน-ลาว ทุเรียน

อลงกรณ์ เผยเตรียมขนผลไม้ไทยด้วยรถไฟ “จีน-ลาว” หลังจุดตรวจโรคพืช ณ ด่านรถไฟโม่ฮานเปิดบริการธันวาคมนี้

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2565 นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากสํานักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจํากรุงปักกิ่ง และฝ่ายเกษตร ประจําสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว ว่าจุดตรวจสอบและกักกันผลไม้นำเข้า ที่ด่านรถไฟโม่ฮานได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และผ่านการตรวจรับจากศุลกากรคุนหมิงเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอตรวจรับจากกระทรวง GACC ในส่วนกลาง ซึ่งน่าจะดำเนินการแล้วเสร็จทันเวลาที่คณะกรรมการพัฒนาและการปฏิรูปแห่งมณฑลยูนนานกำหนดจัดพิธีเปิดจุดตรวจสอบกักกันผลไม้นำเข้า ด่านรถไฟโม่ฮาน ในวันที่ 3 ธันวาคมนี้ เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 1 ปีของการเปิดเส้นทางรถไฟจีน-ลาว

ทั้งนี้ ถือเป็นข่าวดีของชาวสวนผลไม้ที่จะมีการขนส่งทางรางโดยเส้นทางรถไฟจีน-ลาวจากไทยไปถึงคุนหมิงเปิดบริการขนส่งผลไม้ไทยไปยังตลาดจีนเพิ่มอีกเส้นทางหนึ่ง ซึ่งรายงานล่าสุดยืนยันแล้วว่าจีนจะเปิดจุดตรวจสอบและกักกันพืชที่ด่านรถไฟโม่ฮาน บริเวณพรมแดนจีน-ลาวภายในต้นเดือนธันวาคมนี้ให้ทันพิธีฉลอง 1 ปี การเปิดเส้นทางรถไฟจีน-ลาว วันที่ 3 ธันวาคม 2565

ทั้งนี้ ฟรุตบอร์ดได้มอบหมายฝ่ายเลขาฯ จัดประชุมผู้แทนชาวสวน สหกรณ์ ล้ง สมาคมผลไม้ ผู้ส่งออก และผู้ประกอบการโลจิสติกส์ในเร็ว ๆ นี้เพื่อสร้างความเข้าใจในกฎเกณฑ์และข้อกำหนดต่าง ๆ ในการขนส่งด้วยขบวนรถไฟสายจีน-ลาว

โดยการนำเข้าส่งออกผลไม้ภายใต้พิธีสารผลไม้ระหว่างไทย-จีน จะต้องมีการตรวจโรคพืช (มาตรการ SPS) ที่ด่านนำเข้าส่งออก ดังนั้น แม้ว่าจะมีการส่งออกนำเข้าสินค้าเกษตรอื่น ๆ ของไทยด้วยขบวนรถไฟจีน-ลาว ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการขนส่งผลไม้ไทยไปจีนด้วยขบวนรถไฟสายนี้จากเวียงจันทน์ไปถึงคุนหมิงโดยตรง จึงต้องใช้เวลามากในการขนส่งผลไม้จากเวียงจันทร์ขึ้นรถไฟไปบ่อเตน ยกขึ้นรถบรรทุกรอคิวเข้าจีนที่ด่านโม่ฮาน (ด่านรถบรรทุก) เพราะจุดตรวจโรคพืชของด่านรถไฟโม่ฮานยังไม่เปิดบริการ

“จีนเป็นตลาดหลักของทุเรียนไทย ปี 2564 การส่งออกทุเรียนสดไปจีน จำนวน 875,097 ตัน คิดเป็นมูลค่า 109,205 ล้านบาท ขยายตัว 68.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยผลไม้ไทยสามารถครองตลาดจีนมีมาร์เก็ตแชร์กว่า 40% อันดับ 2 คือชิลี 15% เวียดนาม 6% อยู่อันดับ 3 ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของผลไม้ไทย แม้ต้องเผชิญปัญหามาตรการ Zero Covid ของจีน

ซึ่งกระทบการขนส่งและการส่งออกเป็นระยะ ๆ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แต่รัฐบาล โดยฟรุตบอร์ด กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับเกษตรกรชาวสวน สหกรณ์ผลไม้ สมาคมผลไม้ ผู้ประกอบการล้ง และผู้ส่งออกในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ทำให้ราคาทุเรียนและผลไม้โดยรวมได้ราคาที่ดี และสามารถเพิ่มการส่งออกสร้างรายได้ให้ประเทศของเรามากขึ้น” นายอลงกรณ์กล่าว

Advertisement