ราคาน้ำมันดิบ (12 ม.ค. 66) ปรับเพิ่ม หลังคาดเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว
ราคาน้ำมันดิบ
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังคาดเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว
วันที่ 12 มกราคม 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังตลาดจับตาดูตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ และรายงานผลประกอบการบริษัทต่าง ๆ ที่มีกำหนดประกาศในวันที่ 12 ม.ค. โดยคาดการณ์ว่าตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐจะปรับลดลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อีกทั้งจะฉุดให้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ส่งผลให้เพิ่มความน่าสนใจในการลงทุนเพิ่มขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่น
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 11 ม.ค. 2566 อยู่ที่ 77.41 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +2.29 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 82.67 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +2.57 เหรียญสหรัฐ
บริษัทรถยนต์ออกมาคาดการณ์ว่า ยอดจำหน่ายรถยนต์โดยสารในจีนมีแนวโน้มว่าปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 5 ภายในปีนี้ สะท้อนถึงการเริ่มฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนหลังเปิดประเทศ เป็นปัจจัยหนุนความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มมากขึ้น
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐสิ้นสุดสัปดาห์ ณ วันที่ 6 ม.ค. 66 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 19 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 439.6 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลง 2.2 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นอันดับ 3 นับตั้งแต่เดือน ก.พ. 64
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันเบนซินในอินเดียที่ปรับสูงขึ้นจากกิจกรรมการขับขี่ที่คึกคักขึ้นในช่วงวันหยุดเทศกาล รวมทั้งอุปสงค์ในเวียดนามที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นหลังช่วงเทศกาลวันตรุษจีน
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์ทั่วภูมิภาคปรับตัวสูงขึ้นในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา อีกทั้งปริมาณการส่งออกน้ำมันดีเซลในจีนมีแนวโน้มปรับตัวลดลงก่อนเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน
