ซาบีน่าเปิดมิสชั่น 5 ปี ชูนวัตกรรมต่อยอดชุดชั้นในแบรนด์ไทย

คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

สัญญาณเศรษฐกิจปีนี้ 2566 กลับมาฟื้นตัวอย่างเต็มรูปแบบ จากการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บวกกับกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้สินค้า “ซาบีน่า” แบรนด์ชุดชั้นในสัญชาติไทย สวนกระเเสเศรษฐกิจกลับมาทำยอดขายที่คาดว่าทั้งปีนี้จะเติบโตเป็นประวัติการณ์

ท่ามกลางความท้าทายของธุรกิจ “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ซีอีโอคนใหม่ นางสาวดวงดาว มหะนาวานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชุดชั้นในแบรนด์ “ซาบีน่า”

SABINA MISSION

ที่ผ่านมาธุรกิจเครื่องนุ่งห่ม ถือเป็นธุรกิจดาวน์ไซด์ จากวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมาไม่พอ ขณะนี้ซาบีน่าเผชิญกับต้นทุนค่าไฟ ไม่น้อยกว่า 5% แต่ก็สามารถฝ่าวิกฤตมาได้ ขณะที่ความท้าทายใหม่ที่เกิดขึ้นคือ สิ่งที่คาดเดาไม่ได้ ภัยธรรมชาติ โรคระบาดตรงนี้ส่วนตัวมองว่า ทุกคนเกิดพร้อมกัน แต่ใครที่จะสามารถปรับตัวได้ก่อนกัน

ดังนั้น การสื่อสารให้ถึง บวกกับมีแผนการเติบโตทุกช่องทาง ต้องไปด้วยกัน วันนี้ซาบีน่าพร้อมเปลี่ยนเรือแฟลกชิป เพื่อให้พร้อมออกสู่ทะเลกว้าง ที่ยังคงความเป็นผู้นำสินค้าชุดชั้นในที่เน้นนวัตกรรมไปพร้อมกับความเป็นเเฟชั่น

โดยซาบีน่าได้วางกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในช่วง 5 ปี (2566-2570) ประกอบด้วย 5 ด้าน คือ 1.SABINA promise ความพึงพอใจของลูกค้า 2.data driven organization บริหารงานด้วยนวัตกรรม ใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ 3.sutainable profitability เน้นการทำงานเพื่อสร้างผลกำไรอย่างยั่งยืน

4.lean enterprise ลดความสูญเปล่าที่เกิดขึ้นในทุกขั้นตอนการทำงานในห่วงโซ่อุปทานถึงผู้บริโภค อาทิ การลดจำนวนสโตร์หรือลดจำนวนหน้าร้านเหลือ 526 แห่ง ลดแผนกบัญชีซึ่งในส่วนนี้น่าสนใจว่า ในช่วงที่ผ่านมา จากสถานการณ์โควิด การลดจำนวนสโตร์ที่น้อยลงไม่เป็นอุปสรรค แต่บริษัทกลับเห็นยอดขายเพิ่มขึ้น และ 5.ESG เน้นการดำเนินธุรกิจแบบยั่งยืนทั้งในมุมสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล

ซาบีน่า

ยืนใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ปั๊มยอด

ในช่วงวิกฤตโควิดตลอด 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ใช้เวลาทบทวนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่อผู้คนใช้ชีวิตอยู่บ้านหรือทำงานที่บ้านเป็นส่วนใหญ่ จนรู้สึกเสพติดความสบาย และตามหาความสบายเหมือนไม่ได้สวมใส่บรา บริษัทจึงคิดค้นนวัตกรรมที่ “ซาบีน่า”

ล่าสุด ค้นคว้าและวิจัย จนออกมาเป็น “นวัตกรรม SABINA braless สบายเหมือนไม่ได้ใส่บรา” โดยชู 3 นวัตกรรมหลัก คือ เบา (skin light) นุ่ม (cloud on) และเย็น (air flow)

โดยสินค้าทั้ง 3 นวัตกรรมพร้อมรอการพิสูจน์แล้ววันนี้ ทุกเคาน์เตอร์ซาบีน่า และช่องทาง ซาบีน่า ออนไลน์ ซึ่งนอกจากความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์แล้ว SABINA มั่นใจด้วยว่า ภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้จะสามารถสร้างกระแสตอบรับได้อย่างคึกคักตั้งแต่ต้นปี และจะเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่ตอกย้ำว่า SABINA ยังคงเป็นแบรนด์สินค้าแฟชั่นอันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคได้อย่างเหนียวแน่น

โดยการเปิดตัวสินค้านี้ จะเป็นหนึ่งในแผนกระตุ้นการขายด้วยการเปิดตัวสินค้าคอลเล็กชั่นใหม่ พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ที่จะออนแอร์พร้อมกันทุกช่องทางในวันที่ 25 มกราคม 2566 โดยพรีเซ็นเตอร์หลักยังคงเป็น “ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” นักแสดงสาว ที่มีความสามารถอย่างมาก จุดเด่นของภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ อยู่ที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากข้อมูลเชิงลึก (insight) จากกลุ่มผู้บริโภค

ทั้งนี้ เทรนด์ของชุดชั้นใน ซาบีน่าเนื่องจากมีความโดดเด่นเรื่องแฟชั่น โดยเทรนด์ปัจจุบันจะแสวงหาความสะดวกสบายมากขึ้น โดยผลจากโควิด-19 จะเห็นว่า ผู้คนต้องการความสะดวกสบายในการสวมใส่ ซึ่งในความสบายก็ต้องมาด้วยความสวยงาม ทำให้ทีมออกแบบควบคู่กับดีไซน์แฟชั่น

ขณะที่สีเองก็มีผล โดยสีม่วง ยังเป็นสีที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ ขณะที่แกนกลางของการทำธุรกิจคือการทำสินค้าอย่างยั่งยืน เป็นสินค้าที่ผลิตจากวัตถุดิบยั่งยืน ใช้น้ำน้อย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยวางเป้าหมายภายใน 2025 บริษัทจะเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย SKU (Stock Keeping Unit)

ซาบีน่า

ลงทุนนวัตกรรม 100 ล้าน

การลงทุนใหม่ ๆ ด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีในปีนี้ บริษัทวางเป้าหมายลงทุน 50-100 ล้านบาท เพื่อลงทุนด้านเครื่องจักรที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 10 ปีข้างหน้า รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยมุ่งเน้นการทำงานให้บรรลุเป้าหมายทั้งในเชิงคุณภาพ ซึ่งเป็นวิธีการพัฒนาในระยะยาวและยั่งยืน

ปี’66 จะทำนิวไฮอีกรอบ

สำหรับปี 2566 บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโต เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน โดยรายได้ยอดขายในปีนี้จะสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากก่อนวิกฤตโควิด-19 เมื่อปี 2562 ที่เคยทำไว้ที่ 3,295 ล้านบาท จากปัจจัยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง บวกกับผู้บริโภคมีกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น

รวมถึงการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ ประกอบกับสินค้าซาบีน่ายังอิงกับกำลังซื้อในประเทศเป็นหลัก ส่งผลให้บริษัทได้รับปัจจัยบวกจากสถานการณ์ดังกล่าวอย่างเต็มที่

ปัจจุบันซาบีน่าอยู่อันดับ 2 มาร์เก็ตแชร์ตลาดชุดชั้นใน ซึ่งมีสัดส่วน 12.80% เท่านั้น รองจากเบอร์ 1 เเค่ 5% โดยบริษัทมีรายได้จากช่องทางขาย 3 ช่องทาง

ซาบีน่า

ได้แก่ ช่องทางค้าปลีก ซึ่งมีสัดส่วนเมื่อเทียบกับรายได้มากที่สุดอยู่ที่ 65% ช่องทางออนไลน์ 25% และช่องทางรับจ้างผลิต (OEM) 10% ซึ่งปีนี้ซาบีน่ายังมีแผนเพิ่มสัดส่วนที่ไม่ใช่สินค้าชุดชั้นใน หรือ nonbra 5% โดยเน้นรายได้ผ่านทั้ง 3 ช่องทางดังกล่าว

“เรามั่นใจว่า ผลประกอบการในปีนี้สร้างการเติบโตได้ในทุกช่องทางขาย มากเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะ OEM ที่มีการเติบโตมากกว่าที่ประเมินไว้ 10% ทั้งจากคำสั่งซื้อที่มีเข้ามา และอานิสงส์จากการอ่อนค่าของเงินบาท


ขณะเดียวกัน การควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้ต้นทุนต่ำกว่าที่คาด ทำให้บริษัททำกำไร บวกกับการเติบโตในทุกช่องทางขายทั้งแผนการรุกตลาด ค้าปลีก ช่องทางออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มใหม่ ๆ เช่น TikTok”