3 ฝ่ายร่วมลดฝุ่น PM 2.5 สางปัญหาเผาอ้อยชูเลยโมเดล

เผาไร่อ้อย

จากการรายงานของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์กรมหาชน) หรือ GISDA ในทุก ๆ เช้า ยังคงชี้ชัดว่าปริมาณฝุ่น PM 2.5 และจุดความร้อนทั่วประเทศของไทยยังไม่มีทีท่าที่จะลดลง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ แม้จะฝากความหวังไว้กับพายุฤดูร้อนที่จะหอบหิ้วให้น้ำฝนช่วยลดฝุ่นลงไปบ้างก็ตาม แต่ในที่สุดแล้วก็ต้องยอมรับกันว่า “การเผาไร่ในพื้นที่เกษตร” หนึ่งในสาเหตุใหญ่ที่เพิ่มทั้งความร้อนและฝุ่นยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ชาวไร่อ้อย” กลายเป็นจำเลยของสังคม ไม่อาจเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรแบบนี้ได้ ขณะที่โรงงานน้ำตาลก็ไม่สามารถปฏิเสธการรับซื้ออ้อยเผา จะมีเพียงภาครัฐ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กระทรวงอุตสาหกรรม ผู้ถือกฎหมายเท่านั้นที่ต้องแอ็กชั่นเรื่องนี้โดยเร็ว

เผาเพราะต้นทุนค่าแรงสูง

ในมุมของชาวไร่ นายนราธิป อนันตสุข หัวหน้าสำนักงานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย และหัวหน้าสำนักงานสมาคมชาวไร่อ้อย เขต 7 อธิบายว่า ชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลต่างรับทราบปัญหาที่ต้องส่งอ้อยเผาเข้าหีบในทุก ๆ ปี

แม้ภาครัฐจะขอความร่วมมือให้ทั้งฝั่งชาวไร่หันมาใช้รถตัดอ้อยทดแทน และฝั่งโรงงานน้ำตาลที่ต้องควบคุมการรับซื้ออ้อยเผาให้ได้ แต่ด้วยข้อจำกัด และวิธีการเก็บผลผลิตของแต่ละพื้นที่ย่อมแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการตัดอ้อยสด ก็ยังพบปัญหามีกากใบแห้งปะปนด้วยการใช้วิธีแบบตัดล้ม ส่งผลให้คุณภาพผลผลิตต่อตันอ้อยลดลง

ส่วนการตัดอ้อยด้วยวิธีเผา ปัญหาอย่างที่ทราบกันดีว่า ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ ทั้งควัน ความร้อน ฝุ่น ที่เข้าไปซ้ำเติมก่อให้เกิด PM 2.5 ไม่จบสิ้น แต่หากต้องการให้ลดการเผาอ้อย โรงงานน้ำตาลและชาวไร่ต่างก็ต้องวางแนวทางปฏิบัติร่วมกัน โดยชาวไร่ที่มีความสามารถในการลงทุนและเข้าถึงสินเชื่อที่ทางภาครัฐ หรือสถาบันการเงินสนับสนุน พร้อมที่จะพยายามปรับวิธีการตัดอ้อยโดยใช้เครื่องจักรขนาดเล็ก อย่างเครื่องสางใบ แม้จะเป็นต้นทุนที่ต้องแบกรับ

แต่หากรัฐมีกลไกและเครื่องมือที่ช่วยเหลือได้จริง เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 1% หรือ 0% หรือแม้แต่การปลอดล็อกเงื่อนไขและข้อจำกัดของสินเชื่อให้ง่ายขึ้น มีความยืดหยุ่นในการผ่อนชำระ แนวทางดังกล่าวไม่ยากที่ชาวไร่จะปรับตัวและเปลี่ยนวิธีการตัดอ้อยได้

นราธิป อนันตสุข
นราธิป อนันตสุข

โรงงานห้ามปฏิเสธรับซื้ออ้อยเผา

อีกด้านมีการตั้งคำถามมาตลอดว่า ทำไม? “โรงงานน้ำตาลยังรับซื้ออ้อยเผา” ทั้งที่รู้ว่าอ้อยดังกล่าวมาจากการเผา

แหล่งข่าวจากโรงงานน้ำตาลรายหนึ่ง เปิดเผยถึงสาเหตุดังกล่าวว่า ตามกฎหมายใน พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย นั้น ไม่ได้กำหนดว่าห้ามโรงงานน้ำตาลรับซื้ออ้อยเผา มีข้อห้ามเพียง “ห้ามรับซื้ออ้อยที่ไม่มีคุณภาพ หรืออ้อยที่มีค่าความหวานต่ำกว่า 10 CCS หรืออ้อยบูด
อ้อยเน่า” เท่านั้น

นอกจากนี้ โรงงานน้ำตาลและชาวไร่อ้อยส่วนใหญ่เป็นคู่สัญญากัน มีการตกลงกันที่จะส่งอ้อยเข้าหีบตามโควตาของการแบ่งเขตแต่ละพื้นที่ ดังนั้น จึงเป็นไปได้ยากที่โรงงานจะปฏิเสธการรับซื้ออ้อยเผา

และเมื่อใดที่โรงงานน้ำตาลเกิดปฏิเสธขึ้นมา แน่นอนว่าผลที่เกิดคือ 1.โรงงานน้ำตาลจะไม่มีอ้อยเข้าหีบเพียงพอที่จะผลิตน้ำตาล ตามกำลังการผลิตที่มีอยู่ 2.ชาวไร่อ้อยจะนำส่งอ้อยเข้าหีบไปยังโรงงานน้ำตาลที่รับซื้ออ้อยเผา ซึ่งนั่นอาจเป็นคู่แข่งของโรงงานน้ำตาลของอีกรายนั่นเอง รับรองว่าปีนั้นโรงงานน้ำตาลต้องโกลาหลแน่นอน

จ.เลย รับอ้อยสดได้ 100%

ท่ามกลางความไม่ลงตัวของการแก้ปัญหาฝุ่น เป็นที่น่าสังเกตว่าเหตุใดพื้นที่ จ.เลย จึงสามารถรับอ้อยสดได้ 100% นั่นเพราะโรงงานน้ำตาลในพื้นที่มี 2 แห่ง คือ โรงงานรวมเกษตรกรอุตสาหกรรม (มิตรภูหลวง) ตั้งอยู่ใน ต.โคกขมิ้น อ.วังสะพุง จ.เลย และโรงงานน้ำตาลขอนแก่น (วังสะพุง) อยู่ใน ต.หนองหญ้าปล้อง อ.วังสะพุง จ.เลย กับสมาคมชาวไร้อ้อยที่ราบสูง จ.เลย สำนักงานอุตสาหกรรม และหน่วยงานราชการลงมืออย่างจริงจังในการลดการเผาอ้อย

เริ่มที่การสนับสนุนใช้เครื่องจักรกลการเกษตรที่เหมาะสมในการจัดการไร่ ตั้งแต่กระบวนการเตรียมดิน การปลูกอ้อยร่องกว้าง การมุ่งเน้นระบบชลประทาน การบำรุงรักษาอ้อยเพื่อให้ผลผลิตสูง ตลอดจนการเก็บเกี่ยวผลผลิตโดยใช้เครื่องสางใบ ใช้รถตัดอ้อยสด เก็บใบอ้อย เปลี่ยนใบอ้อยเป็นพลังงานสะอาด สร้างรายได้ ลดการเผาใบอ้อย ลดมลภาวะ ทำให้เกษตรกรชาวไร่มีรายได้สูง พร้อมขยายผลการบริหารจัดการไร่สมัยใหม่เพื่อให้เกิดความยั่งยืน

จี้กระทรวงอุตฯ ออก กม.บังคับ

อย่างไรก็ตาม มีการมองถึงแนวทางแก้ปัญหาที่จะมาเป็นกฎ เพื่อบังคับให้การเผาอ้อยลดลงได้นั้น ทางกระทรวงอุตสาหกรรมจะต้องออกเป็นกฎหมายบังคับ “ห้ามชาวไร่เผาอ้อย ห้ามโรงงานน้ำตาลรับซื้ออ้อยเผา” เพราะการหักเงิน 30 บาทต่อตัน เพื่อไปชดเชยให้กับชาวไร่ที่ตัดอ้อยสดนั้น ยังไม่ใช่ทางที่ถูกต้องและเพียงพอ หากจะจูงใจและชดเชยให้กับชาวไร่มากกว่านี้ต้องหักเงินมากกว่า 100 บาทต่อตัน

นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (คอน.) กล่าวว่า ด้วยตัวเลขอ้อยที่ถูกลักลอบเผาในฤดูการผลิตปี 2565/2566 ที่ยังคงอยู่ในปริมาณสูง จึงได้วางแนวทางบริหารจัดการการแก้ไขปัญหาอ้อยถูกลักลอบเผาให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ด้วยการกำหนดยุทธศาสตร์การบริหารจัดการอุตสาหกรรมอ้อย น้ำตาลทราย และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ปี 2566-2570 ใหม่ในมิติการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร

ภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี
ภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี

ส่งเสริมรับซื้อใบอ้อย ร่วมกับหน่วยงานที่ลดการเผาอ้อยในพื้นที่เผาซ้ำซาก และจัดหาเครื่องสางใบอ้อยมาให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยยืมเพื่อสาง
ใบอ้อย และโรงงานน้ำตาลได้เข้าไปส่งเสริมให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดมากขึ้น

ความพยายามของทั้ง 3 ฝ่าย ชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล และกระทรวงอุตสาหกรรม แต่ละฝ่ายต่างใช้เหตุผลกันคนละข้อมาเพื่อหักล้างผลกระทบที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เพื่อความยืดหยุ่น เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง หรือแม้แต่เพื่อให้เวลาปรับตัว ซึ่งหากกระทรวงสามารถทำตามแนวทางที่กล่าวมาได้จริง ในไม่ช้ามลพิษทางอากาศจะคลี่คลายมากขึ้น