เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม.เสริมคันกั้นน้ำริมเจ้าพระยา เตรียมรับระลอกใหม่ เร่งสำรวจก่อนเคาะเยียวยา
Politics กทม.เสริมคันกั้นน้ำริมเจ้าพระยา เตรียมรับระลอกใหม่ เร่งสำรวจก่อนเคาะเยียวยา
แสนสิริ จัดรถรับ-ส่งประชาชน เส้นรามคำแหง-ร่มเกล้า-ลาดกระบัง
Real Estate แสนสิริ จัดรถรับ-ส่งประชาชน เส้นรามคำแหง-ร่มเกล้า-ลาดกระบัง
ไทยประกันชีวิต ออกมาตรการเร่งด่วนช่วยลูกค้าประสบอุทกภัย ขยายเวลาชำระเบี้ย 60 วัน
Finance ไทยประกันชีวิต ออกมาตรการเร่งด่วนช่วยลูกค้าประสบอุทกภัย ขยายเวลาชำระเบี้ย 60 วัน
เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบายน้ำ 2,500 ลบ.ม./วินาที เตือน 11 จังหวัด-กทม. รับมือ
News เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบายน้ำ 2,500 ลบ.ม./วินาที เตือน 11 จังหวัด-กทม. รับมือ
อสังหา “เหนือ-อีสาน” ฝ่าสต๊อกล้น “เชียงใหม่” แห่จดทรัพย์อิงสิทธิ 500 แปลง
Real Estate อสังหา “เหนือ-อีสาน” ฝ่าสต๊อกล้น “เชียงใหม่” แห่จดทรัพย์อิงสิทธิ 500 แปลง
อนุทิน แจงเงินแจกช่วยน้ำท่วมสะอาด เพราะถุงยังชีพหมด ขออย่าดึง ปชช.เป็นตัวประกัน
Politics อนุทิน แจงเงินแจกช่วยน้ำท่วมสะอาด เพราะถุงยังชีพหมด ขออย่าดึง ปชช.เป็นตัวประกัน
นายกฯ รับจังหวัดน้ำไหลผ่านมีภาวะเสี่ยง ทร.พร้อมหนุน “เรือผลักดัน” อีก 46 ลำ
Politics นายกฯ รับจังหวัดน้ำไหลผ่านมีภาวะเสี่ยง ทร.พร้อมหนุน “เรือผลักดัน” อีก 46 ลำ
ราคาทองวันนี้ (30 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,200 บาท
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ทองคำฟื้นแรง หลังราคาดิ่งหนัก 4% เช้านี้ปรับขึ้น ตลาดลดคาดการณ์ ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ย-บอนด์ยีลด์ย่อ
Finance ทองคำฟื้นแรง หลังราคาดิ่งหนัก 4% เช้านี้ปรับขึ้น ตลาดลดคาดการณ์ ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ย-บอนด์ยีลด์ย่อ
ดูทั้งหมด

จัดซื้อจัดจ้าง SMEs ปั๊มจีดีพีฐานราก 6.1 ล้านล้านบาท

17 ก.ย. 2566 | 10:31น.
จัดซื้อจัดจ้าง SMEs

ธุรกิจเอสเอ็มอีกระดูกสันหลังของประเทศ บอบช้ำจากการเผชิญวิกฤตโควิดยาวนาน 3 ปี เมื่อกำลังจะเริ่มฟื้นต้องมาเผชิญกับปัญหาต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น สภาพเศรษฐกิจกำลังซื้อชะลอตัว ทำให้หลายรายต้องแบกภาระหนี้สิน และยังต้องดูแลแรงงานในภาคธุรกิจอีกหลายล้านคน

รัฐบาลที่ผ่านมาจึงได้ขับเคลื่อนนโยบายที่เรียกว่า “การจัดซื้อจัดจ้างสินค้าจากเอสเอ็มอี” หรือเรียกย่อ ๆ ว่า SMEs-GP เมื่อปี 2563 เพิ่มแต้มต่อให้เข้าถึงตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่มูลค่านับล้านล้านบาท

ด้วยเหตุที่เงื่อนไขการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐที่ทุกคนต่างรู้ว่า ต้องอิงเรื่องราคาต่ำสุดและประโยชน์สูงสุดเป็นเกณฑ์ ทำให้ราคาสินค้าและบริการของเอสเอ็มอีเสียเปรียบและยากจะเข้าถึง แต่หากปล่อยเอสเอ็มอีล้มย่อมกระทบลามไปถึงเศรษฐกิจฐานราก

ส.อ.ท.หนุนอีกทาง

นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากที่ดำเนินโครงการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หรือ SMEs-GP ได้รับความช่วยเหลือทั้งจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

รวมถึงสำนักงบประมาณ ทำให้เอสเอ็มอีสามารถเข้าสู่การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 481,831 ล้านบาท คิดเป็น 41% จากงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างรัฐ 1.16 ล้านล้านบาท

ตาราง ท็อปหน่วยงาน

โดยมี 41,860 หน่วยงานที่มีการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าจากเอสเอ็มอี (ตามกราฟิก) สินค้าหลักที่ได้รับความนิยม คือ บริการเกี่ยวกับก่อสร้าง เครื่องเขียน และอุปกรณ์สำนักงาน ยูนิฟอร์ม และเครื่องมือแพทย์

“เป้าหมายปี 2566 จะผลักดันให้มีการจัดซื้อจัดจ้างโดยเอสเอ็มอีให้ได้เกิน 50% ในสัดส่วนของงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งโดยปกติการจัดซื้อจัดจ้างจะมีเงื่อนไขในการกำหนดราคาที่ถูกที่สุดจึงจะชนะ โครงการนี้ให้แต้มต่อเอสเอ็มอีประมาณ 10% เช่น ราคาสินค้ารายใหญ่เสนอ 100 บาท เอสเอ็มอีเสนอราคา 110 บาท ก็ยังมีโอกาสแข่งขันได้ และหากขึ้นทะเบียน made in Thailand หรือ MIT กับ ส.อ.ท.จะได้แต้มต่อเพิ่มอีก 5% ด้วย”

อภิชิต ประสพรัตน์
อภิชิต ประสพรัตน์

1.5 แสนรายได้ประโยชน์

นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ SMEs-GP ถึง 154,328 ราย และได้รับอนุมัติ 119,086 ราย หากพิจารณาเปรียบเทียบสัดส่วนกับจำนวนเอสเอ็มอีทั้งประเทศที่มี 3,198,484 ราย คิดเป็นผู้สนใจลงทะเบียนเพียง 5% ของเอสเอ็มอีทั้งประเทศ

ซึ่งในกลุ่มนี้เป็น นิติบุคคล 77,354 ราย หรือคิดเป็น 65% บุคคลธรรมดา 39,868 ราย 33.5% และวิสาหกิจชุมชน 1,864 ราย หรือ 1.5%

ทั้งนี้ ธุรกิจที่เข้าร่วมเป็นภาคบริการ 47% ภาคการค้า 42% ภาคการผลิต 10% และภาคธุรกิจเกษตร 2% โดยจะมีทั้งสินค้ากลุ่มก่อสร้าง 40% กลุ่มสินค้า 37% กลุ่มบริการจ้างทำ-เหมา 19% กลุ่มเช่า 3% และจ้างที่ปรึกษา 1%

“สมาพันธ์ขอให้รัฐบาลมุ่งส่งเสริมให้มาตรการ SMEs-GP เป็นมาตรการยั่งยืนที่มุ่งเป้าไม่เป็นโครงการเฉพาะกิจ สร้างการตระหนักรู้ และความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เพิ่มจำนวนมากขึ้นกว่าเดิมในการเข้าไปได้รับสิทธิประโยชน์แต้มต่อ ผ่านช่องทางการประชาสัมพันธ์เชิงรุก”

แสงชัย ธีรกุลวาณิช
แสงชัย ธีรกุลวาณิช

ลดเงื่อนไขชำระเงินให้เร็ว

แนวทางในการส่งเสริมโครงการนี้ ขอให้ปรับเงื่อนไขระยะเวลาชำระเงิน (credit term SMEs) ให้มีระยะสั้น ระบบชำระเงิน e-Payment และคืนค้ำประกันสัญญาที่รวดเร็ว ซึ่งในบางประเภทอย่าง สหรัฐอเมริกามี US Federal Prompt Payment Act (PPA) กำหนดให้หน่วยงานรัฐต้องจ่ายเงินให้แก่คู่สัญญาหลักเอสเอ็มอีภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ได้รับใบแจ้งให้ชำระหนี้ (invoice)

โดยงวดสุดท้ายต้องจ่ายภายใน 30 วัน กำหนดให้การจ่ายเงินของคู่สัญญาหลัก (prime contractor) ไปสู่ผู้รับจ้างช่วง (subcontractor) และผู้ขายสินค้า (suppliers) ในลำดับต่อ ๆ ไปต้องดำเนินการภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้รับชำระจากคู่สัญญาของตนเองในลำดับก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ มีกลไกการติดตามและรายงานผล โดย small business administration (SBA) เป็นหน่วยงานของรัฐบาลกลางทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ให้ SMEs โดยรับปัญหาที่เกิดจากการปฏิบัติตามกฎระเบียบภาครัฐไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และร่วมมือกับผู้ประกอบการ SMEs จัดทำข้อเสนอการปรับปรุงกฎระเบียบของภาครัฐ เพื่อลดภาระให้แก่ SMEs

รวมทั้งติดตามความก้าวหน้าของการผลักดันข้อเสนอ ให้หน่วยงานรัฐแต่ละแห่งนำไปดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม และที่สำคัญมีหน้าที่ต้องรายงานผลการดำเนินงานให้รัฐสภาสหรัฐอเมริกาทราบทุกปี

เพิ่มสัดส่วนจัดจ้าง SMEs 50%

“อยากให้รัฐบาลใหม่พิจารณากำหนดสัดส่วน SMEs-GP ซื้อสินค้าเอสเอ็มอีตามโมเดลที่เคยทำเมื่อปี 2564 ซึ่งกำหนดสัดส่วนการจัดจ้างเอสเอ็มอีไว้ไม่ต่ำกว่า 30% ของการจัดซื้อจัดจ้างแต่ละหน่วยงาน ซึ่งในทางปฏิบัติสามารถทำได้ถึง 44% แต่มาตรการนั้นได้ถูกยกเลิกไป ดังนั้น ควรนำกลับมาแก้ไข ปรับปรุง และกำหนดให้ไม่ต่ำกว่า 50% เพื่อให้เกิดความตื่นตัวทางการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพิ่มแรงกระเพื่อมให้เศรษฐกิจท้องถิ่นและเอสเอ็มอี”

ทั้งนี้ แนวทางการเพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อจัดจ้างเอสเอ็มอีนั้น มีตัวอย่างให้เห็นในหลายประเทศ ที่กำหนดไว้ในอัตราต่าง ๆ กัน เช่น เม็กซิโก กำหนดเป้าไม่น้อยกว่า 50% จีน 30% อินเดีย 25% และสหรัฐอเมริกา 23%

ขณะเดียวกัน ขอให้พัฒนาระบบ digital blockchain SMEs-GP ที่มีระบบบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำ คือกระบวนการจัดทำหลักเกณฑ์และเงื่อนไข (TOR) ให้ความคิดเห็น การประกาศทั้งรูปแบบ on-site และ online วงกว้าง สามารถเข้าถึงได้ ในแต่ละพื้นที่ใช้ AI ช่วย

และให้สามารถติดตามสถานะกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในรูปแบบบ digital footprint SMEs-GP ทั้งระบบเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ป้องปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

“ที่สำคัญต้องมีการวางระบบตรวจสอบนอมินีแฝงจากบริษัทใหญ่แตกเป็นบริษัทเล็ก ซึ่งต้องเข้าระบบ มีฐานข้อมูลรายได้ของผู้ประกอบการทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ว่ามีการจดทะเบียนใหม่จากหุ้นส่วนเชื่อมโยงรายใหญ่หรือไม่ เพราะจะทำให้มาตรการดังกล่าวไม่ตรงตามเป้าหมายที่ต้องการช่วยรายย่อย”

กลไกขับเคลื่อนจีดีพี SMEs

ที่ผ่านมามาตรการ SMEs-GP เป็นกลไกสำคัญในการกระจายโอกาสและกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและท้องถิ่น เพื่อให้เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ทำให้จีดีพีเอสเอ็มอี ปี 2565 มีมูลค่า 6.1 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 35% ของจีดีพีทั้งประเทศ ที่มูลค่า 17.3 ล้านล้านบาท

โดยเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ยังพึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศ ส่วนเอสเอ็มอีที่เป็นผู้ส่งออก มีเพียงราว 22,000 ราย มูลค่าการส่งออกปี 2565 เพียง 1.09 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 13.5% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ซึ่งสถานการณ์ส่งออกไทยยังมีปัจจัยลบมาตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน จึงทำให้ต้องพึ่งพาตลาดในประเทศเป็นหลักต่อไป

โครงสร้าง GDP SMEs ไทยมีสัดส่วนภาคการบริการ 43.6% ภาคการผลิต 35.4% ภาคการค้า 20.5% และภาคธุรกิจเกษตร 0.5% ขณะที่ รายย่อยที่เป็นบุคคลธรรมดามีมากถึง 2.742,416 ราย คิดเป็นสัดส่วน GDP เพียง 3% หรือ 449,046 ล้านบาทเท่านั้น

“มาตรการ SMEs-GP จึงควรให้โอกาสดึงดูดรายย่อยเข้ามาให้ได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น เพื่อการกระจายรายได้ให้ท้องถิ่นฟื้นตัว และจูงใจเข้าสู่ระบบการพัฒนาผู้ประกอบการของภาครัฐให้ลดความเหลื่อมล้ำ เพราะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีคือกระดูกสันหลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) โควิด-19