เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

สงครามอิสราเอล ยังไม่กระทบราคานำเข้า “ปุ๋ย-ยาปราบศัตรูพืช-วัตถุดิบอาหารสัตว์”

21 ต.ค. 2566 | 10:29น.
ร.ต.จักรา ยอดมณี

ร.ต.จักรา ยอดมณี

กรมการค้าภายใน ระบุ สงครามอิสราเอล ยังไม่กระทบราคา “ปุ๋ย-ยาปราบศัตรูพืช-วัตถุดิบอาหารสัตว์” ยังทรงตัว พร้อมจับตาอย่างใกล้ชิด ล่าสุด สต๊อกปุ๋ยคงเหลือ 0.83 ล้านตัน  ส่วนโครงการเชื่อมโยงขายปุ๋ยราคาถูกให้เกษตรกร ล่าสุด สั่งซื้อแล้ว 5.81 แสนกระสอบ

วันที่ 21 ตุลาคม 2566 ร.ต.จักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า สำหรับผลกระทบต่อราคาสินค้า กรณีการสู้รบระหว่างอิสราเอลและฮามาส กรมฯได้ติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะราคาน้ำมันและวัตถุดิบอาหารสัตว์ ขณะนี้ น้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตสินค้าและการขนส่งราคายังทรงตัว ยังไม่ได้ปรับสูงขึ้นและยังคงต่ำกว่าปี 2565 ซึ่งราคาขึ้นไปแตะ100 เหรียญสหรัฐ/บาเรล จึงยังไม่มีสัญญาณว่าสถานการณ์ดังกล่าว จะส่งผลกระทบทำให้ราคาสินค้าในประเทศปรับสูงขึ้น

โดยที่ผ่านมากรมฯได้ประสานกับกระทรวงพลังงานเพื่อติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังมีการจับตาราคาต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบสำคัญหลายรายการ โดยเฉพาะ ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช รวมทั้งราคาวัตถุดิบที่นำมาผลิตอาหารสัตว์เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เนื่องจากไทยผลิตเองได้บางส่วน และบางส่วนต้องนำเข้าจากต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม สงครามอิสราเอล-ฮามาส ครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าไม่มากเท่ากับกรณีสงครามรัสเซียยูเครน เนื่องจาก อิสราเอล และฮามาส ไม่ใช่ผู้ผลิตสินค้าเกษตร และปุ๋ยรายสำคัญของโลก หากจะกระทบก็เพียงปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันเท่านั้น

สำหรับกาติดตามสถานการณ์การนำเข้าปุ๋ยเคมี ในช่วง 8 เดือนปี 2566 มีปริมาณ 3.44 ล้านตัน ใกล้เคียงกับการนำเข้าของปีที่แล้ว และสต๊อกคงเหลือในประเทศยังมีมีสูงถึง 0.83 ล้านตัน ถือว่าเพียงพอต่อความต้องการใช้ และไม่มีปัญหาขาดแคลน แม้ว่าขณะนี้ราคาน้ำมันตลาดโลก และก๊าซธรรมชาติ จะเริ่มปรับตัวสูงขึ้น แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ก็ยังต่ำกว่า ทำให้ผลกระทบด้านราคา มีไม่มาก

โดยราคาจำหน่ายปุ๋ยเคมีในปัจจุบัน ทรงตัวมานานแล้ว และยังถูกกว่าช่วงที่เคยขึ้นไปสูงสุดเมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว โดยปุ๋ยยูเรีย ลดลง 46% ปุ๋ยฟอสเฟต ลด 39% ปุ๋ยโพรแทส ลด 42% ปุ๋ยสูตร 21 0 0 ลด 49% สูตร 15 15 15 ลด 32% สูตร 16 20 0 ลด 26%

ทั้งนี้ เพื่อช่วยลดต้นทุนการซื้อปุ๋ยเคมีให้กับเกษตรกร กรมได้มีโครงการเชื่อมโยงปุ๋ยราคาถูกให้แก่เกษตรกรผ่านสถาบันเกษตรกร โดยได้ร่วมมือกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมส่งเสริมการเกษตร เชื่อมโยงปุ๋ยจากโรงงานผู้ผลิต ผู้นำเข้า 26 ราย ผ่านความร่วมมือจากสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย

และสมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย ให้ส่วนลดซื้อปุ๋ยทั้งหมด 64 สูตร จำนวน 144 รายการ รวมปริมาณ 3.04 ล้านกระสอบ โดยตั้งแต่ 1-18 ต.ค.2566 มีสถาบันเกษตรกรสั่งซื้อปุ๋ยแล้ว 80 แห่ง ปริมาณ 581,100 กระสอบ คิดเป็น 19% ของปริมาณปุ๋ยที่เข้าร่วมโครงการ มีมูลค่าส่วนลด 12 ล้านบาท

โดยรายละเอียดปุ๋ยที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ปุ๋ยข้าว สูตร 46-0-0 จำนวน 406,000 กระสอบ ปุ๋ยฟอสเฟส สูตร 18-46-0 จำนวน 34,000 กระสอบ ปุ๋ยใช้ผสมปาล์ม สูตร 0-0-60 จำนวน 94,000 กระสอบ ปุ๋ยปาล์ม สูตร 21-0-0 จำนวน 30,000 กระสอบ ปุ๋ยนาข้าว พืชไร สูตร 16-20-0 จำนวน 320,000 กระสอบ ปุ๋ยนาข้าว พืชไร่ สูตร 15-15-15 จำนวน 318,800 กระสอบ

ปุ๋ยอินทรีย์เคมี พืชทุกชนิด จำนวน 300,000 กระสอบ ปุ๋ยพืชสวน สูตร 25-7-7 , 13-13-21 , 8-24-24 , 16-16-16 , 15-7-18 , 15-4-25 , 22-7-18 และ 20-8-20 ใช้กับมะพร้าว มะนาว ไม้ผล จำนวน 244,000 กระสอบ และสูตรอื่น ๆ ใช้กับพืชทุกชนิด 1,291,800 กระสอบ โดยมีการสั่งซื้อไปแล้ว 581,100 กระสอบ คงเหลือ 2.46 ล้านสอบ หรือ 81% ของปริมาณที่เข้าร่วมโครงการ

ทั้งนี้ เกษตรกรที่ปลูกข้าว พืชไร่ พืชสวน ที่สนใจสั่งซื้อปุ๋ยราคาถูก สามารถติดต่อสั่งซื้อกับสถาบันเกษตรกรที่ตนเป็นสมาชิก และสถาบันเกษตรกรจะเป็นผู้รวบรวมยอดการสั่งซื้อ แล้วแจ้งไปยังสำนักงานสหกรณ์จังหวัด สำนักงานสหกรณ์อำเภอ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดในแต่ละพื้นที่

จากนั้นจะเป็นขั้นตอนการประสานงานระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมการค้าภายใน และสมาคมปุ๋ยที่เกี่ยวข้อง ที่จะจัดจำหน่ายปุ๋ยให้ตามที่สั่งซื้อต่อไป ส่วนสถาบันเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือกรณีไม่สามารถจัดหารถบรรทุกไปรับปุ๋ยจากหน้าโรงงานได้ กรมได้ประสานสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย ให้เข้ามาช่วยเหลือด้านการขนส่งและคิดราคาพิเศษให้แก่เกษตรกรแล้ว