เปิด 7 เทรนด์ธุรกิจอาหารในเกาหลีใต้ ปี 2567 โอกาสผู้ส่งออกไทย

อาหารเกาหลี

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยแนวโน้มธุรกิจอาหารของเกาหลีใต้ปี 2567 มี 7 เทรนด์ที่น่าจับตา แนะผู้ประกอบการไทยศึกษาและนำมาปรับใช้ โอกาสในการเข้าสู่ตลาดของผู้ประกอบการไทย

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้รับรายงานจากนางสาวชนัญญา พรรณรักษา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล เกาหลีใต้ ถึง 7 เทรนด์ในธุรกิจอาหารของเกาหลีใต้ที่น่าจับตามองในปี 2567 และโอกาสในการเข้าสู่ตลาดของผู้ประกอบการไทย

เปิด 7 เทรนด์อาหาร

โดยทูตพาณิชย์ได้รายงานว่า 7 เทรนด์อาหารที่น่าจับตามอง ได้แก่

1.เทรนด์ระมัดระวังในการใช้จ่าย ที่เป็นผลจากการสูงขึ้นของเงินเฟ้อ ทำให้ผู้บริโภคซื้อชุดอาหารจากร้านสะดวกซื้อ หรือทำข้าวกล่องมารับประทาน ส่วนการสั่งอาหารก็ไปรับเองแทนการส่ง นิยมสินค้า Private Band (PB) มากขึ้น แม้ลักษณะภายนอกไม่สวยงามเท่ากับสินค้าคุณภาพจากฟาร์ม แต่ด้วยรสชาติที่ใกล้เคียงและราคาถูกกว่าจึงเป็นที่นิยมมากขึ้น

2.เทรนด์รสชาติใหม่ที่น่าสนใจและการสร้างประสบการณ์และเผยแพร่บนช่องทางออนไลน์ เมื่อบริโภคแล้วมักจะมีการแบ่งปันประสบการณ์ ชี้พิกัดร้านค้า โดยเทรนด์ที่กำลังนิยม เช่น ผลไม้เคลือบน้ำตาล (Tanghulu) และคุกกี้เกาหลียักกวา (Yakgwa) รวมถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีรสชาติเผ็ดมากยิ่งขึ้น และยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น ขนมขบเคี้ยว ชุดอาหารพร้อมปรุง และร้านอาหารแฮมเบอร์เกอร์ชนิดแฟรนไชส์ในรสชาติเผ็ด

3.เทรนด์อาหารทานเล่นในอดีตถูกนำมาปรับให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ (Retro for MZ Generation) ซึ่งนอกจากเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่แล้ว ยังต้องการดึงดูดความสนใจจากผู้ใหญ่ที่เคยมีโอกาสรับประทานด้วย

4.เทรนด์ Loconomy การสนับสนุนเศรษฐกิจในท้องถิ่น ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเฉพาะจากแต่ละภูมิภาค เช่น สินค้าเกษตร และยังให้ความสำคัญกับการปกป้องสิ่งแวดล้อม และ ESG มากขึ้น ซึ่งล่าสุดได้มีการนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาทำอาหารทานเล่น “ต็อก” หรือขนมเค้กข้าว โดยใช้ข้าวจากเมืองอิกซาน หรือ McDonald’s Korea ที่เปิดตัวเบอร์เกอร์และเครื่องดื่มโดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ได้แก่ น้ำส้มจากส้มฮัลลาบงของเกาะเจจู และเบอร์เกอร์ไก่กระเทียม ซึ่งนำกระเทียมมาจากเมืองชางนยอง (Changnyeong) เป็นต้น

5.เทรนด์สูตรอาหารและเครื่องดื่มเฉพาะบุคคล (Customizing Recipe) มีการใช้แนวทางดังกล่าวในหลายเมนู อาหารที่นิยม เช่น แซนด์วิช ชาบูหมาล่า และคิมบับ ที่ผู้บริโภคเลือกวัตถุดิบตามความชอบส่วนตัวได้ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่นิยมผสมตามความชอบส่วนตัว ได้แก่ วิสกี้ไฮบอล และโทนิควอเตอร์

6.เทรนด์ Healthy Pleasure เป็นการเลือกรับประทานอาหารที่มีแคลลอรีต่ำ แต่ยังคงความอร่อยเหมือนเดิม เช่น เครื่องดื่มไร้น้ำตาล อาหารที่เน้นโปรตีน

7.เทรนด์การบริการแบบไร้พนักงาน ร้านอาหารและร้านค้าต่าง ๆ ได้นำระบบการบริการแบบไร้พนักงาน โดยใช้หุ่นยนต์หรือเครื่องให้บริการอัตโนมัติแทนมากขึ้น เนื่องจากเงินเดือนขั้นต่ำของแรงงานได้เพิ่มขึ้นและสถานการณ์ขาดแคลนแรงงาน

“จากเทรนด์การบริโภคทั้ง 7 เทรนด์ข้างต้น ถือเป็นแนวโน้มการบริโภคในปี 2567 ผู้ประกอบการไทยที่สนใจจะบุกเจาะตลาดเกาหลีใต้ต้องติดตามแนวโน้มของสังคม ลักษณะประชากร และความชอบของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อจะได้สามารถรองรับและผลิตสินค้าที่อยู่ในความสนใจของผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการขยายความหลากหลายของสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ใหญ่จนถึงกลุ่มผู้บริโภค Gen MZ หรือกลุ่ม Gen Millenials หรือ Gen Y จะช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออกได้มากขึ้น” นายภูสิตกล่าว


สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร. 1169