ราคาน้ำมันดิบ (5 เม.ย. 67) ปรับเพิ่ม หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังตึงเครียด
ราคาน้ำมันดิบ
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด
วันที่ 5 เมษายน 2567 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่านปรับเพิ่มสูงขึ้น ภายหลังอิสราเอลยกระดับการรักษาความปลอดภัยของระบบสกัดขีปนาวุธต่าง ๆ ประกอบกับการเรียกระดมกำลังพลสำรองเพื่อรับมือกับมาตรการตอบโต้ทางการทหารจากอิหร่าน
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 4 เม.ย. 2567 อยู่ที่ 86.59 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.16 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 90.65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.30 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคยุโรปตะวันออกยังเป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนราคาน้ำมัน ภายหลังรัฐมนตรีของสหรัฐ กล่าวในที่ประชุมองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ว่า ชาติพันธมิตรยังคงสนับสนุนการเข้าร่วมเป็นสมาชิก NATO ของยูเครนอย่างเต็มที่ นอกจากนี้เลขาฯ NATO ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สหรัฐและชาติสมาชิกในยุโรปต้องร่วมมือกันเพื่อความแข็งแกร่งของชาติสมาชิกและความปลอดภัยภายในภูมิภาค
ตลาดจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ (Nonfarm Payrolls) เดือน มี.ค. 67 ซึ่งจะเปิดเผยในวันที่ 5 เม.ย. 67 ซึ่งตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 212,000 ตำแหน่ง ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 275,000 ตำแหน่ง โดยตัวเลขทางเศรษฐกิจนี้เป็นหนึ่งในตัวเลขที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ใช้ตัดสินใจในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับลดลงสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ แม้ตัวเลขน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 29 มี.ค. 67 ปรับตัวลดลงกว่า 4.25 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 227.8 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปทานน้ำมันดีเซลมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น จากการที่โรงกลั่นดันโกเตของไนจีเรียนำน้ำมันดีเซลออกขายสู่ตลาดนับตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. 67 ที่ผ่านมา
