บอร์ดอีสท์วอเตอร์ เคาะแผนการรื้อถอนคืนกรมธนารักษ์ ภายใน พ.ค. 2567

อีสท์ วอเตอร์

บอร์ดอีสท์วอเตอร์ เคาะ แผนการรื้อถอนทรัพย์สินออกจากที่ดินราชพัสดุที่กรมธนารักษ์ ขีดเส้น พฤษภาคม 2567แจ้งขั้นตอนและระยะเวลาการรื้อถอนทรัพย์สิน เพื่อส่งมอบคืนกรมธนารักษ์ ย้ำต้องไม่กระทบต่อการสูบส่งน้ำให้แก่ผู้ใช้น้ำ-เศรษฐกิจประเทศ

วันที่ 11 เมษายน 2567 นายสมบัติ อยู่สามารถ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) ได้ทำหนังสือแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันที่ 11 เมษายน 2567 เรื่องการปฏิบัติตามคำสั่งของกรมธนารักษ์ และแจ้งแผนการรื้อถอนทรัพย์สินออกจากที่ดินราชพัสดุที่กรมธนารักษ์ เรียกคืนพื้นที่

โดยระบุว่า ตามที่ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ได้รับหนังสือจากกรมธนารักษ์ ลงวันที่ 12 มีนาคม 2567 แจ้งการยกเลิกการให้ใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุ เนื้อที่ประมาณ 43-21 ไร่ รวมทั้งยกเลิกการให้สิทธิใช้ประโยชน์ในพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่ทับช้อน และทรัพย์สินอื่น ๆ ของโครงการท่อส่งน้ำหนองปลาไหล-หนองค้อ และโครงการท่อส่งน้ำหนองค้อ-แหลมฉบัง (ระยะที่ 2)

ซึ่งบริษัทได้ส่งมอบทรัพย์สินเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2566 โดยกรมธนารักษ์แจ้งให้บริษัทดำเนินการส่งมอบที่ดินดังกล่าว และรื้อถอนทรัพย์สินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ยกเว้นส่วนควบ ระบบท่อของกระทรวงการคลัง พร้อมทั้งขนย้ายบริวารออกจากพื้นที่ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือดังกล่าว นั้น

บริษัทได้ส่งหนังสือขี้แจงและเข้าหารือกับกรมธนารักษ์อย่างต่อเนื่องก่อนวันครบกำหนด เนื่องจากการรื้อถอนทรัพย์สินเพื่อส่งมอบคืนพื้นที่ดังกล่าว เป็นการดำเนินการที่กระทบต่อผู้ใช้น้ำในวงกว้าง จึงต้องพิจารณาด้วยความระมัดระวังและวางแผนอย่างรอบคอบ

Advertisment

อย่างไรก็ดี บริษัทมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ คำสั่งของภาครัฐ

ดังนั้น คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติให้ฝ่ายบริหารจัดทำแผนงานภายในเดือนพฤษภาคม 2567 เพื่อแจ้งขั้นตอนและระยะเวลาการรื้อถอนทรัพย์สิน ที่จะทำให้การส่งมอบคืนพื้นที่ให้แก่กรมธนารักษ์ไม่กระทบต่อการสูบส่งน้ำให้แก่ผู้ใช้น้ำของบริษัท ตลอดจนเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ซึ่งเป็นเจตนารมณ์เดียวกับกรมธนารักษ์

ดังนั้น บริษัทจึงคาดว่าการจัดทำแผนขั้นตอนการรื้อถอนทรัพย์สิน และเตรียมการส่งมอบคืนพื้นที่และทรัพย์สินอื่น ๆ ดังกล่าว จะไม่กระทบต่อรายได้หลักของบริษัท

อย่างไรก็ตาม อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งโดยตรงจากการดำเนินการดังกล่าว ตลอดจนต้นทุนจากการนำน้ำดิบจากแหล่งอื่นที่ไกลขึ้นมาทดแทน ตามแผนงาน บริหารจัดการแหล่งน้ำของบริษัทที่อาจจะปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ต่อไป

Advertisment