เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นับถอยหลังพืชสวนโลกอุดรฯ ยกระดับเมืองศูนย์กลางท่องเที่ยวอีสาน
Economic นับถอยหลังพืชสวนโลกอุดรฯ ยกระดับเมืองศูนย์กลางท่องเที่ยวอีสาน
MGI 2026 รายงานตัวเข้ากองคึกคัก “บอสณวัฒน์” เตรียมพาสัมผัสวิถีไทย   
Biz Movement MGI 2026 รายงานตัวเข้ากองคึกคัก “บอสณวัฒน์” เตรียมพาสัมผัสวิถีไทย   
9 ปี SILPIN เล่าซอฟต์พาวเวอร์เกษตรไทยด้วยรสและกลิ่น
Biz Movement 9 ปี SILPIN เล่าซอฟต์พาวเวอร์เกษตรไทยด้วยรสและกลิ่น
เร่งรัฐปลดล็อกการค้า หนุนทุนไทยไปนอก-เจาะตลาดส่งออกใหม่
Economic เร่งรัฐปลดล็อกการค้า หนุนทุนไทยไปนอก-เจาะตลาดส่งออกใหม่
รฟม.เร่งแก้ไขกระแสไฟฟ้าลัดวงจร MRT สายสีน้ำเงิน หยุดบริการบางสถานี ประสานขสมก.จัดรถรับส่งผู้โดยสาร
Economic รฟม.เร่งแก้ไขกระแสไฟฟ้าลัดวงจร MRT สายสีน้ำเงิน หยุดบริการบางสถานี ประสานขสมก.จัดรถรับส่งผู้โดยสาร
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานสัมภาษณ์ที่มาชุดพิธีการทีมชาติไทยในเอเชียนเกมส์
Biz Movement เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานสัมภาษณ์ที่มาชุดพิธีการทีมชาติไทยในเอเชียนเกมส์
‘แสนสิริ’ ยึดหัวหาด ‘กรุงเทพกรีฑา’ ปั้น 2 คอมมิวนิตี้ตอบโจทย์ Well Living
Real Estate ‘แสนสิริ’ ยึดหัวหาด ‘กรุงเทพกรีฑา’ ปั้น 2 คอมมิวนิตี้ตอบโจทย์ Well Living
มช.สู้ฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือ เปิดตัวโดรนลุยพิกัดไฟป่า
Economic มช.สู้ฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือ เปิดตัวโดรนลุยพิกัดไฟป่า
ระทึกไฟไหม้รางรถไฟฟ้า MRT สถานีเตาปูน
News ระทึกไฟไหม้รางรถไฟฟ้า MRT สถานีเตาปูน
Bangkok Flower Festival 2026 ปลุกสีสัน “ปากคลองตลาด” ผ่านดอกไม้ ศิลปะ และไลฟ์สไตล์
Biz Movement Bangkok Flower Festival 2026 ปลุกสีสัน “ปากคลองตลาด” ผ่านดอกไม้ ศิลปะ และไลฟ์สไตล์
ดูทั้งหมด

ไทยส่งออกอาหารสุนัข-แมวขึ้นแท่นเบอร์ 2 ของโลก ด้วยมูลค่าสูงสุด

17 ก.ย. 2568 | 11:08น.
ไทยส่งออกอาหารสุนัข-แมวขึ้นแท่นเบอร์ 2 ของโลก ด้วยมูลค่าสูงสุด

สนค.เผยไทยส่งออกอาหารสุนัขและแมวขึ้นแท่นเบอร์ 2 ของโลก แถมขยายตลาดได้กว้างขึ้น ด้วยจุดเด่นและมีภาพลักษณ์ที่ดีในด้านคุณภาพและมาตรฐานสินค้าอาหาร ซึ่งรวมถึงอาหารสัตว์เลี้ยงด้วย โดยการส่งออกสินค้าอาหารสุนัขและแมวของไทยในปี 2567 มีมูลค่า 2,677.03 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 29%

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า สถานการณ์การค้าสินค้าอาหารสุนัขและแมว (พิกัดศุลกากร 230910) ของโลกและไทย โดยในปี 2567 ไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารสุนัขและแมว อันดับที่ 2 ของโลก ด้วยมูลค่า 2,677.03 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 29 เทียบกับปีก่อนหน้า และมีสัดส่วนร้อยละ 10 ของมูลค่าส่งออกอาหารสุนัขและแมวของทั้งโลก ตามหลังเยอรมนี ที่ครองอันดับที่ 1 มาหลายปี โดยเยอรมนีส่งออกเป็นมูลค่า 3,282.69 ล้านเหรียญสหรัฐ (สัดส่วนร้อยละ 12.3 ของมูลค่าส่งออกรวมของโลก)

พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์
พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์

สำหรับประเทศผู้ส่งออกสำคัญอื่น ๆ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา (มูลค่าการส่งออก 2,520.71 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 9.4) โปแลนด์ (มูลค่าการส่งออก 2,408.40 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 9.0) และฝรั่งเศส (มูลค่าการส่งออก 2,307.87 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 8.6)

ในช่วงปีที่ผ่านมา ตลาดอาหารสุนัขและแมวทั่วโลกคึกคักเป็นอย่างมาก โดยในปี 2567 มูลค่าการนำเข้ารวมของโลกสูงถึง 26,466.28 ล้านเหรียญสหรัฐ ประเทศผู้นำเข้าสำคัญ 5 อันดับแรก คือ เยอรมนี มีมูลค่าการนำเข้า 2,435.16 ล้านเหรียญสหรัฐ (สัดส่วนร้อยละ 9.2 ของมูลค่านำเข้ารวมของโลก) รองลงมา คือ สหรัฐ (มูลค่าการนำเข้า 2,215.51 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 8.4) สหราชอาณาจักร (มูลค่าการนำเข้า 1,762.27 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 6.7) โปแลนด์ (มูลค่าการนำเข้า 1,530.44 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 5.8) และแคนาดา (มูลค่าการนำเข้า 1,379.63 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 5.2)

ศักยภาพการแข่งขันของไทยในสินค้าอาหารสุนัขและแมว ขณะนี้ถือได้ว่ามีเสถียรภาพและมีโอกาสเติบโตได้ต่อเนื่องและในหลากหลายตลาด เนื่องจากประเทศไทยมีจุดเด่นและมีภาพลักษณ์ที่ดีในด้านคุณภาพและมาตรฐานสินค้าอาหาร ซึ่งรวมถึงอาหารสัตว์เลี้ยงด้วย โดยการส่งออกสินค้าอาหารสุนัขและแมวของไทยในปี 2567 มีมูลค่า 2,677.03 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 29 เทียบกับปีก่อนหน้า ขยายตัวดีทั้งในตลาดหลักที่ไทยมีสัดส่วนการส่งออกสูง อาทิ

สหรัฐ (สัดส่วนร้อยละ 32.4 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทย) ซึ่งการส่งออกไปสหรัฐ มีมูลค่า 868.40 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 47 ตลาดสำคัญรองลงมา ได้แก่ ญี่ปุ่น (มูลค่าการส่งออก 329.37 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 12.3 ขยายตัวร้อยละ 0) ออสเตรเลีย (มูลค่าการส่งออก 167.21 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 6.2 ขยายตัวร้อยละ 45)

อิตาลี (มูลค่าการส่งออก 164.94 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 6.2 ขยายตัวร้อยละ 34) และมาเลเซีย (มูลค่าการส่งออก 138.18 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 5.2 ขยายตัวร้อยละ 8) ทั้งนี้ การส่งออกอาหารสุนัขและแมวจากไทยไป 5 ตลาดอันดับแรกดังกล่าว มีสัดส่วนรวมกันถึงร้อยละ 62.3 ของมูลค่าการส่งออกอาหารสุนัขและแมวจากไทยไปโลก

สำหรับตลาดสหภาพยุโรป (อียู) การส่งออกของไทยในปี 2567 เทียบกับปี 2566 ขยายตัวร้อยละ 47
ด้วยมูลค่า 349.58 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีตลาดสำคัญในแถบนี้ อาทิ อิตาลี (มูลค่าการส่งออก 164.94 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 34) เยอรมนี (มูลค่าการส่งออก 105.24 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 71) เบลเยียม (มูลค่าการส่งออก 35.51 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 92) ฝรั่งเศส (มูลค่าการส่งออก 19.11 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 16) และเนเธอร์แลนด์ (มูลค่าการส่งออก 10.30 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 20)

ในส่วนของตลาดเอเชีย ได้แก่ ตลาดอาเซียน ยังเติบโตต่อเนื่อง อาทิ มาเลเซีย (มูลค่าการส่งออก 138.18 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 8) ฟิลิปปินส์ (มูลค่าการส่งออก 111.25 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 13) อินโดนีเซีย (มูลค่าการส่งออก 66.49 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 9) เวียดนาม (มูลค่าการส่งออก 28.27 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 3) และสิงค์โปร์ (มูลค่าการส่งออก 21.41 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 15)

ขณะที่ตลาดเอเชียตะวันออก เช่น ไต้หวัน (มูลค่าการส่งออก 95.89 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 18) จีน (มูลค่าการส่งออก 44.30 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 18) และเกาหลีใต้ (มูลค่าการส่งออก 37.60 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 18) แม้สัดส่วนสินค้าไทยไปตลาดนี้ยังไม่สูงนัก แต่การส่งออกสินค้าอาหารสุนัขและแมวของไทยก็ขยายตัวได้ดี สำหรับตลาดเอเชียใต้ มีอินเดีย (มูลค่าการส่งออก 79.31 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 26) เป็นตลาดส่งออกสำคัญ

ตลาดตะวันออกกลาง เป็นตลาดใหม่ที่ไทยยังส่งออกไปน้อย แต่มีตลาดศักยภาพที่น่าจับตามอง เช่น
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (มูลค่าการส่งออก 31.93 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 64) ซาอุดีอาระเบีย (มูลค่าการส่งออก 17.92 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 65) คูเวต (มูลค่าการส่งออก 5.66 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 117) อิสราเอล (มูลค่าการส่งออก 5.41 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 62) และตุรกี (มูลค่าการส่งออก 3.75 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 68)

รวมถึงประเทศในยุโรปตะวันออก เช่น โปแลนด์ (มูลค่าการส่งออก 1.50 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 108) ลิทัวเนีย (มูลค่าการส่งออก 1.11 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 170) สาธารณรัฐเช็ก (มูลค่าการส่งออก 0.42 ขยายตัวร้อยละ 99) และโรมาเนีย (มูลค่าการส่งออก 0.37 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 395)

ปัจจัยสำคัญทำให้ไทยมีโอกาสขยายตลาดได้ในหลากหลายภูมิภาค เนื่องจากความนิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ทั้งจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นและสังคมที่มีขนาดครอบครัวเล็กลง ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ลำพังมักเลี้ยงสัตว์ไว้เป็นเพื่อน และคนรุ่นใหม่ที่มีบุตรช้าหรือไม่แต่งงานก็นิยมเลี้ยงสัตว์มากขึ้น

นอกจากนี้ พฤติกรรมผู้บริโภคในหลายประเทศที่หันมาสนใจสินค้าจากต่างประเทศมากขึ้น มาจากเทรนด์การใส่ใจสุขภาพสัตว์เลี้ยง ผู้ซื้อจึงหันมาสนใจสินค้าเกรดพรีเมี่ยมจากต่างประเทศ รวมถึงสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น ซึ่งความต้องการสินค้ากลุ่มนี้ ผู้ประกอบการไทยที่พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่หลากหลายฟังก์ชั่น เช่น อาหารสัตว์เลี้ยงเพื่อสุขภาพ วิตามินสูง สัตว์เลี้ยงเด็ก สัตว์เลี้ยงป่วยหรือชรา โดยมีสูตรที่หลากหลายและใช้วัตถุดิบคุณภาพ จะตอบโจทย์ผู้บริโภคตามเทรนด์นี้ได้เป็นอย่างดี

นายพูนพงษ์กล่าวว่า นอกจากเทรนด์ความต้องการสินค้าอาหารฟังก์ชั่นและเกรดพรีเมี่ยมแล้ว
ยังต้องให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาทิ การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หากผู้ส่งออกไทยสามารถผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์แนวโน้มดังกล่าวได้ จะมีโอกาสขยายการส่งออกทั้งในตลาดหลัก เช่น ยุโรป และสหรัฐ รวมถึงโซนเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น จีน และตลาดใหม่ในตะวันออกกลาง และยุโรปตะวันออกด้วย

สำหรับการส่งออกช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 ไทยส่งออกอาหารสุนัขและแมวเป็นมูลค่า 1,685.74
ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 10.72 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สหรัฐยังคงเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของไทย โดยการส่งออกไปสหรัฐ มีมูลค่า 609.86 ขยายตัวร้อยละ 26 ยังคงขยายตัวท่ามกลางอัตราภาษีต่างตอบแทนร้อยละ 19 ของสหรัฐ ซึ่งไทยยังมีโอกาสแข่งขันด้านราคา

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นกฎเกณฑ์การสะสมถิ่นกำเนิดสินค้า (Local Content) ที่ต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ เพื่อเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการส่งออกของไทยที่อาจเกิดขึ้น

ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพสินค้า สร้างมาตรฐานและภาพลักษณ์สินค้าไทยด้วยการวิจัยและพัฒนา เพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบในประเทศ สร้างสรรอาหารสัตว์เลี้ยงรูปแบบใหม่ ๆ ที่เสริมสร้างสุขภาพและให้คุณค่าทางโภชนาการที่หลากหลาย เพื่อสามารถเข้าถึงตลาดตามความต้องการของผู้บริโภคแต่ละกลุ่มแต่ละประเทศ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยสามารถก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของการส่งออกอาหารสุนัขและแมวของโลกได้ในไม่ช้า

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ส่งออก อาหารสัตว์เลี้ยง