“ศุภชัย” เน้นความยั่งยืน เป้าหลักบริหารองค์กร ชี้ “มองความเป็นจริง ทำให้ธุรกิจมั่นคง”

“ศุภชัย” ผู้บริหารในเครือซีพี เล็งเห็นว่าความยั่งยืนเป็นเป้าหมายหลักของการบริหารงานในองค์กร อีกทั้ง การเดินทางสายกลาง มองหลักความเป็นจริงของการเปลี่ยนแปลง จะทำให้การทำธุรกิจเกิดความมั่นคง แก้ไขปัญหาได้ หากเกิดผลกระทบในอนาคต
 
นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวระหว่างงานสัมนา “SDGs ก้าวใหม่ธุรกิจไทย จากทุนหมู่บ้าน ถึงกระดานหุ้นโลก” โดยได้ระบุในช่วงสัมนาพิเศษ SDGs จากแนวคิดสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างยั่งยืน ว่า การสร้างสมดุลให้กับนักลงทุนและความยั่งยืนในระยะยาว สำหรับธุรกิจแล้วถึงแม้องค์กรจะต้องคำนึงถึงการตอบสนองความต้องการของตลาด ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง แต่การสร้างความยั่งยืนยังเป็นเป้าหมายและจุดยืนสำคัญที่องค์กรต้องคำนึงด้วย เพราะหากมีผลกระทบการมีแผนรับมือที่ดีก็จะทำให้ปัญหานั้นเป็นเรื่องง่าย
 
นอกจากนี้ การผลิตสินค้า การให้บริการ นอกจากองค์กรจะคำนึงถึงความต้องการของตลาด ก็ต้องคำนึงถึงความยั่งยืนในระยะยาว ผลดีต่อคุณภาพชีวิต รวมไปถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี หากบริษัททำได้ก็จะทำให้เกิดความยั่งยืนในภาพรวมของการทำงานและทำให้เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมา จะทำให้การแก้ไขปัญหานั้นเป็นเรื่องง่ายในทันที นั้นก็จะ สะท้อนได้ว่า วัฒนธรรมขององค์กรนั้นๆมีแผนการจัดการที่ดี ถึงแม้ขณะนั้นจะเจอปัญหารือมีเงือนไขต่างๆเข้ามาสู่ธุรกิจก็ตาม
 
ทั้งนี้ เมื่อองค์กรสามารถบริหารจัดการถึงปัญหาได้ถูกแก้ไข และง่าย พร้อมอยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง บนเนื้อเดียวขององค์กรไปแล้ว ก็จะทำให้องค์กรนั้นเดินทางไปสู่ความยั่งยืน ขณะที่ เรื่องของคนเองการดำเนินการก็ต้องมีความหมาย เพราะจะทำให้เกิดความเชื่อมั่น เชื่อใจคนในองค์กร เพราะไม่ใช่เพียงพนักงานแต่จะรวมไปถึงผู้บริหาร ที่ต้องการจะมีส่วนร่วมกับองค์กร เพื่อให้เกิดความเข้มแข้งไม่ใช่เพียงการสร้างผลกำเท่านั้น
 
“ผมไม่ได้เห็นด้วยอย่างมาก ที่ต้องทำผลประกอบการของบริษัทให้ดีทุกปี หรือทุกไตรมาส โดยไม่คำนึงถึงระยะกลาง และระยะยาว ผมคิดว่าการบริหารงานแบบนั้น แม้กระทั่งในทุนนิยมปัจจุบันก็ไม่ได้เกิดความยั่งยืน และไม่ใช่วิธีการที่ดี คิดว่าการเดินหน้าที่ดี คือ สั้น กลาง ยาว นั้นต้องทำไปพร้อมกัน และต้องสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นด้วย”
 
อย่างไรก็ดี อย่าคิดว่าการดำเนินธุรกิจจะขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่ จะยั่งยืนและเติบโตทุกๆธุรกิจล้วนมีโอกาสไม่รอดทั้งนั้น โดยเฉพาะช่วงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ซึ่งสามารถทำให้ธุรกิจนั้นล้มได้เพียงข้ามคืน ดังนั้น องค์กรจึงต้องคิดทบทวนเมื่อองค์กรเกิดความสำเร็จก็ต้องมองเรื่องของความเสี่ยงไปด้วย เมื่อเวลาล้มเหลวก็ต้องมองหาโอกาสอยู่ตลอดเวลา การเดินสายกลางจึงเป็นเป้าหมายหลักของการดำเนินการขององค์กรหรือธุรกิจ เพื่อให้เกิดผลสำเร็จ โดยต้องยึดถึงหลักความเป็นจริงเพราะหากไม่เห็นแล้ว เมื่อธุรกิจเกิดความเสียหายก็จะไม่รู้สึกตัวได้
 
ความยั่นยื่น จึงเป็นเรื่องสำคัญและการสร้างความสมดุลให้กับองค์กรหรือบริษัท จะต้องมองหลักความเป็นจริงอยู่ตลอดเวลา ว่าสิ่งที่ดำเนินการไปนั้นมีผลกระทบอย่างไรบ้าง เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทบเพียงระยะเวลาใด เวลาหนึ่ง แต่กระทบรุ่นสู่รุ่น เพราะต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงของโลกนั้นไปเร็วมาก การสร้างคุณค่า วัฒนธรรมขององค์กรที่ยั่งยืน เป็นความรู้สูงสุดที่ต้องถ่ายทอดไปสู่รุ่นต่อรุ่น อนาคตความยั่งยืนก็จะไปสู่องค์กรและธุรกิจได้นาน
Previous article“ปรเมธี” ชี้ ขจัดความจน-ลดความเหลื่อมล้ำ พาพ้นกับดักรายได้ปานกลาง-ประเทศพัฒนาแล้ว
Next articleม.ร.ว.ดิศนัดดา ยกศาสตร์พระราชา เป็นศาสตร์ที่จะนำไทยและโลกไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs 2030