UAC ลุยลงทุนผลิตปิโตรเลียมจากแหล่ง L10-L11 ทันที ต่อยอดโรงไฟฟ้า

ยูเอซี โกลบอล (UAC) เตรียมเข้าลงทุนแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมแปลงสำรวจบนบก L10/43 และ L11/43 พื้นที่ผลิตปิโตรเลียมอรุโณทัยและบูรพา คาดเริ่มเข้าทำการผลิตและสำรวจปริมาณปิโตรเลียมทันที

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 นายชัชพล ประสพโชค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมจะลงทุนติดตั้งระบบผลิตปิโตรเลียมในแหล่งปิโตรเลียมหมายเลข L10/43 และ L11/43 พื้นที่ผลิตปิโตรเลียมอรุโณทัยและบูรพา จังหวัดสุโขทัยทันที ภายหลังการลงนามในสัญญาสัมปทานกับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้ บริษัท ยูเอซี ยูทิลิตีส์ จำกัด (UU) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ UAC ตามสัดส่วนการถือหุ้น 70% และอีก 30% เป็นบริษัท พีทีอี พลัส จำกัด ได้รับโอนสิทธิสัญญาสัมปทานปิโตรเลียมแปลงดังกล่าว โดยมีอายุสัมปทานจนถึงปี 2576 เบื้องต้น คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 280 ล้านบาทต่อปี อิงจากราคาน้ำมันดิบและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ณ ปัจจุบัน

ชัชพล ประสพโชค

“UAC ร่วมมือกับ บริษัท พีทีอี พลัส จำกัด (PTE Plus) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจด้านการสำรวจ และให้บริการในอุตสาหกรรมสำรวจ และผลิตปิโตรเลียมทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีเครื่องจักร เครื่องมืออุปกรณ์ และผู้ทีมบุคลากรที่เชี่ยวชาญในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม รวมทั้งมีประสบการณ์



เช่น บริการติดตั้งและซ่อมบำรุงเครื่องสูบหลุมน้ำมัน บริการหลุมเจาะติดตั้งและเปลี่ยนระบบการผลิตบริการหลุมผลิตแบบรถบรรทุกเคลื่อนที่ บริการแปลและวิเคราะห์ข้อมูลและประเมินศักยภาพของแหล่งผลิต ซึ่งการร่วมมือระหว่าง UAC กับ PTE Plus ในครั้งนี้ถือเป็น Strategic Partner ที่เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งในการขยายธุรกิจด้านการผลิต ปิโตรเลียมได้เป็นอย่างดี”

ทั้งนี้ บริษัทจะมีการเข้าสำรวจปริมาณปิโตรเลียมสำรองในพื้นที่สัมปทานดังกล่าว เพื่อต้องการทราบปริมาณปิโตรเลียมที่ชัดเจน ซึ่งในปัจจุบันแหล่งปิโตรเลียมดังกล่าวสามารถผลิตน้ำมันดิบ ได้เฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 300 บาร์เรล ดังนั้นหลังจากบริษัทเข้ามาดำเนินการผลิตในเชิงพาณิชย์ จะสามารถทยอยรับรู้รายได้ภายในไตรมาส 3/2565 เป็นต้นไป

สำหรับแหล่งปิโตรเลียมทั้ง 2 แห่ง ที่ได้รับโอนสัมปทานในครั้งนี้ จะเป็นการเพิ่มศักยภาพและโอกาสในการเพิ่มกำลังการผลิตให้กับโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (PPP) ของบริษัทฯในอนาคต จากปัจจุบันที่มีกำลังผลิตรวม 1.9 หมื่นตันต่อปี ซึ่งนำไปใช้ในการผลิตก๊าซธรรมชาติที่เผาทิ้ง (Associated Gas) เป็นวัตถุดิบในการผลิต C1 จำนวน 1.3 หมื่นตันต่อปี LPG จำนวน 6.3 พันตันต่อปี และ NGL จำนวน 1.3 พันตันต่อปี


นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งด้านแหล่งเชื้อเพลิงที่จะส่งให้กับโรงไฟฟ้าเสาเถียร เอ โดยมีกำลังผลิตไฟฟ้า 3.9 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าประดู่เฒ่า กำลังการผลิต 3 เมกะวัตต์ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบล กกแรต และตำบลไกรใน อำเภอกงไกรลาศ ได้ต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับแผนการขยายธุรกิจทางด้านพลังงานสะอาดของบริษัทได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ